heading01


dungtrin avatar ฉบับที่ ๒๐๖ การเจริญสติในยุคไอที


206 talk



คนยุคไอทีส่วนใหญ่ฟุ้งซ่านปั่นป่วน
เกินกว่าจะคิดฝันว่าตัวเอง
อาจทำสมาธิกับใครเขาได้ในชาตินี้
ลองไปอยู่ในพื้นที่
ที่ไร้สัญญาณเน็ตสักสามชั่วโมง
หากเกิดอาการเหมือนจะลงแดงตาย
เพราะไม่ได้ดูสิ่งที่อยากดูผ่านมือถือ
นั่นแหละสัญญาณบ่งชี้ว่า
จิตวิญญาณของคุณไม่อาจเป็นสุขสงบได้


คุณจะพบพฤติกรรมผิดปกติในตนเอง
เช่น สมองให้ความสำคัญกับมือถือ
เหนือสิ่งอื่นใดในโลก
เมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์เรียก
ต้องรับทันที แม้กำลังขับรถในช่วงจราจรคับขัน
เมื่อได้ยินเสียงไลน์ลั่น
ต้องก้มหน้ามองทันที แม้อยู่ระหว่างสบตาคุยกับใคร
หรือแม้เมื่อไม่มีเสียงอะไรจากมือถือเลย
ก็คอยคิดอยากเข้าเฟส เข้าทวิต เข้าไอจี
ด้วยความรู้สึกว่ามีคนสำคัญที่สุดในโลกให้พะวงถึง
กลัวเขาจะรอ กลัวตัวเองจะพลาดข้อความสำคัญจากเขา


เรื่องตลกคือ
เมื่อคนในมือถือที่อ้างว่าสำคัญนักหนา
มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเข้าจริงๆ
คุณจะเลิกให้ความสำคัญ
หรือไม่ให้ความสำคัญเท่ากับตอนที่เขาอยู่ในมือถือ
ใครมาทางมือถือจะได้ความสนใจจากคุณไปก่อน


แรกๆคุณจะไม่รู้สึกว่า
เหล่านั้นเป็นพฤติกรรมผิดปกติ
ที่สมองทำงานเป็นอัตโนมัติ
เข้าหามือถือก่อนสิ่งอื่นใด
ต่อเมื่อเกิดเรื่องเกิดราว
เช่น เกิดอุบัติเหตุบนถนน
เพราะหันหน้าไปหามือถือเป็นอัตโนมัติ
ควบคุมตัวเองให้สนใจกับถนนข้างหน้าไม่ได้
อีกทีคือเผลอสนใจมือถือ
มากกว่าบุคคลสำคัญตรงหน้า
จนพลาดโอกาสสำคัญ
หรือสนใจมือถือมากกว่าภารกิจสำคัญ
จนเกิดความผิดพลาดอย่างสำคัญ
โดนติเตียนให้อับอายขายหน้า
หรือกระทั่งถึงขั้นต้องตกงาน เป็นต้น


ดังนั้น หากจะพูดถึงการเจริญสติในยุคไอที
เราอาจจำเป็นต้องพูดถึงการใช้มือถือเป็นแบบฝึกหัด
ไม่ใช่ว่ามีแอปช่วยเจริญสติอยู่ในมือถือ
แต่ฝึกเจริญสติจากการห้ามใจกันตรงๆ
ไม่ให้โดนมือถือครอบงำมากเกินไป
ยิ่งใครรู้สึกตัวว่า อาการหนัก
ถึงขั้นเรียกว่าเป็น ‘โรคติดมือถือ’ กันแล้ว
ก็อาจประยุกต์การถือศีล ๕ ศีล ๘ หรือศีลอด
มาปฏิบัติการ ‘ถือศีลอดมือถือ’ แก้โรคกันดู


วิธีคือสังเกตว่าตัวเอง
เล่นมือถืออย่างบ้าคลั่งที่สุดช่วงไหน
ให้ปฏิญาณตนไว้ว่าจะเอาช่วงนั้น
มาทำสิ่งสำคัญ หรือสิ่งดีๆในชีวิตอย่างอื่นแทน


ศีลอดมือถือเพียงมื้อเดียวต่อวัน
ถ้าทำได้ต่อเนื่องสักหนึ่งสัปดาห์
คุณจะรู้สึกว่าจิตใจเข้มแข็งขึ้น
เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น
ชีวิตขึ้นอยู่กับมือถือน้อยลง
กระวนกระวายน้อยลง
รู้สึกเป็นนาย มากกว่าเป็นทาสของมัน
รู้สึกเป็นผู้ใช้มัน มากกว่าเป็นถูกมันใช้
ซึ่งนี่ก็เป็นผลดีทำนองเดียวกัน
ที่เราได้จากการถือศีล ๕ ศีล ๘ และศีลอดอื่นๆนั่นเอง


คำเตือนคือ ถ้าตั้งใจถือศีลอดมือถือแล้วทำไม่ได้
ตามกำหนดเวลาที่ตั้งใจไว้
คุณจะรู้สึกว่าตัวเองอ่อน
แพ้ทางมือถือ ตกเป็นทาสผู้มีใจรุ่มร้อนหนักกว่าเดิม
และนี่ก็เป็นหลักธรรมดาของการถือศีลไม่สำเร็จเช่นกัน!


ดังตฤณ
เมษายน ๖๐

 

http://www.twitter.com/Dungtrin

http://www.facebook.com/Dungtrin

heading02

  • เมื่อครั้งที่พระพุทธองค์ประทับอยู่ ณ พระเชตวัน ในกรุงสาวัตถี
    ได้ตรัสแก่พระภิกษุ ถึงความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย
    ติดตามรายละเอียดได้ในคอลัมน์ "ธรรมะจากพระสูตร"
    ตอน "อุปนิสสูตร ว่าด้วยธรรมที่อิงอาศัยกัน"

  • การเล่นสงกรานต์ตามประเพณีอันดีงาม
    ย่อมมีส่วนช่วยให้เกิดความสมัครสมานแก่ผู้คนในสังคม
    ดังความตามพระธรรมเทศนา 
    โดย พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน)
    เรื่อง "เล่นสงกรานต์ (ตอนที่ ๒)" ในคอลัมน์ "สารส่องใจ" ค่ะ (-/\-)

  • การสำรวจว่าสมาธิของตนเองอยู่ในขั้นไหน สามารถทำได้หรือไม่
    และจะเป็นคุณหรือโทษอย่างไรบ้าง
    หาคำตอบได้ในคอลัมน์ "ดังตฤณวิสัชนา" 
    ตอน "จะสำรวจว่าสมาธิของเราอยู่ในขั้นไหนได้อย่างไร"
     

heading03




Twitter Updates

follow us on Twitter