ดังตฤณวิสัชนา Dungtrin's Answer
ปฏิบัติธรรมแล้วยังสามารถเสพความบันเทิงต่างๆ ได้ไหม
ถาม – ดิฉันปฏิบัติธรรมมานานพอสมควร จนปัจจุบันไม่ค่อยโกรธแรงๆ แล้ว
และสามารถเห็นความเกิดดับได้ชัดเจน แต่ยังมีความกังวลและคิดมากในเรื่องต่างๆ อยู่บ้าง
ซึ่งบางครั้งก็หาทางออกด้วยการไปเสพความบันเทิงต่างๆ เช่น ดูละคร ฟังเพลง
แต่ดิฉันก็คิดว่าทำแบบนี้คงไม่ค่อยถูกทางเท่าไหร่ รบกวนขอคำแนะนำด้วยค่ะ
ตอบ – ไม่เป็นไรหรอก คือคุณไม่ต้องไปกังวลมาก
เราเป็นฆราวาสนะ อยากจะทำอะไรก็ทำไปเถอะ
ที่จะเสพความบันเทิงบ้างอะไรบ้าง
ไม่ต้องไปแบบโอ้โหคาดคั้นตัวเองว่าจะต้องอยู่ในกรอบ
แบบนักปฏิบัติฟูลไทม์ (full-time) ที่ท่านถือเพศบรรพชิตกันแล้ว
คือผมเข้าใจดีที่เราทำๆ กัน จริงๆ แล้วขัดแย้งกับเพศสภาพที่เป็นฆราวาสอยู่นะ
แต่อย่างไรก็ตามมันก็ได้เห็นนะว่าเราทำกันได้จริง
เหมือนกับในสมัยพุทธกาล ท่านก็ทำกันได้จริง ทั้งๆ ที่เป็นฆราวาสอยู่
คืออย่าไปถึงขั้นกังวลว่าจะต้องให้ได้แบบนักปฏิบัติฟูลไทม์นะครับ
เราเป็นนักปฏิบัติพาร์ทไทม์ (part-time) ที่ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป
ทำแบบเรื่อยๆ ทำแบบเหมือนเล่นๆ แต่ว่าเอาจริง ต่อเนื่อง
ในที่สุดมันจะค่อยๆ พัฒนาขึ้นไปเองโดยที่ไม่ต้องไปเกร็งมาก
พวกที่เกร็งมาก ผมเห็นมามากแล้วที่พอถึงจุดหนึ่งหยุดเลย
บอกว่าไม่เอาแล้ว ไม่ไหวแล้ว ทนอยู่ไม่ได้
ไม่รู้จะเลือกข้างไหน เอาสว่างหรือเอามืด ก็ให้มันเทาๆ ไปก่อนนะครับ
ให้มันแบบว่ามีความสุขกับการใช้ชีวิตแบบที่เราเป็นตามอัตภาพ เอาแบบนั้น
จะดูหนัง ดูละครอะไรก็ช่างเถอะ
แต่ให้รู้ด้วยก็แล้วกันว่าที่เราดูหนังดูละคร ผลลัพธ์มันเป็นจิตแบบไหน
หลงแบบยืดเยื้อไปเป็นวันๆ หรือเป็นเดือนๆ
แล้วก็ขี้เกียจปฏิบัติไปเลยหรือเปล่า แบบนั้นน่ะเรียกว่ามากเกินไป
แต่ถ้าดูหนังดูละคร ตามใจกิเลสมันหน่อย แล้วก็มาคิดถึงการภาวนา
อย่างนี้เรียกว่าเป็นการผ่อนสั้นผ่อนยาว ผ่อนหนักผ่อนเบาแบบพอดีๆ
ในแบบที่จะกลับมารีเฟรช (refresh) ตัวเองใหม่ได้นะครับ
| < Prev | Next > |
|---|








