วรรณกรรมนำใจ Lite Literature

เกมแลกกรรม ๔


 

game cover


ชลนิล


(ต่อจากฉบับที่แล้ว)




            ประตูห้องเปิดออก...ความหนาวเย็นแผ่กระทบชวนยะเยือกจับใจ ซินแสหมื่นปีเดินนำหน้า ‘ลูกค้า’ ก้าวตามหลัง พอประตูปิดเธอกวาดมองรอบกายยืนอึ้งไม่กล้าก้าวเท้าต่อ

            “นี่ที่ไหนกันเนี่ย” น้ำเสียงโทสะแฝงตกใจ

            ที่นี่ไม่ใช่ห้องทำพิธีใด มันเป็นปากถ้ำคูหากว้างกว่าประตูทางเข้าไม่มาก หินงอกหินย้อยตามผนังแสดงชัดว่าไม่ใช่ของปลอมใช้ประดับตกแต่ง

            “ถ้าไม่กล้าเข้ามาทำพิธีก็กลับออกไป ประตูไม่ได้ล็อค” คนข้างหน้าพูดลอย ๆ ไม่หันมอง

            ลินดาหันขวับพบประตูบานเดิมยังอยู่ คิดเอื้อมมือเปิดแต่ความต้องการในใจฉุดรั้งไว้...

            ที่นี่อาจเป็นห้องตกแต่งพิเศษให้เหมือนถ้ำเพิ่มความขลังชวนศรัทธา หลอกพวกหน้าโง่คิดว่าหลุดเข้ามาอีกมิติหนึ่ง ซินแสคนนี้น่าจะรวยขนาดจำลองถ้ำธรรมชาติไว้ในบ้านตัวเอง

            “ใครว่าฉันไม่กล้า” ตอบเสียงห้วนก่อนเดินตามหลังอย่างไม่เกรง

            ซินแสก้าวเท้าจังหวะสม่ำเสมอไม่เร็วไม่ช้า หญิงสาวเร่งฝีเท้าเท่าไหร่ระยะห่างยังเหมือนเดิม หินงอกหินย้อยตามผนังถ้ำรูปลักษณ์แปลกตาเรื่อย ๆ กรวดทรายบนพื้นเหยียบหยุนเท้าเหมือนถ้ำจริง

            แสงสว่างรำไรเบื้องหน้าไม่ไกลรู้สึกเดินไปไม่ถึงสักที ความหนาวเย็นเพิ่มเรื่อย ๆ ยิ่งเดินนานขายิ่งแข็งก้าวแทบไม่ออก หนำซ้ำรู้สึกรอบกายมีเงาดำน่าเกลียดน่ากลัวผลุบโผล่พร้อมเข้ามาฉีกทึ้งทำร้ายทุกขณะ

            หากไม่ใช่เลขาส่วนตัวรับรองความสามารถซินแสขนาดนี้เธอคงหันหลังกลับแล้ว ความเชื่อมั่นอยากเอาชนะพาให้เดินฝ่าเส้นทางหนาวเย็น สัมผัสอันตรายทุกย่างก้าวจนมาถึงที่หมายสำเร็จ

            คูหาถ้ำห้องนี้ขนาดกว้างเท่าไรยากกำหนด ด้วยแท่นหินทำพิธีจุดเทียนดวงเดียวแสงกระทบผนังถ้ำสะท้อนกลับวับแวมไม่อาจสาดส่องทั่วสถานที่

            ลินดาหยุดยืนหน้าแท่นหินมองเห็นแผ่นไม้ลายสวยวางข้างแอ่งหินเล็ก ๆ ในแอ่งมีผงสีขาวกลิ่นหอมลอยมาให้รู้สึกชุ่มเย็น นับเป็นความอบอุ่นใจอย่างเดียวที่สัมผัสได้ในเวลานี้

            “ให้ฉันทำอะไร” เธอถามซินแส

            “เธอพร้อม ‘แลก’ กับสิ่งที่ต้องการไหม” คำถามกระหึ่มจริงจัง

            “ได้สิ...จะให้ฉันทำบุญแบบไหนยังไง” ก่อนมาที่นี่จำได้ว่าอีกฝ่ายบอกต้องการแค่บุญกุศล

            พู่กันด้ามหนึ่งถูกยื่นให้แทนคำตอบ

            “ถ้ารับปากแล้วก็ใช้พู่กันนี่แต้มผงสีขาวบนแผ่นไม้นั่นก็พอ”

            หญิงสาวรับพู่กันไว้ในมือ สมองอื้ออึงเสียงคัดค้านในหัวดังกระหึ่ม ตัวชามือแข็งค้างไม่ยอมขยับคล้ายมีใครพยายามฉุดรั้งร่างเธอในวินาทีสุดท้าย

            ซินแสมองเฉยไม่เร่งเร้าไม่เอ่ยวาจาช่วยผ่อนคลาย ปล่อยหล่อนสู้รบกับสมรภูมิภายในด้วยตนเอง

            ใบหน้า ‘เกริกเกียรติ’ ชายหนุ่มผู้เหมาะสมเป็นเจ้าบ่าวปรากฏแวบหนึ่ง วาจาบิดาที่รับปากจะมอบตำแหน่งสำคัญไม่ด้อยกว่าพี่ชายน้องชายดังก้องอีกครั้ง

            ลินดาสลัดความลังเลสงสัยใช้พู่กันในมือแตะผงสีขาวแล้วแต้มลงบนแผ่นไม้ เสียงเปรียะลั่นในหู...หลังจากนั้นสมองโล่งขาว ลืมเลือนบรรยากาศ ‘ถ้ำพิธี’ แห่งนี้จนสิ้น



- - - - - - - - - - - - 0 0 - - - - - - - - - - - -



            ‘นิศา’ เลขาส่วนตัวลินดาเข้ามานั่งรอในห้องรับแขกไม่นาน เห็นเจ้านายออกจากห้องพิธีด้วยสีหน้าแววตาปกติค่อยโล่งอกเชื่อว่าคงไม่โดนพายุโทสะเจ้าหล่อนแน่นอน

            “เรียบร้อยมั้ยคะคุณลินดา”

            “เรียบร้อยแล้วไม่เห็นมีอะไร...พิธีง่าย ๆ ไม่รู้ว่ามันจะสำเร็จมั้ย”

            ทั้งหมดที่เธอจำได้มีแค่ช่วงเวลาใช้พู่กันแตะผงสีขาวแต้มแผ่นไม้เท่านั้น

            “สำเร็จสิคะ ซินแสคนนี้ไม่เคยพลาด...เอ่อ...แล้วท่านไม่ได้ออกมาด้วยหรือคะ”

            “ไม่...ทำพิธีเสร็จบอกให้ฉันกลับไปเลยเงินทองอะไรไม่เอาสักบาท...ให้ทำบุญที่ไหนก็ไม่บอกไม่รู้เสียเวลาเปล่ามั้ย”

            หลังเสร็จพิธีได้ยินแค่เสียงบอก...กลับไปได้แล้ว...เธอไม่ต้องเดินไปไหนพบบานประตูรออยู่ตรงหน้า แค่เปิดออกก็ก้าวมาห้องนี้เรียบร้อย

            “อ๋อ...เรื่องทำบุญไม่ต้องห่วงค่ะ เดี๋ยวนิศาพาไปเองสบายใจได้”

            หญิงสาวไฮโซมองประตูห้องพิธีที่ปิดสนิทอีกครั้ง เธอจดจำรายละเอียดในห้องไม่หมด ระลึกแค่ขั้นตอนพิธีเรียบง่าย...ง่ายเสียจนไม่มั่นใจ...แล้วความคิดนั้นเลือนหายเมื่อนึกถึงเรื่องสำคัญอีกอย่าง

            “รีบกลับได้แล้ว ฉันอยากออกไปพิสูจน์อะไรบางอย่าง” พูดอย่างคนใจร้อน

            “คุณลินดาจะพิสูจน์อะไรคะ”

            “โทรหาเกริกเกียรติ...ดูสิว่า...ถ้าเรียกเขาตอนนี้จะยอมมาหาฉันมั้ย”

            “แหม...คุณลินดา...” เลขาไม่กล้าเอ่ยติง...เพิ่งทำพิธีเสร็จจะเห็นผลอะไรเร็วขนาดนั้น

            “ถ้าพิธีของซินแสเธอได้ผลจริง เขาต้องมาหาฉันทันที”

            เลขาแอบถอนใจฝืนยิ้มพยักหน้า

            “ค่ะ...งั้นพวกเรากลับกันเลยนะคะ”



- - - - - - - - - - - - 0 0 - - - - - - - - - - - -



            ...พิธีกรรมไม่สำคัญเท่าเจตนา...ความตั้งใจ...

            ...วาจา...วจีกรรม...ถือเป็นการเซ็นสัญญาโดยไม่ต้องลงลายลักษณ์อักษร...

            สำหรับซินแสหมื่นปี...สองสิ่งนี้เพียงพอที่จะทำ ‘สัญญากรรม’ ระหว่าง ‘ผู้มอบอำนาจ’ กับ ‘ผู้รับมอบอำนาจ’ แล้ว

            แผ่นไม้ลายสวยตรงกลางมีร่องรอยผงสีขาวแตะแต้ม ตอนแรกผงนั้นกระจายตัวไม่เป็นรูปร่าง ไม่นานมันค่อยรวมตัวเป็นรูปดอกกล้วยไม้ขาวก่อนซึมหายเข้าไปในเนื้อไม้

            ซินแสหยิบแผ่นไม้ยัดลงในหลืบช่องว่างผนังถ้ำ บังเกิดแสงสว่างเรืองสีเขียวอ่อนกระจายทั่วเผยให้เห็นสภาพแท้จริงสถานที่แห่งนี้ชัดเจน

            มันเป็นถ้ำกว้างเพดานสูงลิบ หินงอกย้อยลงมายืดยาวสวยงามบอกอายุยืนยาวโดยไม่มีคนนอกรุกราน แสงสีเขียวส่องจับเกล็ดหินเป็นประกายมลังเมลืองสว่างไสว

            สายลมลอดผ่านช่องหินส่งเสียงแผ่วเบาราวละเมอไม่ก็เป็นเสียงอ้อนวอนขอร้อง อากาศเย็นวนเวียนโดยรอบสังเกตดี ๆ จะพบว่ามันก่อรวมเป็นร่างวิญญาณหลายดวง ซึ่งก่อนหน้านี้พวกมันพยายามยับยั้งเหยื่อรายล่าสุดไม่ให้ทำพิธี

            ซินแสหมื่นปีไม่ขัดขวาง ดวงตานิ่งลึกทรงอำนาจเหลือบมองวิญญาณเหล่านั้นด้วยแววหมิ่นเย้ย

            “พวกเอ็งคิดว่านางคนนั้นจะยอมรับฟังแล้วหักห้ามใจได้หรือ...เพื่อสิ่งที่อยากได้ตรงหน้า มนุษย์แทบทุกคนยอม ‘แลก’ ทั้งนั้น แม้รู้ว่าแลกไปแล้วจะต้องตกนรกตอนท้ายก็ตามที”



- - - - - - - - - - - - 0 0 - - - - - - - - - - - -



            ร้านลืมหวานสาขาสอง

            “น้องน้ำจ๋า...บอกพี่หน่อยไม่ได้เหรอว่าน้องลุยบวชแล้วจะไปจำพรรษาวัดไหน รับรองจะไม่ไปรบกวนแน่นอน”

            “ไม่ได้หรอกค่ะพี่จี๊ด เรื่องนี้นอกจากเป็นความต้องการพี่ลุยแล้ว พ่อแม่ยังสั่งห้ามน้ำเด็ดขาดเหมือนกันเพราะอยากให้พี่เขาได้บวชในสถานที่สัปปายะที่สุด”

            “แหมเรื่องนั้นพวกเราก็รู้แต่ขอโอกาสได้ไปใส่บาตรสักครั้งไม่ได้เหรอ”

            “ไปร่วมอนุโมทนาบุญวันบวชก็ได้ค่ะพี่อ้อม บวชวัดในกรุงเทพนี่เองเปิดโอกาสให้ญาติผู้ใหญ่ เพื่อนในวงการ แฟนคลับไปร่วมงานได้เต็มที่ หลังจากนี้ต้องขอโทษจริง ๆ บอกไม่ได้ว่าจำพรรษาวัดไหน นอกจากเปิดโอกาสให้พี่ลุยอยู่กับตัวเองเต็มที่แล้ว ทางวัดก็ต้องการความสงบด้วยค่ะ”

            “ข่าวบอกว่าน้องลุยจะบวชพรรษานึงแต่มีบางสายบอกว่าไม่มีกำหนดสึก ตกลงยังไงแน่จ๊ะน้ำ...พี่กลัวน้องลุยจะบวชไม่สึกเหมือนน้าชายเขาจริง ๆ”

            “พี่จี๊ดรู้จักหลวงน้าด้วยหรือคะ” รอยธาราประหลาดใจ

            ร้านลืมหวานเปิดบริการโดยไม่ใช้ชื่อซุป’ตาร์รอยเธียรประชาสัมพันธ์ ถึงอย่างนั้นแฟนคลับหลายรายก็ทราบว่าเจ้าของร้านเป็นน้องสาวดาราดัง ทั้งยังเคยเป็นประธานกลุ่มแฟนคลับจึงมีคนกลุ่มนี้แวะเวียนมาเสมอ

            ข่าวเกี่ยวกับการบวชของรอยเธียรเพิ่งถูกปล่อย แฟนคลับทั่วไปเข้าถึงตัวเขายาก คนคอยตอบคำถามคือรอยธาราเพราะเจ้าตัวต้องแวะเวียนดูแลร้านลืมหวานสองสาขาทุกวัน

            “แหมพี่ติดตามบ้านน้องน้ำตั้งแต่รุ่นคุณแม่รอยจันทร์เป็นดาราแล้วนะจ๊ะ จำได้ว่าสมัยยังไม่บวชน้าชายน้องน้ำเคยถ่ายแบบขึ้นปกนิตยสารเล่มนึง แถมเนื้อในยังถ่ายแฟชั่นคู่กับพี่สาวด้วย หล่อสวยกันทั้งพี่ทั้งน้อง...พี่ยังคิดเลยว่าต่อไปน้องชายรอยจันทร์ต้องเป็นดาราดังตามพี่สาวแน่แต่ก็เงียบหายไปเลย ได้ข่าวทีหลังว่าบวชไม่สึกซะแล้ว”

            รอยธาราจำนิตยสารอายุสามสิบกว่าปีเล่มนั้นได้ มารดาเธอเก็บไว้อย่างดีในชั้นหนังสือบอกว่าเป็นความทรงจำที่ดีครั้งหนึ่งในชีวิต

            “เอ๋...หรือว่าน้องลุยจะจำพรรษาวัดเดียวกับน้าชาย” พี่อ้อม...แฟนคลับอาวุโสอีกคนฉุกคิดแล้วหันมาถามเพื่อน “จี๊ดเธอรู้มั้ยว่าท่านบวชวัดไหน”

            “ถ้ารู้จะมาถามน้องน้ำที่นี่เหรอ” พี่จี๊ดตอบแล้วมองหญิงสาวด้วยสายตามีความหวัง

            รอยธาราหัวเราะแหะแหะไม่ตอบวาจา กำลังหาวิธีเลี่ยงอย่างสุภาพพนักงานในร้านเข้ามาถูกจังหวะพอดี

            “พี่น้ำคะมีแขกถามถึงค่ะ”

            “หรือจ๊ะ...เดี๋ยวพี่ไปนะ” จบวาจารีบขอตัว “ขอโทษนะคะพี่จี๊ด พี่อ้อม...น้ำขอตัวแป๊บนึง”

            หลุดจากโต๊ะสองแฟนคลับอาวุโสคิดว่าจะสบายใจโล่งอก พอเห็นหน้าแขกถามถึงตัวเองก็ต้องแอบถอนใจ อารมณ์ไม่ต่างหนีเสือปะจระเข้

            ชายหนุ่มโต๊ะนั้นรูปร่างหน้าตาดีแต่งกายบอกรสนิยมเรียบหรู ลักษณะปล่อยตัวตามสบายแฝงด้วยมาดบางอย่างที่เห็นแล้วชวนอึดอัด

            ‘เกริกเกียรติ’ ทายาทมหาเศรษฐีเคยแวะมาร้านลืมหวานพร้อมสาวคนหนึ่ง พอได้เห็นหญิงสาวเจ้าของร้านทราบว่าเป็นใครก็สนใจพยายามแวะเวียนมาบ่อยจนเกือบเป็นลูกค้าประจำ แสดงท่าทีอยากรู้จักสนิทสนมรอยธาราเป็นพิเศษ

            ความเป็นเจ้าของร้านรู้มารยาทสังคม หญิงสาวทักทายพูดคุยกับเขาเป็นกันเองเว้นระยะห่างประมาณหนึ่งไม่ให้อีกฝ่ายก้าวล่วงไกลกว่านั้น

            ฝ่ายชายรู้สึกท้าทายสนุกสนานอยากคืบหน้าสัมพันธ์กว่าเดิม ทั้งที่ตัวเองมีสาวคนคุย - สาวคนสนิทอีกหลายคน

            ก่อนรอยธาราเดินถึงโต๊ะมีข้อความทางไลน์เข้ามาในโทรศัพท์ เธอส่งยิ้มให้ลูกค้าแล้วจงใจชะลอเวลาด้วยการหยิบมือถือมาอ่านข้อความ

            ‘พี่ติดต่อเจ้าของสูตรขนมปังสมุนไพรแล้วนะคะ เขาบอกว่าจะแวะไปคุยกับน้องน้ำที่ร้านลืมหวานสาขาสองวันนี้ค่ะ...ลูกปลา’

            หญิงสาวตอบรับทราบก่อนเดินเข้าไปหาลูกค้าที่โต๊ะ

            “สวัสดีค่ะคุณเกริกเกียรติ วันนี้แวะมาซื้อของหวานกลับบ้านหรือทานที่นี่คะ”

            “ทานที่นี่ครับ วันนี้คุณน้ำมีอะไรแนะนำบ้าง”

            รอยธาราแนะนำอาหารของหวานตามหน้าที่ รักษากิริยาไม่มากไม่น้อยไม่แสดงอาการสนิทสนมเกินควรหรือใกล้ชิดเกินเหตุ ไม่สนใจเสน่ห์ที่ชายหนุ่มจงใจหยอดใส่ตลอดเวลาการพูดคุย

            หลังรับออเดอร์ส่งให้พนักงานในร้านเรียบร้อย เกริกเกียรติพยายามรั้งเธอสนทนาต่อ

            “คืนวันเสาร์คุณน้ำว่างมั้ยครับ บริษัทผมมีปาร์ตี้ที่โรงแรม...อยากเชิญไปร่วมสนุกด้วยกัน”

            หญิงสาวชะงักชั่วแวบส่งรอยยิ้มยื้อเวลาหาเหตุผลปฏิเสธแบบไม่ให้เสียน้ำใจ ชั่วเวลานั้นสายตาปะทะลูกค้าเพิ่งเข้ามาใหม่ในหัวคิดวิธีเลี่ยงคำตอบได้ทันที

            “ขอโทษนะคะคุณเกริกเกียรติ พอดีรุ่นน้องมหา’ลัยแวะมาหาไม่เจอกันนานแล้วไม่ทราบมีธุระอะไร น้ำขอตัวไปคุยกับเขาก่อนนะคะ”

            ‘รุ่นน้อง’ ชายหนุ่มร่างสูงสวมเสื้อผ้าหลวมโพรกไม่เข้ารูปร่างไม่ค่อยมีรสนิยม ผมยาวหน้าม้าปรกหน้าผากสวมแว่นตาหนาดูเนิร์ดไม่สะดุดตา ลักษณะเอื่อยเฉื่อยคนทั่วไปเห็นแล้วไม่นึกอยากมองซ้ำ

            “ตี๋เล็ก...เป็นไงมายังไงแวะมาถึงร้านฉันได้นี่”

            รอยธาราเป็นรุ่นพี่คณะเดียวกันห่างแค่สองปีสนิทสนมพอสมควร ตอนเปิดร้านลืมหวานชีวิตวุ่นวายขาดการติดต่อไม่ได้เจอกันสองสามปีได้

            “ผมแวะมาหาพี่นั่นแหละ ติดลูกค้าอยู่หรือเปล่า” ชายหนุ่มพูดพลางมองยังโต๊ะที่เจ้าของส่งสายตามายังหญิงสาวตลอดเวลา

            รอยธาราหันไปยิ้มให้เกริกเกียรติ ก้มศีรษะเชิงขอตัวแล้วดึงชายหนุ่มรุ่นน้องเข้าไปหลังร้าน



- - - - - - - - - - - - 0 0 - - - - - - - - - - - -



            พอหลบสายตาหนุ่มไฮโซพ้นรอยธาราถอนใจเฮือกใหญ่ ยิ้มกว้างให้ชายหนุ่มตรงหน้าอย่างกันเอง นึกอยากเอามือขยี้ผมอีกฝ่ายด้วยความหมั่นไส้

            “ไม่เจอกันสองสามปีเรียนจบแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมแกล้งทำตัวเป็นหนุ่มเนิร์ดอีก...คิดว่าคนสมัยนี้เขาแยก ‘คล้ากเค้นท์’ กับ ‘ซูเปอร์แมน’ ไม่ออกเพราะแค่ทรงผมมารูโกะกับแว่นเด็กเนิร์ดหรือไง”

            พอโดนคำประชดอันคุ้นเคยชายหนุ่มหัวเราะถอดแว่น เสยผมปรกหน้าขึ้นเผยใบหน้าหล่อใสคมสไตล์ตี๋อินเตอร์ ดวงตาโตฉายแววฉลาดเฉลียว จมูกโด่งรับกับริมฝีปากบางสวย ผิวขาวละเอียดเนียนจนสาว ๆ อิจฉา

            “ทั้งมหา’ลัยมีพี่น้ำคนเดียวแหละที่ดูออก” หนุ่มตี๋อินเตอร์บอกเชิงบ่น

            “ถ้าตอนนั้นเธอไม่แปลงร่างซะหล่อเป็นพิธีกรรายการ ‘เรื่องผีผี’ ฉันก็ยังไม่รู้หรอก พอดูรายการถึงช่วง ‘สมุนไพรใครว่าเชย’ เห็นหน้าพิธีกรแล้วสะดุดตาคุ้น ๆ พอสังเกตจริงก็จับโป๊ะออกว่าน้องเพชร...เรื่องผีผี กับเจ้าตี๋เล็กเด็กเนิร์ดในคณะเป็นคนเดียวกัน”

            เพชรหัวเราะเมื่อนึกถึงเรื่องในอดีต

            “พี่น้ำใช้ความลับนี้แกล้งใช้งานผมซะอ่วมเลย...เสียดายตอนนั้นไม่รู้ความลับเรื่องพี่น้ำเป็นน้องพี่ลุย...ไม่งั้น...”

            “ไม่งั้น...คงไม่ต้องเป็นเบ๊ฉันเกือบสองปีใช่มั้ย” หญิงสาวดักคอ

            “เปล่า...” ตีหน้าซื่อตาใส “ไม่งั้นผมคงไม่ได้สนิทกับพี่น้ำขนาดนี้หรอก”

            รอยธาราหัวเราะสบตาคู่สวยของเขาแล้วบอกง่าย ๆ

            “ฉันเห็นหน้าหล่อของไอ้พี่ชายจอมกวนตั้งแต่เล็ก ใครชื่นชมยังงั้นยังงี้มีแต่ฉันเห็น ‘ยุคมืด’ ของซุป’ตาร์รอยเธียร รู้ว่าคนเราไม่ได้หล่อตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงหรอก ยิ่งตอนดัดจริตใส่วิกสวมแว่นปลอมตัวไม่ให้รู้ว่าเป็นดารานะ...ไม่ต่างจากเธอเล้ย...”

            “ขอบคุณครับที่ชมว่าผมหล่อระดับพระเอกเบอร์หนึ่งของประเทศ” ชายหนุ่มรับสมอ้าง

            หญิงสาวโคลงศีรษะระอากึ่งเอ็นดู

            “จริงสิ...มัวแต่คุยเรื่องเก่า ๆ มาที่นี่มีธุระอะไรหรือเปล่า”

            “อ้าว...เจ๊ลูกปลายังไม่ได้ไลน์บอกพี่น้ำอีกหรือครับ”

            “ไลน์บอกเรื่องอะไร...เธอรู้จักเจ้าของร้านยิปซีคาเฟ่ด้วยเหรอ”

            “ครับ...ผมเป็นเจ้าของสูตรขนมปังสมุนไพร”

            รอยธารานิ่งอึ้งชั่วขณะทบทวนความทรงจำจนนึกได้ ‘ตี๋เล็ก’ หรือ ‘น้องเพชร...เรื่องผีผี’ เคยจัดรายการช่วง ‘สมุนไพรใครว่าเชย’ อย่างคนรู้จริงเพราะครอบครัวขายสมุนไพรไทย - จีนมาหลายรุ่น เขามีความรู้ด้านการแพทย์แผนโบราณอย่างดีจนน่าไปเรียนด้านนี้เป็นเรื่องเป็นราวกลับเลือกเรียนคณะที่ไม่เกี่ยวกับความรู้เดิมเลย

            “จริงด้วยบ้านเธอขายสมุนไพรมานาน รอบรู้เรื่องสมุนไพรต่าง ๆ ตั้งแต่เด็กเลยได้มาจัดรายการช่วงนั้น...ฉันลืมไปเพราะเห็นอยู่ในรายการไม่กี่เดือนก็ออกแล้ว”

            “ผมอยู่ในรายการหกเดือนพอหมดสัญญาก็ขอลาออก กลัวคนอื่นในมหา’ลัยจับได้ เลยโดนเข้าห้องเย็นให้ ‘เจ้มีน’ โปรดิวเซอร์รายการอบรมเกลี้ยกล่อมเป็นชั่วโมงกว่าจะยอมปล่อยมา”

            “เฮ้อ...ฟังเหมือนเป็นความผิดฉันเลย...แล้วอย่างนี้จะยอมเพิ่มการผลิตส่งขนมปังสมุนไพรมาให้ที่ร้านฉันมั้ยเนี่ย” หญิงสาวแกล้งทำท่าสำนึกทั้งที่ดวงตาฉายแววยิบยับ

            ชายหนุ่มยิ้มน้อย ๆ พยักหน้ารับ

            “ส่งให้ก็ได้ครับ...ช่วงแรกคงไม่มากเท่าที่พี่น้ำขอ มันเป็นสินค้าตัวใหม่ที่ทางบริษัททดลองทำขายวัตถุดิบมีจำกัด ต่อไปคิดว่าจะเพิ่มปริมาณการผลิตมากขึ้นได้”

            “อือ...ขอบใจมาก” รอยธารายิ้มเมื่อการตกลงจบง่ายดาย

            “จริงสิ จำได้ว่าบ้านเธอนอกจากขายสมุนไพรต่าง ๆ ยังเป็นบริษัทผลิตยาแผนโบราณหลายอย่าง พวกยาหม่อง ยาดมอะไรพวกนี้ด้วยใช่มั้ย” ชวนคุยต่อด้วยไม่อยากออกไปหน้าร้านเร็วนัก

            “มันเป็นกิจการหลักของตระกูล ทวดผมมีสูตรยาสมุนไพรรักษาโรคหลายขนาน ส่วนใหญ่พืชปรุงยามีจำกัดรักษาได้เป็นราย ๆ เลยเลือกทำยาตัวที่หาวัตถุดิบง่ายเป็นสินค้าหลักก่อน ต่อไปจะมีทั้งยาตัวใหม่ อาหารเพื่อสุขภาพเพิ่มขึ้น”

            “มิน่าล่ะขนมปังสมุนไพรของเธออร่อยขนาดนี้ถึงทำส่งได้ไม่กี่ร้าน”

            “ทางบริษัทพยายามขยายฐานลูกค้าให้กว้างหลากหลายกว่าเดิม ตอนนี้เพิ่งได้ใบรับรองน้ำมันยาสมุนไพรรักษาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก น่าจะเป็นสินค้าขายดีในอนาคต”

            “แสดงว่าตอนนี้เธอเป็นทั้งผู้บริหารและคนดำเนินการเกี่ยวกับสูตรอาหาร - ยาต่าง ๆ เลยใช่มั้ย”

            “ไม่ใช่...ตำแหน่งผมไม่ใหญ่ขนาดนั้น บอสใหญ่จริงคือปู่ผม กรรมการบริหารบริษัทเป็นลุงกับอา พ่อผมเป็นผู้อำนวยการโรงงาน ผมแค่ผู้จัดการ - หัวหน้าทีมวิจัยพัฒนาสูตรยาเข้าบริษัทจริงสัปดาห์ละวันสองวัน นอกนั้นศึกษาตำรายาของทวด ส่งข้อมูลให้ทีมทดลองดูว่าตัวไหนผลิตขายเชิงธุรกิจได้ อย่างล่าสุดน้ำมันยาสมุนไพรรักษาแผลไฟไหม้ที่เพิ่งได้รับอนุมัติ...”

            เจ้าตัวพูดไม่ทันจบพนักงานในร้านก็โผล่เข้ามาขัดสีหน้าไม่ค่อยดี

            “พี่น้ำคะเกิดเรื่องแล้วค่ะ”

            “มีอะไร...อย่าบอกนะว่าอีตาเกริกเกียรติเรียกพี่ไปคุยด้วยอีก” รอยธาราคาดเดา

            “ไม่ใช่ค่ะ ลูกค้าคนนั้นเปลี่ยนใจไม่กินที่ร้านขอห่อกลับไปแทนแล้ว”

            “อ้าว...มีใครไปทำให้ไม่พอใจหรือเปล่า”

            “ไม่น่าเกี่ยวหรอกค่ะ หนูเห็นเขารับโทรศัพท์ใครไม่รู้...แล้วมาบอกให้ห่อกลับบ้านจากนั้นรีบออกจากร้านไปเลย”

            “ดีแฮะ” พูดแล้วนึกเรื่องสำคัญได้ “เออ...แล้วมีปัญหาอะไรล่ะ”

            ลูกจ้างสาวแสดงสีหน้ายุ่งยากใจ

            “พี่น้ำไปดูเองดีกว่า...หนูไม่รู้อธิบายยังไง”

            รอยธาราขมวดคิ้วสงสัยลุกเดินตามลูกจ้างสาว ไม่เอ่ยปากห้ามเมื่อชายหนุ่มรุ่นน้องตามหลังไปด้วย เธอสนิทกับเขามากพอจนไม่ถือสาเรื่องเล็กน้อยพวกนี้

            นั่นทำให้ลืมสังเกตดวงตาที่ทอประกายแปลกจากเดิม มันคือแววตาผู้ทรงเวทพบสิ่งผิดปกติแล้วแผ่บารมีคุ้มครองคนใกล้ชิดตน



(โปรดติดตามต่อฉบับหน้า)



แบ่งปันบทความนี้ให้เพื่อนๆ
Facebook! Twitter! Del.icio.us! Free and Open Source Software News Google! Live! Joomla Free PHP