วรรณกรรมนำใจ Lite Literature
เร้น ๔๒

ชลนิล
(ต่อจากฉบับที่แล้ว)
ประตูห้องถูกเคาะเป็นเชิงขออนุญาต ดาวันเอ่ยคำตอบรับสั้น ๆ ประตูเปิดออก ผู้มาเยือนคนใหม่ก้าวเข้ามา
ภูริชไม่แปลกใจ เมื่อเห็นเพื่อนเก่ายืนอยู่ในห้องกับคุณย่าตนเอง
“ฉันคงไม่ต้องแนะนำนะ...พวกเธอรู้จักกันดีอยู่แล้ว”
“ครับ” ภูริชตอบรับ หันไปทักธันวา “ตามมาเร็วดีนี่”
ธันวานิ่งงันในขณะแรก แล้วผ่อนคลาย สีหน้าแววตาดูคล้ายเด็กหนุ่ม ‘หัวร้อน’ คนเดิม
“เออ...ถ้านั่ง ฮ.มา คงถึงเร็วกว่านี้” ตอบอย่างไม่ปิดบังอารมณ์ ความรู้สึก
“กูก็ไม่ได้นั่ง ฮ.มาเหมือนกัน คงไม่ต้องขอโทษอะไรมึงหรอกนะ” ภูริชพูดหน้าตาเฉย
“เออ...กูก็ไม่อยากได้คำขอโทษเหมือนกัน” ธันวาตอบ แววตาเข้มขึ้น
ภูริชยิ้มพลางหันไปทางผู้อาวุโสสุดในห้อง
“ขอโทษครับที่ผมมาช้า พอดีได้ข่าวบางอย่าง เลยอยากตรวจสอบก่อนมาหาคุณย่า”
“ข่าวอะไร” ดาวันถามหลานชายแล้วปรายตามองธันวาเป็นการหยั่งเชิง ดูปฏิกิริยา
ธันวาไม่แสดงอาการแปลกใจต่อสรรพนาม ‘คุณย่า’ ส่วนภูริชก็ไม่สนใจเพื่อนเก่าจะรู้ความสัมพันธ์ย่า-หลาน บอกเล่าข่าวตามตรง
“วันนี้พวกตำรวจจะนำหมายค้นมาตรวจมูลนิธิเรา”
‘ข่าว’ ชวนตื่นเต้น ตกใจ ดาวันกลับสงบนิ่ง ไม่สะทกสะท้าน
“ผมเช็คข่าวแล้ว เป็นเรื่องจริงครับ” ภูริชบอกย้ำอีกครั้ง
“ที่จริงโชติ น่าจะเป็นคนรายงานข่าวนี้กับย่านะ” ดาวันใช้สรรพนามถูกต้อง แต่เมื่อคำว่า ‘ย่า’ หลุดจากปากผู้หญิงสาวขนาดนั้น มันจึงฟังแปลกสำหรับคนนอกทั่วไป
“ตำรวจอาจปิดข่าว ไม่ให้ ‘สาย’ ของ Killer รู้ก็ได้ครับ” ภูริชคาดเดา
ครั้งนี้ดาวันไม่ได้ย้อนถาม ‘เธอรู้ได้อย่างไร’‘เอาข่าวมาจากไหน’ แค่ชี้มือไปทางชั้นหนังสือ เอ่ยถามอีกเรื่องซึ่งไม่เกี่ยวกัน
“เธอเป็นคนหยิบสมุดบันทึกของย่าไปอ่านหรือเปล่า”
แทนที่จะปฏิเสธ ภูริชพยักหน้ายอมรับตรง ๆ
“ขอโทษครับ ผมหยิบไปอ่านจริง ๆ”
ดาวันคิดว่าเขาต้องมาไม้นี้...ยอมรับ สารภาพผิด...
ตั้งแต่ก้าวเข้าห้อง ภูริชย่อมเห็นสภาพหมอเยาวลักษณ์ ส้มน้อยชัดเจน มั่นใจว่าข้อตกลงระหว่างเขากับคุณหมอผู้อำนวยการไม่เป็นความลับสำหรับคุณดาวันอีกต่อไป
ชายหนุ่มเลือกที่จะไม่เอ่ยถามอะไรเกี่ยวกับ ‘เชลย’ สองคนของคุณย่า หันไปทักทาย พูดคุยกับเพื่อนเก่าหน้าตาเฉย แสดงว่าพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว
“รู้ใช่มั้ยว่าคนที่ขโมยอ่านบันทึกเล่มนี้ต้องโดนลงโทษ” ดาวันเน้นวาจา
“ผมยินดีรับโทษครับ” ภูริชพูดโดยสีหน้าไม่เปลี่ยน
“ถ้าอย่างนั้น...” ดาวันเผยรอยยิ้มเยือกเย็น “ย่าจะให้โอกาสเธอทำผลงาน ‘ไถ่โทษ’ ความผิด”
วาจาชัดเจน ปรายสายตายังชายหนุ่มอีกคนในห้อง
“ครับ”
จบคำพูด ภูริชก็ลงมือทันที
- - - - - - - - - - - - 0 0 - - - - - - - - - - - -
เกิดเรื่องที่หน้าประตูใหญ่ ทางเข้ามูลนิธิดาวัน
ตำรวจนำกำลังปิดล้อมทางเข้า-ออก พร้อมยื่นหมายค้น ขอเข้าไปตรวจสอบภายในพื้นที่มูลนิธิ
ยามและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไม่ยินยอม อ้างว่าต้องแจ้งให้ผู้อำนวยการทราบก่อน ทางตำรวจจึงรอให้ฝ่ายเจ้าของสถานที่ติดต่อผู้มีอำนาจในนั้น
เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไม่สามารถติดต่อ ผอ.เยาวลักษณ์ได้ จึงขอเวลาเพิ่ม คราวนี้ทางตำรวจไม่ยินยอม เพราะถ้าผู้อำนวยการหรือตัวแทนไม่ออกมา ก็จะเข้าไปตรวจค้นตามหมายที่ได้รับทันที ไม่ยอมให้อีกฝ่ายซื้อเวลาต่อไปได้อีก
เจ้าหน้าที่ พี่เลี้ยงจากบ้านดาวันพาเด็กเล็กที่ไม่ต้องไปโรงเรียนมายืนกั้นเป็นแถวปิดทางเข้า จำนวนไม่มากนัก แต่ทำให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่กล้าหักหาญ กระทำเรื่องรุนแรง
สองฝ่ายยันกันตรงหน้าประตู ระยะเวลาอันสั้นไม่สามารถบอกได้ว่าผลลงเอยเป็นอย่างไร
- - - - - - - - - - - - 0 0 - - - - - - - - - - - -
คลินิกชวนพิศ...เวลาเดียวกัน
หมอโกเมนเพิ่งเสร็จจากผ่าตัดศัลยกรรมคนไข้ กลับมาห้องพัก พบตำรวจสองนายรออยู่ พร้อมหมายเรียกตัวสอบสวน
“หมายเรียก?” หมอโกเมนมองเอกสารทางราชการอย่างแปลกใจ “เรียกตัวผมไปทำไม”
“เราขอความร่วมมือ ในการให้ปากคำเล็กน้อยครับ” นายตำรวจตอบสุภาพ
“ให้ปากคำเรื่องอะไร ผมไม่ได้ทำอะไรผิดนี่” นายแพทย์รีบออกตัวปฏิเสธ
“เกี่ยวกับเรื่องการค้าอวัยวะมนุษย์ครับ” ตำรวจบอก
“เฮ้ย...ผมไม่เกี่ยว ไม่รู้เรื่องอะไรเลย” โกเมนอยากสงบอารมณ์ ตอบอย่างไม่มีพิรุธ แต่ในใจมันร้อนรุ่ม ตั้งตัวไม่ทัน หลุดปากโดยไม่ทันคิด
“ขอความร่วมมือด้วยครับ” วาจาสุภาพ ทว่าหนักแน่น ไม่ยอมให้หลีกเลี่ยง
หมอโกเมนหน้าซีด พยายามตั้งสติ เรียงลำดับสิ่งควรทำก่อนหลัง...ยอมไปกับตำรวจก่อน ไม่ต้องขัดขืน แล้วค่อยโทรศัพท์หา ผอ.เยาวลักษณ์ หรือไม่ก็คุยกับ ‘คุณท่าน’ เลย เพื่อให้ท่านสั่งมาเฟียโชติ ใช้อำนาจบารมีช่วยจัดการ ‘เคลียร์’ คดีนี้ให้เรียบร้อยโดยเร็ว
โกเมนเดินตามตำรวจออกจากห้องด้วยสีหน้าปกติ ไม่แสดงพิรุธ ด้วยมั่นใจว่า ‘คุณท่าน’ จะสามารถช่วยเขารอดพ้นเรื่องนี้อย่างง่ายดาย
- - - - - - - - - - - - 0 0 - - - - - - - - - - - -
โชติเพิ่งรู้ข่าวตำรวจออกหมายค้น บุกมูลนิธิดาวันก็ตอนที่เกิดการเจรจาระหว่างตำรวจกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยแล้ว
เขาสงบใจ ขมวดคิ้ว โทรศัพท์ติดต่อ ‘สาย’ ของตน
“ว่าไง...ทำไมไม่บอกเรื่องหมายค้นให้รู้ล่วงหน้าวะ” น้ำเสียงฉุนเฉียว
“เรื่องนี้เป็นฝีมือของหน่วยพิเศษ ทีมที่ตั้งขึ้นมาเฉพาะกิจครับ...ปิดข่าวเงียบกริบ ไม่กระโตกกระตาก ‘คนใน’ ยังไม่รู้เลย จู่ ๆ ก็ยกพลไปแบบไม่บอกกล่าว ผมก็เพิ่งรู้พร้อมกับนายใหญ่นี่แหละ”
“พวกมึงนี่เลี้ยงเสียข้าวสุกจริง ๆ” โชติโมโหจนอยากอาละวาด
วางสายอย่างอารมณ์เสีย ครุ่นคิดหาวิธีรับมือ เพียงไม่กี่นาทีต่อมาก็ได้รับข่าวใหม่
“นายครับ หมอโกเมนโดนตำรวจเรียกไปสอบปากคำแล้ว” เป็นเสียงจาก ‘สาย’ ที่เขาวางไว้ ให้คอยส่งข่าวเกี่ยวกับโรงพยาบาลดาวัน กับคลินิกชวนพิศ
“อะไรวะ ไอ้ ‘หมอ’ นั่นไปสร้างเรื่องอะไรเข้าล่ะ” โชติถอนใจเฮือกใหญ่ เครียดกว่าเดิม
“ไม่ได้สร้างเรื่องครับ...เอ่อ...แกถูกเรียกไปเรื่องชำแหละศพขายนั่นแหละ” ตอบอ้ำอึ้ง
“เฮ้ย...ตำรวจรู้เรื่องนี้ได้ยังไง” มาเฟียใหญ่แปลกใจ งานนี้ ‘เงียบ’ สุดแล้ว
“ไม่ทราบครับ ผมรีบโทรมาบอกนายก่อน กลัวว่ามันจะลามไปเรื่องอื่น” คนส่งข่าวบอกอย่างเกรง ๆ เพราะตนก็ได้ข่าวตำรวจเข้าค้นมูลนิธิดาวัน พร้อมกับหมอโกเมนโดนเรียกตัวเหมือนกัน
“เออ...” โชติไม่รู้จะตอบอะไรมากกว่านี้
“ตอนนี้ตำรวจก็กำลังตามตัวไอ้เม่น กับทีมชำแหละของหมอโกเมนอยู่” คนพูดรายงานเพิ่มเติม
โชติถอนใจเบา ๆ
“พวกมันคงเป็น ‘นกรู้’ กว่าเจ้านายมัน ป่านนี้หนีหาย ซ่อนตัว หาไม่เจอแล้ว”
“ถ้าไอ้พวกนี้ถูกจับได้ รับรองต้อง ‘คาย’ ความลับหมดแน่ ให้ตามไปจัดการมั้ยครับ”
มาเฟียใหญ่นิ่งชั่วขณะ หรี่ตาครุ่นคิด ตอบสั้น ๆ น้ำเสียงมีรอยเยาะหยัน
“ไม่ต้อง...คุณท่านไม่ได้สั่งกูนี่”
ปลายสายรับคำ ก่อนวางอย่างสงบเงียบ
ใบหน้าโชติปรากฏร่องรอยแปลก ๆ อารมณ์ขุ่นมัว โทสะเจือจาง เมื่อใจฉุกคิดหลายเรื่อง หลายประเด็นออกมาได้
การที่ตำรวจขอตรวจค้นพื้นที่มูลนิธิดาวัน ออกหมายเรียกตัวหมอโกเมนไปสอบสวน แสดงว่าหาหลักฐานสำรองที่มาโนชซ่อนไว้พบแล้ว!
เขาเคยเปิดดูกระเป๋าหลักฐานชุดที่มาโนชนำติดตัวขึ้นเครื่องบิน ในนั้นมีทั้งภาพถ่าย คลิปวิดีโอ คลิปเสียง เอกสารสำคัญที่ ‘แฉ’ กิจการลับทั้งหมดของมูลนิธิดาวัน ไม่ว่าจะเป็นการค้าอวัยวะคนป่วยไร้ญาติ ซุกซ่อน ค้าอาวุธสงคราม ค้ายาเสพติด รวมถึงกิจการสีเทาต่าง ๆ อย่างละเอียดจนน่าขนลุก
นอกจากนี้ยังมีรายชื่อตำรวจ นักการเมืองที่รับ ‘ส่วย’ อีกยาวเป็นหางว่าว พร้อมทั้งหลักฐานแน่นหนาดิ้นไม่หลุด
ข้อมูลหลักฐานทั้งหลายเหล่านี้ มาโนชใช้เวลาเก็บสะสมร่วมปี โดยมี ‘คนใน’ อย่างดอกแก้ว มือสังหารทรยศของดาวันเป็นผู้ช่วย
เมื่อหลักฐานถึงมือตำรวจขนาดนี้แล้ว ไม่ใช่แค่มูลนิธิดาวันถูกเปิดโปง ธุรกิจมืด ธุรกิจสีเทาของเขาย่อมไม่รอดพ้น นับเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของทีมตำรวจน้ำดีไปอีกนาน
โชติควรต้องหวั่นไหว หวาดกลัวที่ธุรกิจของตนต้องพังทลาย มีสิทธิเข้าคุกในวัยชราแบบนี้
ทว่า...ส่วนลึกกลับมีความยินดี
เขาเป็น ‘ทาส’ ดาวันมาตลอดสี่สิบปี บางทีการปลดตรวนพันธนาการนี้ จำเป็นต้องแลกด้วยทรัพย์สมบัติ อำนาจบารมีทั้งหมดที่มีในเวลานี้
โชติไม่สนใจ...มันคุ้มค่าหรือไม่...
- - - - - - - - - - - - 0 0 - - - - - - - - - - - -
ปลายมีดคมวับปาดใส่ธันวารวดเร็ว ไม่ยอมให้ตั้งตัว ผู้ถูกจู่โจมเอี้ยวตัวหลบ สลับเท้าเบี่ยงหนีโดยสัญชาตญาณ ภูริชก้าวสกัดหนทางถอยพร้อมตวัดมีดปาดแทงคล่องแคล่ว หวังให้ฝ่ายตรงข้ามเสียทีในระยะเวลาอันสั้น
ธันวาสังหรณ์ใจตั้งแต่ได้ยินบทสนทนาระหว่าง ‘ย่า-หลาน’ คิดว่าดาวันต้องสั่งภูริชจัดการตนเองแน่ เพราะนอกจากทดสอบความซื่อสัตย์หลานชายแล้ว ยังเป็นการทำลายมิตรภาพพวกตนให้แตกหัก ยับเยินด้วย
การต่อสู้ระยะประชิดเกิดขึ้นรวดเร็วชนิดกะพริบตาไม่ได้ ฝ่ายหนึ่งใช้มีดเป็นอาวุธ หวังสังหารคู่ต่อสู้รวดเร็ว อีกฝ่ายมีชั้นเชิงการต่อสู้เกินธรรมดา หาตัวจับยาก ขนาดใช้มือเปล่ายังสามารถสกัดกั้น ปัดป้องอาวุธฝ่ายตรงข้ามโดยไม่มีการเพลี่ยงพล้ำเสียที
พื้นที่ในห้องไม่กว้างนัก ทั้งสองผลัดกันอาศัยประโยชน์จากสถานที่ให้ตัวเองมีเปรียบเป็นระยะ ผลัดกันรุก-รับชวนตื่นเต้น
สติ สายตา สมาธิธันวาจดจ่อที่คู่ต่อสู้ ปลายมีดมักแฉลบพุ่งมาในแง่มุมคาดไม่ถึง ถ้าเผอเรอสักนิด มีดเล่มนั้นอาจปักอกไม่รู้ตัว
ภูริชโจมตีเกรี้ยวกราด แต่ไม่พลุ่งพล่าน ขาดสติ ทุกมีดที่ตวัดกรีด ทิ่มแทงล้วนวางแผน ชั้นเชิงร้ายกาจ เปลี่ยนเป็นคนอื่นอย่างน้อยต้องเสียเลือดตั้งแต่สองมีดแรกแล้ว
น่าเสียดาย ธันวาฝีมือเหนือชั้นกว่า นอกจากหลบหลีก ปัดป้อง ยังเกือบตีโต้ ฟาดจนเกือบทำให้มีดหลุดจากมือภูริชได้หลายครั้ง
ภาพการต่อสู้น่าตื่นเต้น สะกดสายตาดาวันชั่วขณะ ก่อนได้สติ ระลึกว่าตนมีเจตนาอย่างไร...ชั่วเวลานั้น มีข้อความปรากฏที่โทรศัพท์มือถือเธอ
‘ตำรวจนำหมายค้นมาถึงหน้าประตูแล้ว ดิฉันจะไปรับหน้าก่อน...เมวดี’
รายงานนี้ยืนยันว่า ‘ข่าว’ จากภูริชเป็นเรื่องจริง!
รอยยิ้มแตะมุมปากดาวัน...เธอไม่หวั่นต่อการตรวจค้นครั้งนี้ แผนการรับมือตำรวจและ ‘ผู้คิดทรยศ’ ถูกวางไว้แล้ว มีเรื่องสะดุดเกินคาดหมายแค่เรื่องเดียว คือการปรากฏกายของธันวา...เพื่อนสนิทภูริช หลานชายผู้ทรงเวท
ดาวันรู้ว่าชายหนุ่มคนนี้มีฝีมือเหนือธรรมดา จึงไม่กล้าใช้ ‘ยาสั่ง’ หรือ ‘มนต์สะกด’ เข้าจู่โจม เพราะถ้าเขามีวิชา ‘สะท้อนกลับ’ เธอจะถูกยาสั่ง มนต์สะกดคืนเข้าตัว
เหตุนี้จึงสั่งภูริช...หลานชายผู้คิดทรยศเป็นคนจัดการ...อ้างเหตุผลให้ทำคุณไถ่โทษ...แท้จริงเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
ขณะรับมือภูริชอย่างหนักแรง หางตาธันวายังเหลือบมองดาวันเป็นระยะ สังเกตเห็นเธอค่อย ๆ ขยับหลบหลีกวงต่อสู้จนเข้าใกล้ประตูห้องเรื่อย ๆ
ฉุกใจคิดได้ หันไปขัดขวาง...แต่...ไม่ทันแล้ว
...ปัง...ประตูปิดสนิท
ดาวันอาศัยจังหวะสองหนุ่มต่อสู้ติดพัน รีบหลบออกจากแล้วล็อคประตูทันที
ภูริชเห็นสถานการณ์เปลี่ยนแปลงเช่นนั้น ก็กระโดดออกจากวงต่อสู้ ธันวารีบหยุดมือ กระโจนไปที่ประตู พยายามขยับเปิดออก ทั้งที่รู้ว่าไม่มีโอกาส พอหันมองเพื่อนเก่าก็ขมวดคิ้ว สงสัยการกระทำของเขา
...ควับ...มีดในมือภูริชถูกขว้างไปยังกล้องวงจรปิดบนผนัง คมมีดทะลุเลนส์ทำลายกล้องจนหมดสภาพใช้งาน
พอเห็นอย่างนั้นธันวาเข้าใจทันที รีบหันไปจัดการกล้องวงจรปิดอีกสองตัว ที่ตนสังเกตเห็นตั้งแต่แรกจนพังคามือ ส่วนภูริชควานหาตามซอกตู้ ชั้นหนังสือจนพบเครื่องส่งวิทยุ จึงกระชากมันทิ้งทั้งยวง ไม่ให้ภายนอกได้ยินเสียงสนทนาในห้องนี้
บัดนี้ ภายในห้องนับว่าปลอดจากการสอดแนม ทั้งภาพและเสียง ผู้ดักฟังด้านนอกไม่อาจรับรู้การเคลื่อนไหว เสียงสนทนาได้เลย
...ฟู่...เสียงดังจากช่องระบายอากาศ เสมือนเป็นการตอบโต้จากบุคคลภายนอก ละอองขาวลอยลงมาช้า ๆ
ภูริชเห็นอย่างนั้นรีบล้วงมือไปในกระเป๋า หยิบหน้ากากผ้าออกมาสองผืน โยนให้ธันวาผืนหนึ่ง ส่วนอีกผืนรีบคาดปิดปากจมูกตนเองทันที
ธันวาเห็นละอองขาวเกาะตัวเหมือนกลุ่มควันลอยเอื่อย ๆ ลงมาจากช่องระบายอากาศก็เข้าใจ รีบนำหน้ากากผ้าไปปิดจมูกส้มน้อย...เด็กหญิงผู้นั่งนิ่งเป็นหุ่น
“ไม่จำเป็นหรอก” ภูริชท้วง “มึงใช้หน้ากากนี่เองเถอะ คุณหมอกับเด็กคนนี้ถูกสะกดอยู่ อำนาจสะกดของคุณย่าจะช่วยป้องกันไม่ให้ ‘ยาสั่ง’ ชนิดไหน ๆ แทรกซึมเข้ามาได้อยู่แล้ว”
คำอธิบายชัดเจนเช่นนั้น ธันวายังไม่ไว้ใจ นำหน้ากากผ้าคาดปิดจมูกปากส้มน้อยเพื่อป้องกันอยู่ดี
“มึงไม่กลัวยาสั่งของย่ากูหรือไง” ภูริชเอ่ยถามอย่างลองเชิง
ธันวาล้วงกระเป๋าหยิบยาลูกกลอนที่ได้จากตี๋เล็กมาหนึ่งเม็ด โยนใส่ปากโดยไม่ตอบวาจา
มันเป็นยาสมุนไพรที่ตี๋เล็ก ‘เภสัชกรแผนโบราณ’ รับรองว่า สามารถป้องกันควันยาสั่ง การแพร่พิษทางอากาศได้ทุกชนิด
ยาลูกกลอนละลายในปากอย่างรวดเร็ว ควันขาวครอบคลุมบาง ๆ ทั่วห้อง
“ถ้ามียาแก้ดี ๆ ติดตัวทำไมไม่แบ่งกูบ้างวะ” ภูริชแหย่เสียงอู้อี้ผ่านหน้ากากผ้า
“มึงก็เตรียมตัวรับมือ ยาสั่งของย่ามึงอยู่แล้วนี่” ธันวาตอบ แค่ฟังคำสนทนาสองย่าหลานไม่กี่คำ ก็พอคาดเดาความสัมพันธ์อันไม่สู้ดีออก
ภูริชน่าจะทำความผิดบางอย่างที่ส่อแววทรยศผู้เป็นย่า ถึงขนาดต้องยอมรับผิด รับโทษ และต้องมาไถ่โทษด้วยการสังหารเพื่อนเก่าอย่างเขา
“ถึงเตรียมตัวมาแต่ก็เกือบพลาดเหมือนกันเว้ย” ภูริชบอกขัน ๆ
ธันวาไม่ใส่ใจ รู้ว่าเวลานี้เพื่อนเก่าคงไม่คิดฆ่าตนเองเพื่อขอไถ่โทษจากย่า จึงเดินไปดูอาการส้มน้อยอีกครั้ง สลับกับตรวจสอบหมอเยาวลักษณ์อย่างละเอียด
สัมผัสพิเศษบอกว่าทั้งคู่โดนมนต์สะกดเหมือนกัน แต่ต่างกันตรงความหนักเบา
ส้มน้อยโดนสะกดลึกกว่า ถอนสะกดยาก ส่วนหมอเยาวลักษณ์ยังไม่ลึกเท่า... ‘ผู้ทรงเวท’ ชั่วคราวเช่นเขาพอจะถอนมนต์สะกดได้
ภูริชหัวเราะหึหึให้กับอาการห่างเหิน ไม่ใส่ใจของเพื่อน มองควันขาวรอบห้องแล้วเช็คอาการตนเองจนมั่นใจว่า หน้ากากผ้านี้สามารถป้องกันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์จึงเอ่ยปากต่อ
“กูบอกแล้วไง...ว่าจะรับรองความปลอดภัยเด็กคนนี้ให้” ภูริชทวนวาจาที่เคยคุยกันเมื่อวาน
ธันวาอยากหันมาโกรธ ระบายโทสะใส่ แต่ไม่อาจกระทำได้...ภูริชเปิดเผยกับเขาที่สุดแล้ว ตนเองต่างหากที่เพลี่ยงพล้ำ รับมือไม่ได้เอง
“อย่างนี้เรอะ ปลอดภัยของมึง” เขาเห็นสภาพส้มน้อยแล้วอึดอัด อยากถอนอำนาจสะกดโดยเร็ว
“เชื่อกูสิ เด็กไม่เป็นไรหรอก...ย่าเขาต้องการเล่นงานแค่มึงกับกูสองคน ไอ้ยาตัวที่ปล่อยมานี่ สามารถมีพิษแรงกว่านี้หลายเท่า แต่ย่าเขาก็ยังยั้งไว้ตั้งใจแค่ให้พวกเราหมดสติ ไม่ถึงตาย กลัวพิษจะทำร้ายสองคนนี่เหมือนกัน หมอเยาวลักษณ์กับเด็กคนนี้มีประโยชน์กับย่ากูอีกเยอะ รับรองว่าแกไม่ทำอะไรให้เสียหายแน่นอน”
ภูริชยืนยันหนักแน่น อ่านใจดาวันออก ธันวาคลายใจลง
“มึงมีวิธีถอนสะกดส้มน้อยกับคุณหมอมั้ย” ธันวาหันมาถาม
“ไม่มี” ภูริชพูดหน้าตาเฉย “กูแค่เคยแอบอ่านตำรายาของย่า แต่ในตำราทั้งสองเล่มนั้นไม่พูดเรื่องมนต์สะกด อาคมอะไรเลย”
ธันวาครุ่นคิด ไตร่ตรองในใจ รู้ว่าภูริชไม่โกหก เท่าที่ตรวจอาการด้วยสัมผัสพิเศษ ทั้งสองโดนมนต์สะกดจริง เขาสามารถถอนสะกดหมอเยาวลักษณ์ แต่ไม่มั่นใจว่าจะถอนให้ส้มน้อยได้
“ก่อนที่มึงจะห่วงเรื่องช่วยสองคนนี่ มาช่วยกูคิดหาทางเอาตัวรอดก่อนดีมั้ยวะ ถ้าย่ากูเข้ามา ‘รู้’ เรายังไม่สลบแล้วปล่อยยาตัวใหม่ แรงกว่าเก่า ใส่เราตรง ๆ คราวนี้ทั้งหน้ากากผ้า หรือไอ้ยาลูกกลอนมึงก็อาจเอาไม่อยู่นะเว้ย”
ภูริชกล่าวกระตุ้น ธันวาถอนใจยาวจ้องหน้าเพื่อนตรง ๆ
“ถ้ากูไม่ช่วยแล้วจะทำไม...มึงจะเอามีดมาแทงกูอีกมั้ย” ถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ไอ้เหี้ยธันเอ๊ย...” ภูริชสวนกลับอย่างอดไม่ได้ “มึงไม่รู้หรือไงวะว่าตะกี้ กูเล่นละครตบตาย่ากู”
ธันวาพยักหน้า แววตาเข้ม
“อืม...เป็นละครที่เหมือนจริงมาก ถ้ากูพลาดนิดเดียว โดนปาดคอเป็นศพไปแล้ว”
“เอ้า...ถ้าไม่เหมือนจริงขนาดนั้นจะหลอกย่ากูได้ยังไงล่ะ...ว่าไงจะช่วยกูหาทางออกก่อนมั้ย”
หึหึ...ธันวาหัวเราะเสียงเครียด ดวงตากร้าว ระหว่างการต่อสู้นั้น เขารู้สึกได้ในบางวูบว่าเพื่อนเก่าแอบยั้ง ออมมือ แต่ก็มีหลายครั้งที่เขารู้สึกถึงเพลิงอำมหิต แววตาฆาตกรที่ปรากฏ จนมั่นใจว่าขณะนั้นภูริชฆ่าเขาได้จริง ๆ
เมื่อเป็นเช่นนี้ จะเชื่อใจ ‘เพื่อนเก่า’ ได้มากแค่ไหน
- - - - - - - - - - - - 0 0 - - - - - - - - - - - -
สถานการณ์หน้าประตูใหญ่กำลังตึงเครียด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ยอมเสียเวลารอคอยอีก ส่งคนเจรจา ขอร้องให้ทางมูลนิธิพาเด็กบ้านดาวันกลับเข้าไป เพราะไม่ต้องการให้เกิดภาพลบกับทุกฝ่าย
การเจรจาครั้งนี้นอกจากไม่เป็นผลแล้ว ยังปรากฏพี่เลี้ยงสาวที่เพิ่งมาถึง ออกมาชักชวนให้เด็ก ๆ โห่ร้องขับไล่ตำรวจ เป็นการเพิ่มแรงกดดันเข้าไป
ตำรวจพยายามอดทนจนถึงที่สุด ไม่แสดงการตอบโต้ รู้ว่านั่นเป็นการยั่วยุให้เกิดเหตุบานปลาย ฝ่ายตนมีแต่เสียชื่อเสียง ภาพลักษณ์ จึงกำหนดเส้นตายให้อีกห้านาที หากไม่มีตัวแทนมูลนิธิออกมาก็จะนำกำลังเข้าไปตรวจค้นทันที โดยวางแผนป้องกันไม่ให้กระทบถึงเด็ก ๆ ที่ถูกพามาเป็นโล่มนุษย์ไว้แล้ว
ห้านาที...ไม่นาน...เข็มนาฬิกาเดินเรื่อย ๆ ความตึงเครียดเพิ่มมากขึ้นจนเกือบถึงขั้นระเบิด
ในที่สุด ตัวแทนมูลนิธิดาวันก็ออกมาต้อนรับ
“สวัสดีค่ะ ดิฉันเป็นเลขา ผอ.เยาวลักษณ์”
ผู้หญิงที่ปรากฏตัวอยู่ในวัยสามสิบเศษ ใบหน้าสวยเรียบ ๆ กิริยาอ่อนน้อม พูดจาไพเราะหวานหู ช่วยลดความร้อนรุ่มของสถานการณ์ลงได้
“ขอโทษจริง ๆ นะคะ ที่ทำให้ทุกคนต้องเสียเวลานาน พอดีท่าน ผอ.อยู่ต่างจังหวัด โทรศัพท์ไม่มีสัญญาณ ติดต่อไม่ได้เลย ดิฉันจำเป็นต้องเข้าไปขออนุญาต บอกกล่าวคุณย่าดาวันก่อน ซึ่งท่านก็อนุญาต ไม่ว่าอะไร แต่สุขภาพท่านไม่ดีเลย ต้องอยู่ในห้องปลอดเชื้อ คงออกมาต้อนรับทุกคนไม่ได้ ถึงอย่างนั้นก็บอกทางเราให้ความร่วมมือกับตำรวจเต็มที่ ยินดีเปิดสถานที่ให้ตรวจสอบได้เลยค่ะ”
คำอธิบายอันยืดยาวนี้เปลี่ยนสถานการณ์จากหน้ามือเป็นหลังมือ ความตึงเครียด แรงกดดันผ่อนคลายลง ตำรวจนอกเครื่องแบบนายหนึ่งสังเกตเห็นว่าหญิงสาวผู้นี้มีใบหน้าละม้ายคุณดาวันสมัยตอนเป็นสาวจึงเอ่ยปากถาม
“คุณเลขาเป็นอะไรกับคุณย่าดาวันครับ”
“อ้อ...ดิฉันเป็นหลานสาวท่านค่ะ...ใคร ๆ ก็ทักบ่อยว่าหน้าเหมือนท่านสมัยสาว ๆ”
คำตอบนี้คลี่คลายความสงสัยตำรวจคนอื่น แต่กับนายตำรวจคนนั้นกลับอมยิ้มน้อย ๆ ราวกับรู้เท่าทัน
ขบวนตำรวจต่างทยอยเข้ามาในอาณาจักรดาวันอย่างเป็นระเบียบ
พี่เลี้ยงบ้านดาวันพาเด็ก ๆ กลับเข้าไปโดยสงบ ทว่าเวลานั้นไม่มีใครเห็นพี่เลี่ยงหัวโจกที่นำขบวนเด็กโห่ไล่ตำรวจเลย คล้ายกับว่า เมื่อ ‘คุณเลขาฯ’ ปรากฏตัว เธอก็หมดหน้าที่ทันที
บทที่ ๒๖
มีนาอยู่ในอาการหลับลึก ร่างกายนอนบนเตียงคนไข้ ภายในห้องสงบเงียบ ได้ยินเพียงเสียงลมหายใจเข้า-ออกแผ่วเบาเชื่องช้า
...แม่มีน แม่มีนขา ช่วยส้มน้อยด้วย...
เสียงเรียกขานจากที่ไกล ปลุกหญิงสาวจากภวังค์ พ้นอาการหลับลึก อยู่ในสภาพกึ่งจริงกึ่งฝัน เห็นร่างตนเองนอนอยู่บนเตียงคนไข้ เมษา...น้องสาวเธอนั่งอยู่ข้างเตียงถ่ายพลังจากมือสู่มือ ห่างไปตรงมุมห้อง พิจิกนั่งหลับตาจิตรวมเป็นสมาธิพักผ่อน ฟื้นฟูกำลัง
จิตของผู้ทรงเวททั้งสองจดจ่ออยู่กับงานของตน ตัดการรับรู้ภายนอก มีนาเห็นอย่างนั้นก็เกิดความเข้าใจ คล้ายมองเห็นภาพในห้องคนป่วยถูกย้อนทวนกลับมา
พิจิก เมษาร่วมมือกันใช้อาคม พลังจิตผสานกันเข้าไปควบคุมระบบต่าง ๆ ในร่างกายมีนาให้ทำงานช้าลงจนเกือบหยุดนิ่ง อยู่ในสภาพคล้ายสัตว์จำศีล
จากนั้นมุ่งใช้อำนาจจิตเข้าไปควบคุม ดึงดูด ขับกระแสพิษในร่างออกมา ทว่าพิษนั้นแผ่ซ่านไปทั่ว ทำได้เพียงตรึงมันไว้ไม่ให้จู่โจมอวัยวะสำคัญ
สองจอมเวทใช้เวลาร่วมสองชั่วโมงกว่าจะหยุดยั้ง ตรึงกระแสพิษสำเร็จ ต้องออกมาพักผ่อนฟื้นฟูเรี่ยวแรงครู่ใหญ่ จากนั้นทุกหนึ่งชั่วโมง พิจิก เมษาตัองผลัดกันเข้าไปใช้ ‘พลัง’ ตนคอยเหนี่ยวรั้ง ตรึงกระแสพิษเป็นระยะ เพราะพลังในการหยุดยั้ง สามารถฉุดรั้งพิษเพียงชั่วคราว ถ้าไม่ถ่ายพลังเข้าไปเรื่อย ๆ พิษจะเคลื่อนสู่อวัยวะสำคัญอยู่ดี
ทั้งสองต้องสลับกันถ่ายพลังเข้าไปจนกว่าจะได้ดอกหญ้าแปดกลีบมาปรุงยารักษา
มีนาไม่อาจรับรู้เลยว่าการรักษาอาการตนมันกินเรี่ยวแรง พลังต่อเนื่องมากขนาดนี้ ถ้าพิจิก เมษามาไม่ทัน เปลี่ยนเป็นสองผู้เฒ่าทำหน้าที่แทน ก็คงหมดแรง หมดสติตั้งแต่ยกแรกไปแล้ว
(โปรดติดตามต่อฉบับหน้า)
| < Prev | Next > |
|---|








