Dungtring's Editor Talk http://www.dlitemag.com/ Tue, 15 Oct 2019 19:39:53 GMT FeedCreator 1.8.0-dev (info@mypapit.net) ฉบับที่ ๒๖๗ บทสวดที่ให้ผลข้ามชาติมีอยู่จริง http://www.dlitemag.com/index.php?option=com_content&view=article&id=2135:2019-09-28-09-16-47&catid=34:lite-talk&Itemid=59
267 talk



บทสวดเหมือนกัน
แต่คนสวดต่างกัน
ผลก็ผิดแผกเป็นคนละเรื่อง


อย่างเช่นพระจุนทะ
ซึ่งเป็นหนึ่งในพระสาวกระดับอัจฉริยะ
สำเร็จอรหัตตผลตั้งแต่ยังเป็นสามเณรนั้น
ครั้งหนึ่ง ท่านรับใช้พระพุทธองค์คราวทรงประชวรหนัก
พระพุทธองค์ก็ทราบด้วยพระญาณว่า
จะมีพลังรักษาอันใด ที่ทำให้ทรงหายประชวรได้
ท่านสั่งพระจุนทะให้สาธยายมนต์เกี่ยวกับโพชฌงค์
คือ พูดถึงการจะได้ตรัสรู้ธรรมว่า
ต้องขึ้นต้นด้วยสติ
สตินั้นต้องใช้ไปในการพิจารณาธรรมอย่างมีความเพียร
เพียรจนเกิดปีติ เกิดความสงบระงับ จิตตั้งมั่นเป็นสมาธิ
เป็นกลาง รู้ตามจริงอย่างลึกซึ้งจนพ้นอุปาทานได้


พระอรหันต์เช่นพระจุนทะ
แสดงธรรมอันจะยังผลให้เกิดการตรัสรู้แก่สรรพสัตว์อยู่
ย่อมบังเกิดความสว่างโลก
และความสว่างโลกนั้น
ก็มีพลังยิ่งใหญ่พอจะสมน้ำสมเนื้อ
คู่ควรให้รักษาอาการอาพาธของพระพุทธเจ้าได้


แต่ปัจจุบันมีการนำการแสดงธรรมเพื่อการตรัสรู้
มาเรียกกันเป็นบทสวดศักดิ์สิทธิ์
คือ โพชฌังคปริตร ซึ่งเชื่อกันว่า
ใครก็ได้ สวดให้คนป่วยฟังแล้วจะหายป่วย
อันนี้เป็นความเชื่อที่คลาดเคลื่อน
เพราะถ้าผู้สวดไม่มีศีล ไม่มีธรรมจากการเจริญสติ
ไม่รู้ว่าจะหลุดจากอุปาทานในตัวตนอย่างไร
พลังก็ไม่สว่างพอจะปัดเป่าบรรเทาไข้ให้ใครได้


เช่นกัน บทสวดที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด
ช่วยปกป้องคุ้มครองจากภัยบาปได้ในปัจจุบัน
แล้วก็ช่วยนำร่องไปสู่ความพ้นทุกข์ได้ในอนาคตนั้น
มีอยู่ และหลายคนสวดกันทุกเมื่อเชื่อวัน
แต่สวดกันแบบนกแก้วนกขุนทอง
จึงไม่ค่อยเกิดผลเท่าใด
บทสวดนั้น คือ ไตรสรณาคมน์
ข้าจะยึดพระพุทธ พระธรรม พระอริยสงฆ์เป็นสรณะ


พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ


บทนี้ถ้าสวดแต่ปาก
ก็ได้แค่ความสว่างระดับปาก
กล่าวคือ ปากว่าคำศักดิ์สิทธิ์
แต่จิตไปไม่ถึงความศักดิ์สิทธิ์
ใจไม่เปิดรับพุทธคุณ ธัมมคุณ และสังฆคุณ
เพราะขาดต้นทุน ขาดฐานที่จะรองรับของสูงระดับนั้น


แต่หากผู้สวด เป็นผู้มีศรัทธาตั้งมั่น
เคยตั้งใจรักษาศีลแล้วรักษาได้
เรียกว่ามีทุน มีความเป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้าบ้างแล้ว
พอสวดบทไตรสรณาคมน์ ยิ่งบ่อยขึ้นเท่าไร
ก็ยิ่งเกิดทิศทางความเป็นพุทธมากขึ้นเท่านั้น
ผลแห่งความเป็นพุทธ คือ เส้นทางกรรมที่โปร่งสบาย
ใจรู้สึกหายหนัก หายกังวล หายกลัว
และมองไปข้างหน้า รู้สึกว่าวันหนึ่งจะถึงความปลอดภัยจริง


ยิ่งหากเป็นผู้ศึกษาธรรม เป็นผู้เจริญสติ
กระทั่งเห็นกายใจไม่เที่ยง ไม่ใช่ตัวเดิม ไม่ใช่ตัวของตน
อย่างน้อยแยกออกว่านั่นสักว่ารูป นี่สักว่านาม
เมื่อสวดบทนี้ ก็จะเกิดพลังเจตจำนงที่แน่วแน่
ชนิดที่เกิดกับผู้สวดทั่วไปไม่ได้
กล่าวคือ แม้สวดบทไตรสรณาคมน์สั้นๆครั้งเดียว
ก็บังเกิดความสว่างศักดิ์สิทธิ์
คุ้มครองตนและคนใกล้ตัว
อาจจะยิ่งกว่าคนอื่นสวดบทอื่นยาวๆร้อยรอบ


นอกจากจะเกิดเกราะแก้วในระยะสั้น
ยังรู้ได้ด้วยสัญชาตญาณทางจิตว่า
ถ้าสวดบทนี้ด้วยใจตั้งมั่นแล้ว
ก็จะเกิดสัญญาณนำร่อง
นำความปลอดภัยไปสู่ฝั่งแห่งการพ้นทุกข์
ในอนาคตกาลอย่างแน่นอนด้วย!


ดังตฤณ
กันยายน ๖๒




review


ธรรม ๘ ประการ อันทำให้พระภิกษุเป็นผู้ควรแก่ของคำนับ
ควรแก่ของต้อนรับ ควรแก่ของทำบุญ ควรกระทำอัญชลี
เป็นนาบุญของโลกโดยไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่านั้นคืออะไร
ติดตามได้ในคอลัมน์ "ธรรมะจากพระสูตร"
ตอน "อาชัญญสูตร ว่าด้วยคุณสมบัติของม้าอาชาไนย"


การประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า
ย่อมส่งผลให้ทั้งตนเองและบ้านเมืองมีความร่มเย็นเป็นสุข
ดังความในพระธรรมเทศนา โดย หลวงปู่ฝั้น อาจาโร
เรื่อง "จิต (ตอนที่ ๒)" ในคอลัมน์"สารส่องใจ"


การถูกผู้อื่นตำหนิอย่างไม่มีเหตุผลอยู่เสมอเกิดจากกรรมใด
และจะมีวิธีลบล้างหรือบรรเทากรรมนั้นหรือไม่
หาคำตอบได้ในคอลัมน์ "ดังตฤณวิสัชนา"
ตอน "มักถูกผู้อื่นพูดให้เจ็บช้ำน้ำใจอยู่เสมอ จะแก้ไขได้อย่างไร"

]]>
Wed, 25 Sep 2019 04:03:07 GMT http://www.dlitemag.com/index.php?option=com_content&view=article&id=2135:2019-09-28-09-16-47&catid=34:lite-talk&Itemid=59
ฉบับที่ ๒๖๖ ความผูกกรรม http://www.dlitemag.com/index.php?option=com_content&view=article&id=2129:2019-09-13-02-41-07&catid=34:lite-talk&Itemid=59
266 talk


ในชีวิตนี้
คุณผ่านพบผู้คนมากมาย
บางคนรู้สึกเฉยๆ จะเป็นจะตายก็ช่าง
บางคนรู้สึกพิเศษ คุณอาจตายแทนเขายังได้


แต่นั่นแหละ
ทั้งหมดทั้งปวงเหล่านั้น
ให้สันนิษฐานว่าคุณเคยพบเคยเจอมาก่อนแล้ว
สมดังที่พระพุทธเจ้าผู้รู้แจ้งชาติภพ ได้ตรัสไว้ว่า
วัฏสงสารอันหาต้นหาปลายมิได้นี้
ที่ไม่เคยเป็นพ่อแม่
ที่ไม่เคยเป็นลูก
ที่ไม่เคยเป็นพี่น้อง
ไม่ใช่หาเจอโดยง่าย


ครั้งหนึ่งเคยใส่ใจ รักใคร่เอ็นดู
ขนาดยอมสละชีวิตแทนกันได้
มาเจอกันชาตินี้ อาจรู้สึกคุ้นแสนคุ้น
รักแสนรัก ห่วงแสนห่วง
โดยไม่ต้องมีเหตุมีผลสมน้ำสมเนื้อ
เพียงแค่เจอหน้ากัน
ก็อยากทำอะไรให้ทุกอย่างสุดชีวิตแล้ว


แต่มนุษย์เราไม่ได้มีแค่ความรู้สึกผูกพัน
ความรู้สึกเป็นอื่นยังคงเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
เมื่อผลประโยชน์ไม่ลงตัว
เมื่ออุดมการณ์ทางการเมืองไม่ตรงกัน
เมื่อศรัทธาทางศาสนาแตกต่างกัน
หรือเมื่อไม่ได้อย่างใจกันง่ายๆ
ความรู้สึกก็พลิกเปลี่ยนเป็นคนละพวกได้
พอเป็นคนละพวก
ก็พร้อมจะต่อสู้กันทางความคิด
หรือต่อสู้กันแบบลงไม้ลงมือ
เอาชีวิตกันด้วยความจำใจ
หรือฆ่าแกงกันด้วยความโกรธแค้น
อะไรๆเป็นไปได้หมด
บนเส้นทางไม่แน่ไม่นอนในสังสารวัฏนี้


ในชาติเดียว
พ่อแม่ลูกเคยรักกัน
สุดท้ายอาจฟ้องร้องกัน
หญิงชายบางคู่
อาจพลิกไปพลิกมา
เป็นอะไรให้กันและกันได้หลากหลาย
เริ่มต้นอาจเป็นเพื่อนเล่น
เล่นแล้วช่วยเหลือกัน
จนกลายเป็นนับถือแบบพี่แบบน้อง
สนิทแบบพี่น้อง ใกล้เนื้อใกล้ตัวนานไป
กลายเป็นความผูกพันพิศวาสแบบคนรัก
อธิษฐานขอพบขอเจอกันไปทุกชาติ
แต่รักมากเพียงใด พอห่างตัวได้หน่อย
เจอคนใหม่ก็ไขว้เขว เผลอนอกใจกัน
หรือกระทั่งทิ้งกัน ไม่เหลียวแลกัน
กลายเป็นโกรธแค้นสาปแช่งกัน
อย่าได้พบอย่าได้เจอกันอีกเลย
เหล่านี้เห็นด้วยตาเปล่าว่าเกิดครบในชาติเดียวได้


ความผูกกรรม คือสายใยเหนี่ยวนำ
ให้ต้องแวะเวียนกลับมาเจอกันวันยังค่ำ
ฉะนั้น จะอธิษฐานขอเจอ
หรืออธิษฐานขอจาก
สุดท้ายอย่างไรก็ต้องเจออยู่ดี
เหมือนอย่างที่ผ่านมาในชาตินี้
คุณนึกว่าเจอแต่ ‘คนแปลกหน้า’ เป็นส่วนใหญ่
ที่แท้เจอแต่ ‘คนเคยกันเอง’ ทั้งนั้น
บางคนเจอแล้วนึกพิศวาสทันที
ด้วยบุญที่เคยเกื้อกูลกันมา
แต่หารู้ไม่ว่า เคยแอบแค้นกันไว้
อาจเคยสาปแช่งไม่เผาผี ไม่ขอเจอกันชาติหน้าด้วย
แต่ด้วยความไม่รู้ ด้วยอวิชชาปิดบังไว้
ชาตินี้ก็อยากเอาให้ได้ อยากอยู่ด้วยกันให้ได้อีก
แล้วก็ย้อนกลับมาเข็ดหลาบ ขอไม่เจอะไม่เจอกันอีก


ทำความรู้สึกเข้ามาในกายนี้ ใจนี้
ที่กำลังปรากฏอยู่เดี๋ยวนี้
นี่แหละ! คือชาติปัจจุบันของคุณ
นี่แหละ! คือผลจากกรรมเก่าที่ถูกลืมไปแล้ว
นี่แหละ! คือสถานีสร้างกรรมใหม่
นี่แหละ! คือรากเหง้าของอนาคตชาติ
นี่แหละ! คือที่ตั้งของข่ายใยกรรมสัมพันธ์อันสลับซับซ้อน
นี่แหละ! คือเหยื่อล่อให้หลงยึดว่าเป็นตัวคุณ
นี่แหละ! คือกลไกให้ยึดใครต่อใครว่าเป็นอะไรกับคุณ
นี่แหละ! คือตัวหลอกว่าอะไรๆจะเหมือนอย่างนี้อีกทุกชาติ
นี่แหละ! คือสิ่งที่วันหนึ่งจะนอนนิ่งรอคนอื่นเผาเหมือนขอนไม้
นี่แหละ! คือโอกาสเรียนรู้ว่า จริงๆไม่มีตัวคุณ ไม่มีตัวใครอยู่ในนี้!



ดังตฤณ
กันยายน ๖๒




review

คอลัมน์ "ธรรมะจากพระสูตร" ในฉบับนี้
เป็นเรื่องราวในคราวที่พระพุทธองค์ได้ตรัสตอบ

ข้อกล่าวหานานาประการของเวรัญชพราหมณ์
รายละเอียดติดตามได้ในตอน "เวรัญชสูตร
ว่าด้วยทรงแก้คำติเตียนของเวรัญชพราหมณ์"


การประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมคำสั่งสอน
ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ย่อมนำมาซึ่งความสุขความเจริญของชีวิต
ดังความพระธรรมเทศนา โดย หลวงปู่ฝั้น อาจาโร
เรื่อง"จิต (ตอนที่ ๑)" ในคอลัมน์"สารส่องใจ" ค่ะ


หากฝันร้ายหรือฝันว่าตนเองทำผิดศีลในฝัน
และเมื่อตื่นขึ้นมาก็ยังรู้สึกไม่สบายใจ
ควรจะปฏิบัติอย่างไรให้คลายกังวล
หาคำตอบได้ในคอลัมน์ "ดังตฤณวิสัชนา"
ตอน "ควรทำอย่างไรหากทุกข์ใจเพราะฝันร้าย"
]]>
Fri, 13 Sep 2019 02:39:23 GMT http://www.dlitemag.com/index.php?option=com_content&view=article&id=2129:2019-09-13-02-41-07&catid=34:lite-talk&Itemid=59
ฉบับที่ ๒๖๕ ชีวิตมนุษย์ http://www.dlitemag.com/index.php?option=com_content&view=article&id=2122:2019-08-29-07-34-25&catid=34:lite-talk&Itemid=59
265 talk



คนส่วนใหญ่
พอเลี้ยวผิดขณะรถติดในเมือง
หรือเลี้ยวผิดต้องอ้อมยาวโลด
มักหัวเสีย และหมกมุ่นครุ่นคิด
หงุดหงิดอยู่กับการเลี้ยวผิดไปจนถึงจุดหมาย


แต่ใครจะรู้
ถ้าเลี้ยวถูก
อาจเกิดอุบัติเหตุก็ได้
อาจต้องขับรถชนคนตายก็ได้
หรืออาจจะเจอรถติดหนักกว่าเลี้ยวผิดก็ได้


คุณไม่มีทางทราบเลยว่า
เป็นฝีมือของวิบากดีๆหรือเปล่า
ที่มาคัดท้ายไม่ให้เกิดเรื่อง
หรือเป็นฝีมือเทวดาอารักษ์หรือไม่
ที่ช่วยให้ถึงจุดหมายในเวลาเหมาะสม
หากถึงก่อนหน้า ก็อาจพลาดเรื่องดีๆ
อาจสวนกับคนดีๆที่มาให้ลาภได้


เอาเป็นว่า
ถ้าไปถึงจุดหมายโดยสวัสดิภาพ
ก็ให้คิดว่าใช่แล้ว
ไม่จำเป็นต้องหัวเสีย
ไม่จำเป็นต้องหงุดหงิดย้อนหลังแต่อย่างใดเลย


ชีวิตของคนทางธรรมก็เช่นกัน
เมื่อมาถึงธรรมะอันเป็นสุข
เป็นเครื่องคุ้มภัยจากความเดือดร้อนทางใจ
คุณย่อมรู้อยู่เป็นที่ประจักษ์แก่ตนว่า
มาถึงจุดหมายสำคัญของชีวิตแล้ว
ไม่มีสิ่งใดล้ำค่าเหนือไปกว่านี้แล้ว


การอิ่มหนำกับชีวิตเกินๆจนไส้แทบทะลักก็ดี
การใช้ชีวิตผิดๆจนเป็นทุกข์ก็ดี
การโดนคู่เวรเล่นงานจนซมซานกระเซอกระเซิงก็ดี
หากเป็นเหตุซัดพามาเจอธรรมะตาสว่างได้
ก็ควรย้อนกลับไปขอบคุณสิ่งเหล่านั้น หรือบุคคลเหล่านั้น
เพราะคนเราเมื่ออยู่ดีมีสุข
ก็มักคิดว่าชีวิตดีอยู่แล้ว
จะต้องลำบากขวนขวายหาธรรมะไปทำไม
ต่อเมื่อเป็นทุกข์บ้าง
ชีวิตมืดหม่นหล่นร่วงบ้างนั่นแหละ
ถึงคิดพึ่งพา หาความสุขจากแสงสว่างทางธรรมขึ้นมาได้


ธรรมะคือเป้าหมาย
แม้เลี้ยวผิด ใช้ชีวิตพลาด
ก็อาจเป็นเส้นทางจำเป็น
เพื่อพามาถึงสิ่งที่ถูกต้องที่สุดในชีวิต
แค่มาถึงธรรมะได้
ชีวิตมนุษย์น้อยๆนี้
ก็นับว่าดีกว่าชีวิตที่เป็นสุข
ถูกต้องตลอด ไม่ผิดพลาดเลย
ของเทพยดาบนสรวงสวรรค์ชั้นฟ้าแล้ว!


ดังตฤณ
สิงหาคม ๖๒






review


พระพุทธองค์ได้ตรัสแก่พระสงฆ์สาวกทั้งหลาย
ถึงวิธีการปฏิบัติต่อภิกษุที่ต้องอาบัติ

รายละเอียดติดตามได้ในคอลัมน์ "ธรรมะจากพระสูตร"
ตอน "การัณฑวสูตร ว่าด้วยสมณหยากเยื่อ"


สัจธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้ายังคงมีอยู่จริงหรือไม่
และทำอย่างไรจึงจะรักษาพระศาสนาไว้ไม่ให้เสื่อมสูญ
ติดตามได้จากวิสัชนาธรรม ในคอลัมน์"สารส่องใจ"
โดย พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ (หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี)
ตอน "มรรคผลนิพพานยังมีอยู่หรือไม่ในปัจจุบัน"


ควรปฏิบัติอย่างไรจึงจะสามารถปล่อยวางความโกรธ
ที่มีต่อคนรักเก่าซึ่งได้เลิกรากันไปแล้วนานหลายปี
หาคำตอบได้ในคอลัมน์"ดังตฤณวิสัชนา"
ตอน "อยากให้อภัยคนรักเก่าให้ได้ ควรทำอย่างไร"
]]>
Thu, 29 Aug 2019 07:31:55 GMT http://www.dlitemag.com/index.php?option=com_content&view=article&id=2122:2019-08-29-07-34-25&catid=34:lite-talk&Itemid=59
ฉบับที่ ๒๖๔ มรณสติ http://www.dlitemag.com/index.php?option=com_content&view=article&id=2115:2019-08-15-06-59-19&catid=34:lite-talk&Itemid=59
264 talk



คนที่พร้อมจากไปดี
ต้องมีสองพลัง
ที่ช่วยให้เกิดความอุ่นใจ
ถ้าขาดพลังใดพลังหนึ่ง
จะไม่มีทางแน่ใจด้วยตัวเองเลย


พลังแรก คือ กรรมดีที่สะสมสม่ำเสมอ
มีน้ำใจให้เปล่า ห้ามใจไม่เอาบาปได้ทุกวัน
เรียกว่าเป็น ‘กุศลอาจิณณกรรม’
ที่เอาชีวิตทั้งชีวิตสะสม


อย่างไรก็ตาม
มีอยู่ ประเภทดีแสนดี
แต่ใจอ่อนแอ ปวกเปียก ขี้น้อยใจ
ในหัวเต็มไปด้วยความขัดใจผู้คนรอบข้าง
หรือต้องฝืนทำงานที่ไม่ชอบเป็นนิตย์
จนจิตไม่ค่อยจะตั้งมั่นอยู่กับอะไรได้นาน
หรือมักกลัดกลุ้ม ห่วงข้างหลัง หวังข้างหน้า
หาปัจจุบันให้ตัวเองไม่ค่อยเจอ


ความฟุ้งซ่านซัดส่าย
ความโคลงเคลงง่ายของจิต
จะทำให้คุณรู้สึกไม่มั่นใจในคุณงามความดี
แม้ปากบอกว่าเชื่อมั่น
แต่ลึกๆแอบหวั่นไหวอยู่ว่า
เมื่อถึงเวลาเอาจริง 
ต้องสอบไล่ขึ้นมา
จะผ่านหรือไม่ผ่าน
หลุดจากชีวิตนี้ จะรอดไปถึงไหนแน่
เพราะการสอบไล่ชนิดนั้น
มีโอกาสหนเดียว ไม่มีการแก้ตัวใดๆ
ถ้าตั้งจิตเป็นกุศลในเวลาเข้าด้ายเข้าเข็มไม่ได้
ก็ไม่รู้จะออกหัวออกก้อย ได้หมู่หรือได้จ่า


ฉะนั้น จึงจำเป็นต้องมีพลังที่สอง
มาสนับสนุนให้เกิดความรู้สึกอุ่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์
ได้แก่ กำลังจิตที่มั่นคง
หรือที่เรียกกันง่ายๆว่า มีใจเป็นสมาธินั่นเอง


ใจที่เป็นสมาธิ มีความตั้งมั่น
จะให้ความรู้สึกดี รู้สึกตรง คงเส้นคงวา
และมีสัญชาตญาณทางจิตบอกตัวเอง
โดยไม่ต้องแกล้งหลอกตัวเองเลยว่า
จิตแบบนี้ของเรา ไม่มีทางไปร้าย
ต่อให้ตายร้าย มีสภาพศพน่าอเนจอนาถ
ก็จะยังคงมีสภาพจิตน่าอภิรมย์อยู่ดี


มรณสติ
ไม่ใช่แค่จินตนาการว่าจะตาย
แต่หมายถึงการสำรวจเข้ามาว่า
มีคุณสมบัติของผู้พร้อมจะตายดีแค่ไหนด้วย!


ดังตฤณ
สิงหาคม ๖๒





review


พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงธรรมแก่พระภิกษุทั้งหลาย
ถึงเรื่องของโลกธรรม ๘ ประการ
อันเป็นสิ่งที่ไม่เที่ยง เป็นทุกข์และมีความแปรปรวนเป็นธรรมดา
ติดตามได้ในคอลัมน์ "ธรรมะจากพระสูตร”
ตอน "โลกวิปัตติสูตร ว่าด้วยโลกธรรมวิบัติ"


ถ้าอยากเลิกรากับคู่เวร โดยตั้งใจรักษาศีลให้มั่นคง
เพื่อให้คู่ที่ศีลไม่เสมอกันได้จากไป วิธีนี้จะได้ผลหรือไม่

และการแยกทางกันจะส่งผลอย่างไรต่อลูกบ้าง
หาคำตอบได้ในคอลัมน์ "ดังตฤณวิสัชนา"
ตอน"ถ้าตัดสินใจแยกทางกับสามีที่ไม่ซื่อสัตย์ จะเป็นบาปต่อลูกไหม"


หากเสียงดังรบกวนที่มาจากบ้านใกล้เรือนเคียง
ส่งผลต่อการดำเนินชีวิต หน้าที่การงานและสุขภาพ
ควรแก้ปัญหาอย่างไรให้ได้ผลอย่างแท้จริง
ติดตามได้เรื่องราวที่คุณงดงามบอกเล่าไว้
ในคอลัมน์"จุดหมายปลายธรรม" ตอน "ปัญหาเรื่องเสียงดัง"

]]>
Thu, 15 Aug 2019 06:56:46 GMT http://www.dlitemag.com/index.php?option=com_content&view=article&id=2115:2019-08-15-06-59-19&catid=34:lite-talk&Itemid=59
ฉบับที่ ๒๖๓ ความเศร้าที่แก้ไม่ได้ http://www.dlitemag.com/index.php?option=com_content&view=article&id=2108:2019-08-02-04-19-47&catid=34:lite-talk&Itemid=59
263 talk



ความเศร้ามีอยู่ ๒ แบบหลักๆ
หนึ่ง คือ เศร้าอย่างมีสติ
สอง คือ เศร้าแบบขาดสติ


เศร้าอย่างมีสติ
เปรียบเหมือนหลงทางในห้าง
เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา
หลายซอกหลายมุมแล้วลืม
ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ตรงไหนของห้าง
ไม่รู้ว่าจะไปให้ถึงร้านตามนัดด้วยเส้นทางใด
ไม่รู้ว่าทางไหนพากลับไปที่จอดรถ
ความเคว้งคว้างที่เกิดขึ้น
เป็นแค่ความเคว้งคว้างเล็กๆ
เพราะคุณรู้อยู่ว่า
ถามทาง รปภ.หรือพนักงานร้านขาย
หรือแม้แต่ดุ่มเดินมั่วๆไป
เดี๋ยวก็ต้องเจอจุดหมาย
กลับสู่สภาพรู้ทิศรู้ทางปกติได้แน่ๆ
ในเมื่อมีร้านรวงชื่อนั้นชื่อนี้
มีทิศทางเป็นวงกลมชัดเจนอยู่แค่นี้


แต่เศร้าอย่างขาดสตินั้น
เปรียบเหมือนหลงทางกลางป่าใหญ่
หันไปเจอแต่ต้นไม้รกเรื้อ หน้าตาเหมือนๆกันหมด
ไม่มีอะไรเป็นเค้าบอกว่าทางออกอยู่ทิศไหน
ความเคว้งคว้างที่เกิดขึ้น
จึงเป็นความเคว้งคว้างที่กว้างใหญ่ไพศาล
เพราะคุณไม่รู้เลยว่าจะถามเทวดานางไม้ที่ไหน
ดังนั้น คนเมืองที่ไม่เคยเข้าป่าแบบคุณ
ต้องนึกเป็นธรรมดาว่า ตายแน่ รอดไม่ได้แน่
ไม่มีทางออกจากป่าได้แน่ๆ
พฤติกรรมที่เกิดขึ้นจะออกแนวเดินวกไปวนมา
หรือกระทั่งร้องไห้ร้องห่มเหมือนคนบ้าให้ป่าแตกเปล่า


อาการเศร้าได้เศร้าดี
ไม่เลิกราแรมปีก็เหมือนอย่างนั้น
แม้ตัวอยู่ในเมือง แต่ใจเหมือนหลงอยู่ในป่า
แม้ทำหน้ายิ้มแย้ม แต่ใจเหมือนร้องไห้อยู่ตลอด
ด้วยความรู้สึกเคว้งคว้าง
ยิ่งกว่าหลงทางกลางป่า หรือลอยคอกลางทะเล


ขอให้บอกตัวเองว่า
คนหลงป่า เขาดูดวงอาทิตย์เพื่อกำหนดทิศทาง
เราก็อาศัยธรรมะเป็นเข็มทิศนำทางได้
คนหลงป่า เขารู้จักบากต้นไม้ไว้เป็นเครื่องหมาย
จะได้รู้ว่าหลงกลับมาที่เก่าหรือเปล่า
เราก็จดไว้เลยว่าคิด พูด ทำแบบไหนแล้วรู้สึกแย่
จะได้ไม่หลงกลับมาทำซ้ำทำซาก
คนหลงป่า เขาก้าวเดินไปข้างหน้าหาทางออก
เราก็ทำสิ่งที่ควรทำไปเรื่อยๆแบบคิดไปด้วยว่า
นี่มีเค้าให้เจอทางออกหรือวกกลับมาย่ำอยู่กับที่


ถ้าเชื่อไปแล้วว่าไม่มีทางออกจากหล่มความเศร้า
คุณยิ่งกว่าหลงป่าลึกที่ห่างจากชุมชนพันไมล์
แต่ถ้าเชื่อว่าคุณออกจากหล่มความเศร้านี้ได้
ก็จะรู้สึกไม่ต่างจากหาทางกลับที่จอดรถในห้างเท่านั้น!



ดังตฤณ
สิงหาคม ๖๒





review


ในช่วงเข้าพรรษาเป็นโอกาสดีที่พระสงฆ์และฆราวาส
จะได้ตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อมรรคผลนิพพาน
ดังความตามพระธรรมเทศนา 
โดย พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน)
เรื่อง "น้ำอมตธรรม (ตอนที่ ๒)" ในคอลัมน์ "สารส่องใจ" ค่ะ (-/\-)


การมีบุตรด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ต่างๆ
ถือเป็นการฝืนธรรมชาติหรือไม่

และมีผลต่อบุตรที่เกิดมาอย่างไรบ้าง
ติดตามคำตอบได้ในคอลัมน์ "ดังตฤณวิสัชนา" 
ตอน "การทำเด็กหลอดแก้วเป็นบาปหรือไม่"


เมื่อความเปลี่ยนแปลงในหน้าที่การงานเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด
แต่ก็อาจเป็นโอกาสดีที่จะได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
ดังเรื่องราวในคอลัมน์"โหรา (ไม่) คาใจ"
ตอน "เปิดประตูบานใหม่ให้ชีวิต"
]]>
Fri, 02 Aug 2019 04:17:23 GMT http://www.dlitemag.com/index.php?option=com_content&view=article&id=2108:2019-08-02-04-19-47&catid=34:lite-talk&Itemid=59
ฉบับที่ ๒๖๒ ดีแบบไหน ที่อยู่บนเส้นทางแห่งการพ้นทุกข์ http://www.dlitemag.com/index.php?option=com_content&view=article&id=2101:2019-07-18-03-33-50&catid=34:lite-talk&Itemid=59
262 talk



ดีแบบอยู่เฉยๆ
ไม่ทำร้ายใครก่อน
ไม่ทำร้ายใครกลับ
เรียกว่า อยู่บนทางไม่เบียดเบียน
แต่ก็อาจไม่อยู่บนทางเกื้อกูล
แบบนี้ คือดีเสมอตัว
พร้อมจะกลับมาเป็นมนุษย์
ทุกข์บ้างสุขบ้างตามแต่จะช่วยตัวเอง


ดีแบบมีปฏิกิริยาตอบสนอง
ไม่เบียดเบียนใคร
และถ้าใครดีมาก็ดีกลับ
ใครมีพระคุณก็จดจำ ไม่ทำเป็นลืม
เรียกว่า อยู่บนทางรู้คุณคน
นับว่ามีเครื่องหมายของคนดี
พร้อมจะกลับมาเป็นมนุษย์
มีชะตาช่วยให้เป็นสุขมากกว่าเป็นทุกข์


ดีแบบอยากให้ก่อน อยากให้เปล่า
เป็นความสุขส่วนตัวที่จะให้
คิดขึ้นมาเองว่าอยากให้ส่วนเกินของตน
ไปเติมเต็มส่วนขาดของคนอื่น
แม้ใครเป็นฝ่ายร้ายมา
ก็พร้อมจะเป็นฝ่ายดีกลับ
นี่เรียกว่า อยู่บนทางเกื้อกูล
คือดีกว่าธรรมดา
จึงพร้อมจะไปเป็นเทพยดา
เสวยสุขที่เหนือกว่ามนุษย์


ดีแบบอยากสละออก
สละแม้ความมีตัวตน
ที่มีสิทธิ์กลับมาเบียดเบียนตนเองได้
แล้วก็ต้องเบียดเบียนใครๆอีก
มีสติเห็นกายใจ
โดยความเป็นรูปปรากฏแห่งทุกข์เสมอกัน
เลิกแบ่งฝักแบ่งฝ่าย
ไม่เห็นมีข้างร้ายมา ไม่เห็นมีข้างดีกลับ
มีแต่พวกเดียวกัน
ที่ต้องทนทุกข์อยู่กับอุปาทาน
เร่าร้อนอยู่กับความหลงสำคัญตนผิดเหมือนๆกัน
เห็นอย่างนี้ ก็ได้อยู่บนทางพ้นไป
เหนือกว่าคำว่า ‘ดี’ แบบที่คนเข้าใจกัน
จึงพร้อมจะไม่ไปสู่ภาวะเหนือกว่าเทพยดา
มีสิทธิ์อยู่กับสิ่งที่พระศาสดาตรัสว่าเป็นบรมสุขได้!


ดังตฤณ
กรกฎาคม ๖๒





review


หลักธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้แก่โลก
ยังคงเป็นความจริงทุกกาลสมัย
ผู้ที่พากเพียรปฏิบัติตามย่อมสามารถพ้นทุกข์โดยสิ้นเชิงได้
ดังความตามพระธรรมเทศนา
โดย พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน)
เรื่อง "น้ำอมตธรรม (ตอนที่ ๑)" ในคอลัมน์ "สารส่องใจ" ค่ะ (-/\-)


หากเกิดความรู้สึกว่าจิตไม่สงบในขณะฝึกสมาธิ ควรทำอย่างไร
และสิ่งใดที่ทำให้สามารถจดจ่ออยู่กับลมหายใจได้อย่างมีความสุข

หาคำตอบได้ในคอลัมน์ "ดังตฤณวิสัชนา"
ตอน "ฝึกสมาธิอย่างไรให้จิตรวม"


นวนิยายเรื่อง "ศิวาดล" หนึ่งในผลงานชิ้นเอกของคุณชลนิล
เนื้อเรื่องเข้มข้นขึ้นทุกขณะ
มาลุ้นกันว่า "พิจิก" และ "เมษา"
จะไขปริศนาลึกลับในคฤหาสน์ศิวาดลได้อย่างไร
ในคอลัมน์ "วรรณกรรมนำใจ" ค่ะ
]]>
Thu, 18 Jul 2019 03:32:25 GMT http://www.dlitemag.com/index.php?option=com_content&view=article&id=2101:2019-07-18-03-33-50&catid=34:lite-talk&Itemid=59
ฉบับที่ ๒๖๑ ศัตรูภายใน http://www.dlitemag.com/index.php?option=com_content&view=article&id=2094:2019-06-20-05-08-42&catid=34:lite-talk&Itemid=59
261 talk



คุณอาจเคราะห์ร้าย
ได้เจอใครบางคนในชาตินี้
ที่แค่สบตา ก็รู้สึกแล้วว่า
เดี๋ยวอาจมีปัญหากันทีหลัง
เสร็จแล้วก็เกิดปัญหาจริงๆ
เรื่องไม่เป็นเรื่องก็ทำให้เป็นเรื่อง
ราวกับเคยทำสัญญาผูกมัดว่า
ชาติหน้าฉันจะเล่นงานแกล่ะ
อย่านึกว่าจะหนีไปไหนพ้น


แต่ศัตรูข้ามชาตินั้น
เจรจาหย่าศึกกันได้ในชีวิตเดียว
ขอเพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
มีลมหายใจเข้าออกเป็นอภัยทาน
ฉลาดพอจะเปลี่ยนศัตรูให้เป็นมิตร
แทนการคิดต่อภัยต่อเวรกันไปไม่สิ้นสุด


ต่างจากศัตรูภายใน
ซึ่งพระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า
เป็นภัยที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้จัก
ได้แก่ ความโลภ ความโกรธ ความหลง


ตรองดูคุณจะเห็นจริงตาม
กล่าวคือ ภัยที่เกิดจากภายใน
มักร้ายแรงยิ่งกว่าศัตรูทำกับศัตรู


มนุษย์ผู้เป็นศัตรู
จ้องทำร้ายเราเป็นพักๆ ห่างวัน ห่างเดือนได้
แต่ใจเราที่ทำตัวเป็นศัตรูกับตัวเอง
กระหน่ำทุบตี หรือเผาจิตได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง


มนุษย์ผู้เป็นศัตรู
ส่งเราไปลงนรกไม่ได้ด้วยวิธีทารุณกรรมใดๆ
ขอเพียงใจเราไม่ยอมผูกพยาบาทไว้กับเขา
แต่ใจเราที่ทำตัวเป็นศัตรูกับตัวเอง
ส่งตัวเองไปลงนรกได้ ทั้งเดี๋ยวนี้ และภายหน้า
ขอเพียงหงุดหงิดหยุมหยิมกับเรื่องไม่เป็นเรื่องบ่อยพอ


มนุษย์ผู้เป็นศัตรู
ยอมเหนื่อยตามไล่ล่าเรา
อย่างไร้เหตุผลไม่ได้ตลอดชีวิต
แต่ใจเราที่ทำตัวเป็นศัตรูกับตัวเอง
ทำตัวไร้สาระ ไร้เหตุผลไปได้อีกหลายชาติ
ขอเพียงชาตินี้
ไม่อาจเอาชนะความหลงตัว
ไม่เลิกติดกับดักความคิดแห่งตนกัน


ถ้าไม่ตั้งมุมมองไว้ตามที่พระศาสดาตรัสชี้
เราจะหลงคิดไปว่าคนอื่นเป็นศัตรู
ส่วนกิเลสเผาใจตัวเองเป็นมิตร
แต่เมื่อใดศรัทธาพระองค์พอที่จะมองตามท่าน
เราจะตั้งป้อมรับศัตรูถูกตัว
และออกแรงรบกับศัตรูถูกตน
นั่นแหละ! ที่เราจะรู้สึกถึงมิตรภายในที่เกิดขึ้น
คอยส่งเราเข้าเขตปลอดภัย
ไปไกลได้ถึงสวรรค์หรือนิพพาน
ตามเหตุปัจจัยที่สะสมไว้คู่ควรแล้ว!



ดังตฤณ
มิถุนายน ๖๒





review



พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงพระธรรมเทศนาแก่พระภิกษุทั้งหลาย

โดยทรงเปรียบเทียบบุคคลในโลกกับน้ำ ๗ จำพวก
รายละเอียดติดตามได้ในคอลัมน์ "ธรรมะจากพระสูตร"
ตอน "อุทกูปมสูตร ว่าด้วยทรงเปรียบบุคคลเหมือนน้ำ" (-/\-)


การคบหากับผู้ที่ยังไม่ได้หย่าขาดกับคู่สมรสเดิม
แต่ทั้งสองฝ่ายได้ให้อิสระต่อกันแล้ว
จะถือว่าผิดศีลข้อกาเมสุมิจฉาจารหรือไม่
หาคำตอบได้ในคอลัมน์ "ดังตฤณวิสัชนา"
ตอน "ถ้าคบกับคนที่ยังไม่ได้หย่า แต่เลิกรากันแล้วในทางพฤตินัย แบบนี้จะผิดศีลไหม"


หากต้องดูแลบิดามารดาผู้อยู่ในวัยชรา
ควรจะวางใจอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งกับท่าน
ติดตามได้จากเรื่องราวที่คุณงดงามบอกเล่าไว้
ในคอลัมน์"จุดหมายปลายธรรม" ตอน "วางกับดักทำร้ายตัวเอง"

]]>
Thu, 20 Jun 2019 04:14:28 GMT http://www.dlitemag.com/index.php?option=com_content&view=article&id=2094:2019-06-20-05-08-42&catid=34:lite-talk&Itemid=59
ฉบับที่ ๒๖๐ ทิศทางความคิด http://www.dlitemag.com/index.php?option=com_content&view=article&id=2087:2019-06-07-03-58-44&catid=34:lite-talk&Itemid=59
260 talk



ทิศทางความคิด
พาเราขึ้นเหนือ หาแสงสว่าง
หรือพาเราลงต่ำ หาความมืดมน


ทิศทางความคิด
ช่วยให้เห็นทางชีวิตกระจ่างชัด
รอบด้านโปร่งใสไม่ติดขัด
หรือบังไม่ให้เห็นอะไร
มากไปกว่าเมฆหมอกภายในก็ได้


ทิศทางความคิด
เป็นคนละเรื่อง
กับความฉลาดในการคิดเลข
หรือแม้แต่ความฉลาดในการพูดจา


ทิศทางความคิด
เริ่มต้นจากการปักใจเชื่อ
และสิ่งที่คนเราปักใจเชื่อ
ก็คือสิ่งที่คนคนหนึ่งบอกตัวเองว่า
นี่แหละถูก นี่แหละชอบ นี่แหละใช่
เมื่อปักใจเชื่อสิ่งใด
สิ่งนั้นจะเป็นทิศทางความคิดให้กับเรา


ทิศทางความคิด
แบบเชื่อว่าตัวเองถูกเสมอ
ทั้งที่ไม่รู้อะไรเลย ไม่ฟังใครเลย
ยึดไว้แต่ก้อนหนักๆ
ก้อนดำๆทะมึนของอัตตาท่าเดียว
เสี่ยงกับชีวิตหนักๆ มืดๆ ร้อนๆ
บางทีจะรู้ได้ว่าผิด รู้ได้ว่าไม่ใช่
ส่วนใหญ่ก็ตอนใกล้ลงเหว
หรืออีกทีก็ย่ำอยู่กับที่ไม่ไปไหน
เนิ่นนานเกินค่อนชีวิตกันแล้ว


ทิศทางความคิด
แบบเชื่อว่าพระศาสดาถูก
เชื่ออย่างรู้เหตุรู้ผลเข้ามา
ในความไม่มีอัตตาตัวตน
เชื่ออย่างเห็นว่าอะไรๆ
มันก็แค่มาประกอบร่างให้หลงยึดชั่วคราว
พอองค์ประกอบเหล่านั้นกระจัดกระจายหายไป
ก็ไม่เหลือสิ่งที่นึกว่าเป็นอัตตาตัวตนปรากฏต่อ
เชื่ออย่างนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของอะไรดีๆ
เริ่มเห็นนิมิตหมายได้จากความเบา
โล่งเหมือนยกภูเขาพ้นจากอกได้
ที่ผิด ก็เต็มใจรับว่าจะแก้ให้ถูก
โดยไม่มีภาพลักษณ์ของคนถูกตลอดค้ำคอ


ทิศทางความคิด
ถ้าตรงแน่วบนทางโล่งแบบยั่งยืน
ไม่เป๋ลงเข้ารกเข้าพงข้างทางเสียก่อน
ในที่สุดก็ไปถึงจุดหมายปลายทาง
ที่ใครต่อใครพากันนึกว่าไม่มีอยู่จริง
จุดหมายนั้น คือการไม่ต้องคิดให้เป็นทุกข์
ไม่ต้องคิดเสี่ยงผิดเสี่ยงถูก
เหลือแต่รู้ถูก รู้ชอบเฉพาะตน
รู้ว่าสิ่งใดไม่เที่ยง
ก็ไม่ควรเฝ้าหวังมองอยู่ว่ามันเที่ยง
รู้ว่าสิ่งใดไม่อาจทนรักษาความเป็นตัวเดิม
ก็ไม่ควรเฝ้าหวังมองอยู่ว่ามันเป็นตัวเดิม
รู้ว่าสิ่งใดไม่อาจคุมรูปเดิม
ก็ไม่ควรเฝ้าหวังมองอยู่ว่า
มันเป็นตัวตนอะไรตัวหนึ่งจริง
ก็แค่ของหลอกให้หลงยึดชั่วคราวอีกชิ้น!


ดังตฤณ
มิถุนายน ๖๒





review


พระพุทธองค์ได้ตรัสแก่พระภิกษุทั้งหลาย

ถึงผลของการเจริญเมตตาอย่างสม่ำเสมอ อันมีประโยชน์นานาประการ
ติดตามรายละเอียดได้ในคอลัมน์"ธรรมะจากพระสูตร"
ตอน "เมตตสูตร ว่าด้วยอานิสงส์เมตตา"


จริงหรือไม่ที่ว่าหากรักษาศีลให้สะอาดหมดจดในชาตินี้
จะช่วยให้สามารถพบคู่ครองที่ดีได้
ไม่ว่าจะมีกรรมเก่ามาอย่างไรก็ตาม
หาคำตอบได้ในคอลัมน์"ดังตฤณวิสัชนา"
ตอน "ถ้ารักษาศีลข้อสามให้ดี จะช่วยให้พบคู่บุญได้ในชาตินี้หรือไม่"


"ศิวาดล" นวนิยายจากนักเขียนฝีมือเยี่ยม"คุณชลนิล"
เรื่องราวความลึกลับในคฤหาสน์อาถรรพ์
ที่เนื้อหากำลังขมวดปมเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ
ติดตามได้ในคอลัมน์ "วรรณกรรมนำใจ" ค่ะ (^__^)

]]>
Fri, 07 Jun 2019 03:57:01 GMT http://www.dlitemag.com/index.php?option=com_content&view=article&id=2087:2019-06-07-03-58-44&catid=34:lite-talk&Itemid=59
ฉบับที่ ๒๕๙ เถียงกับพาล คือความสูญเปล่ายิ่ง http://www.dlitemag.com/index.php?option=com_content&view=article&id=2080:2019-05-23-04-23-41&catid=34:lite-talk&Itemid=59
259 talk



พระพุทธเจ้าตรัสนิยามว่า
พาลแท้ คือคนที่เป็นพาล
แต่สำคัญว่าตนคือบัณฑิต


คนที่เป็นพาล
เป็นพวกเบียดเบียนก่อน
รังแกคนไม่มีทางสู้
เข้าใจเรื่องราว แต่แกล้งทำเป็นไม่เข้าใจ
รู้ว่าเรื่องจริงอย่างหนึ่ง
แต่แกล้งพูดเอาเข้าตัวเป็นอีกอย่าง
เห็นใครดีกว่าแล้วหมั่นไส้
อยากกลั่นแกล้ง ใส่ร้ายให้เสียหาย ฯลฯ


ก็เมื่อเห็นอยู่ว่าทำเรื่องไม่ดี
เหตุใดบางคนจึงสำคัญว่าตนเป็นฝ่ายดี
ฝ่ายพระเอก ฝ่ายกู้โลกกันได้?


คำตอบคือ
อัตตาโตๆ ดิบๆ
จากข้อดีเล็กๆน้อยๆของตัวเองเป็นธงนำ
ประกอบเหตุผล ข้ออ้าง ข้อไม่ดีของคนอื่น
มาทำให้เกิดความชอบธรรมในการกดขี่เขา
และเมื่อใช้เหตุผลในการสนับสนุน
อารมณ์อยากเข้าข้างตนเองมากเข้า
ก็กลายเป็นโมหะห่อหุ้มจิตหนาแน่น
ทำให้สำคัญตนผิด
มองอะไรเพี้ยนไปจริงๆ ไม่ได้แกล้ง


ถ้าคุณโดนหาเรื่อง
ถ้าต้องอธิบายให้คนแกล้งเข้าใจผิดฟัง
คุณจะพบความสูญเปล่าในชีวิตอย่างใหญ่หลวง
ทั้งเสียแรง เสียเวลา และเสียจิต


หลังจากผ่านร้อนผ่านหนาว
คุณจะมองเห็นความจริงว่า
มนุษย์มี ๓ พวก
พวกหนึ่ง ไม่รับฟัง
เอาแต่อยากเถียงหัวชนฝา หน้าดำหน้าแดง
พวกที่สอง รับฟัง
แต่ไม่คิดตาม จะยึดเอาความเชื่อตนเป็นธงชัย
พวกที่สาม รับฟัง
และพร้อมจะเปลี่ยนใจตามข้อมูลหรือหลักฐาน


ก่อนจากโลกนี้ไป
ควรทำใจได้ตรงตามจริงอันเป็นธรรมดาว่า
คนพวกที่สามมีน้อย
ถ้าคุณยอมเสียแรง เสียเวลา
เฉพาะกับคนพวกนี้
ถึงจะเกิดความสบายใจ
และได้ชื่อว่าใช้เวลาในชีวิตคุ้ม!



ดังตฤณ
พฤษภาคม ๖๒





review


พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงพระธรรมเทศนาแก่พระภิกษุทั้งหลาย

ถึงเรื่องของการหมั่นเจริญภาวนาเพื่อหลุดพ้นจากอาสวะ
ดังความในคอลัมน์ "ธรรมะจากพระสูตร"
ตอน "ภาวนาสูตร ว่าด้วยภิกษุหมั่นเจริญภาวนา"


ทำอย่างไรจึงจะได้มีโอกาสตายแล้วไปดี
และเป็นความจริงหรือไม่ที่คนใกล้ตายสามารถได้มรรคผลง่าย
หาคำตอบได้ในคอลัมน์ "ดังตฤณวิสัชนา"
ตอน "หากเจริญสติอย่างถูกต้องในช่วงใกล้ตาย จะบรรลุธรรมได้ง่ายใช่หรือไม่"


ควรมีหลักในการพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ ในพุทธประวัติอย่างไร
และแก่นของคำสอนในการประพฤติปฏิบัติธรรมของพระพุทธศาสนาคืออะไร

ติดตามได้เรื่องราวที่คุณงดงามบอกเล่าไว้
ในคอลัมน์ "จุดหมายปลายธรรม" ตอน "เน้นเปลือกหรือแก่น"
]]>
Thu, 23 May 2019 04:21:10 GMT http://www.dlitemag.com/index.php?option=com_content&view=article&id=2080:2019-05-23-04-23-41&catid=34:lite-talk&Itemid=59
ฉบับที่ ๒๕๘ นิมิตความจริง http://www.dlitemag.com/index.php?option=com_content&view=article&id=2073:2019-05-09-04-42-22&catid=34:lite-talk&Itemid=59
258 talk



ชีวิตปกติแบบเราๆท่านๆ
มีตื่น มีหลับ
แต่ชีวิตในทางพุทธ
แม้ลืมตา ก็ยังไม่แน่ว่าตื่น


ช่วงตื่นแบบคนธรรมดา
คือช่วงที่ตามองเห็นรูป
หูได้ยินเสียง ใจคิดทำบุญทำบาปขึ้นมาได้


ส่วนช่วงหลับหลง ลงสู่ความฝัน ได้แก่
ช่วงที่เห็นนิมิตเลอะเทอะขณะหลับหนึ่ง
ช่วงที่เหม่อ เพ้อ ละเมอหาอดีตอนาคตหนึ่ง
กับช่วงที่ใกล้ตาย เห็นทั้งชีวิตที่ผ่านมา
เป็นแค่กลุ่มภาพนิมิตที่เอาติดตัวไปไม่ได้หนึ่ง


นับดูแล้ว ชาติหนึ่งๆ
คนส่วนใหญ่เอาชีวิตไปทิ้งกับการฝัน
มากกว่าการ ‘ตื่น’ ขึ้นทำอะไรมาก


นอกจากนั้น ยังมีการหลับหลงอีกแบบ
ทางพุทธมองว่า ทุกชาติเราถูกปิดหูปิดตา
หลงเข้าใจผิดเหมือนๆกันหมดว่า
กายใจเป็นตัวเป็นตนของเราจริงๆ
ชาติก่อนก็เข้าใจผิดอย่างนี้
แล้วกายใจก่อนก็ล้มตายหายไป
เกิดใหม่ลืมกายใจที่หายไปแล้ว
แล้วชาตินี้ก็หลงยึด หลงเข้าใจผิดแบบเดิม
ซึ่งในไม่ช้า กายใจนี้ก็ต้องล้มตายหายไปอีก


เพราะเหตุนั้น ทางพุทธจึงมองว่า
บุคคลผู้พิจารณา
เห็นความเกิดขึ้นและเสื่อมไป 
มีชีวิตอยู่แค่วันเดียว
ประเสริฐกว่าบุคคลผู้ไม่พิจารณา
เห็นความเกิดขึ้นและความเสื่อมไป
แต่กลับมีชีวิตอยู่ตั้งร้อยปี


คำว่า ‘ประเสริฐกว่า’ ในที่นี้
ไม่ได้มองว่า ใครดีใครเลวกว่ากัน
แต่มองในแง่การมีสิทธิ์พ้นอุปาทานเฉพาะตน
กล่าวคือ เมื่อเกิดสติรู้ขึ้นมาว่า
ลมหายใจเข้าออกเดี๋ยวนี้
กำลังแสดงความไม่ใช่ตัวเดิม ไม่มีตัวตน
แม้สุขทุกข์ จิตสงบ จิตฟุ้งซ่าน
ต่างก็กำลังแสดงความไม่ใช่ตัวเดิม ไม่มีตัวตนอยู่ชัดๆ
ถ้าเห็นเรื่อยๆ กระทั่งถึงขั้นเกิดสมาธิ
รู้ความไม่ใช่ตัวเดิม ไม่มีตัวตนเหล่านั้น
เป็น ‘นิมิตความจริง’ ที่ปรากฏเป็นปกติทั้งวัน
เพียงเท่านั้น ก็เป็นประตูทางออกจากการหลง
ใกล้ได้เวลาออกจากการหลับ
จึงนับว่า แม้เห็นความไม่เที่ยงเพียงวันเดียว 
ก็ประเสริฐกว่ามีชีวิตแบบไม่รู้ความจริงสำคัญ
ไปเป็นร้อยๆปี หรือหลายภพหลายชาติ!


(หมายเหตุ - คิดๆนึกๆถึงความไม่เที่ยงรอบตัว
ไม่นับเป็นเหตุให้อุปาทานในตัวตนหายไป
เพราะเป็นพุทธิปัญญาระดับอ่อนๆ
ที่อาศัยจินตนาการช่วย
แต่หากเกิดสมาธิ 
เห็นรายละเอียดในกายใจ
เป็นนิมิตแสดงความไม่ใช่ตัวเดิมแจ่มชัด ต่อเนื่อง
นับเป็นเหตุให้อุปาทานในตัวตนหายไปได้จริง
เพราะเป็นพุทธิปัญญาแบบเปิดตาใน ตื่นขึ้นมาเห็น)


ดังตฤณ
พฤษภาคม ๖๒





review


พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมแก่พระภิกษุ
โดยทรงเปรียบเทียบชีวิตของมนุษย์กับสิ่งต่างๆ

และสิ่งที่พึงประพฤติปฏิบัติในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่
ดังความในคอลัมน์ "ธรรมะจากพระสูตร"
ตอน "อรกานุสาสนีสูตร ว่าด้วยคำสอนของอรกศาสดา"


ท่านผู้ที่ละกิเลสได้แล้วในแต่ละชั้น ตั้งแต่พระโสดาบันเป็นต้นไป
จะสามารถทราบได้ด้วยตัวของท่านเอง แม้จะไม่มีผู้ใดบอกใช่หรือไม่
ติดตามได้จากวิสัชนาธรรม โดย หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต
เรื่อง "ผู้ที่ละกิเลสได้แล้วจะทราบได้ด้วยตนเองใช่ไหม"
ในคอลัมน์ "สารส่องใจ" ค่ะ


ควรวิธีการใดในการโน้มน้าวใจบุพการีที่ชราและมีปัญหาสุขภาพ
ให้สร้างกุศลต่างๆ ให้มากที่สุดเพื่อเป็นประโยชน์แก่ตัวท่านเอง
หาคำตอบได้ในคอลัมน์ "ดังตฤณวิสัชนา"
ตอน "จะทำให้พ่อแม่ที่มีความยึดมั่นถือมั่นสูง หันมาสนใจธรรมะได้อย่างไร"
]]>
Thu, 09 May 2019 04:39:15 GMT http://www.dlitemag.com/index.php?option=com_content&view=article&id=2073:2019-05-09-04-42-22&catid=34:lite-talk&Itemid=59