วรรณกรรมนำใจ Lite Literature
เร้น ๔๑

ชลนิล
(ต่อจากฉบับที่แล้ว)
“ดิฉัน...ไม่ทราบค่ะ” เยาวลักษณ์กลั้นใจตอบ
“งั้นหรือ” ดาวันยิ้มแปลก “ถึงจะไม่มีรายงาน หรือภาพจากกล้องวงจรปิดยืนยันว่าเธอเคยพา ‘ใคร’ บางคนมาที่บ้าน ตอนฉันไม่อยู่...แต่ฉันก็เห็นนะว่า สมุดบันทึกสองเล่มนี้มีรอยหยิบออกจากชั้นที่วางไว้”
เยาวลักษณ์ใจสั่นระรัว กลัวสตรีตรงหน้าจะพูดเปิดโปงตรง ๆ แล้ว ‘ลงโทษ’ ด้วยทัณฑ์อันน่าสะพรึง
เพราะ...เธอโกหกจริง ๆ
- - - - - - - - - - - - 0 0 - - - - - - - - - - - -
มันเริ่มต้นจากตอนที่ส้มน้อยถูกปกป้องช่วยออกจากคลินิกงามพิศ
หลังจากนั้นภูริชลอบมาพบเธอเป็นการส่วนตัว
“คุณหมออยากช่วยเด็กคนนั้นหรือครับ”
เยาวลักษณ์รีบปฏิเสธ แต่จนมุมด้วยภาพจากกล้องวงจรปิดที่ภูริชนำมาจากคลินิกงามพิศ...ภาพนั้นบอกว่าเธอลอบช่วยเหลือเด็กอยู่ห่าง ๆ และแอบเก็บโทรศัพท์หลักฐานไปจากที่เกิดเหตุ
“ไม่ต้องห่วง ผมลบภาพจากกล้องตัวนี้แล้ว...” เขาพูดให้สบายใจ “แต่...ถ้าคุณหมออยากช่วยเด็กคนนี้จริง ผมให้ความร่วมมือได้นะครับ”
มันไม่ใช่คำขู่ แต่เป็นข้อเสนอดีงามน่าสนใจ...เยาวลักษณ์ต้องการช่วยชีวิตส้มน้อย...ส่วนภูริชก็บอกว่า...ต้องการตำแหน่ง Wolf ของมาโนช
เยาวลักษณ์ไม่สงสัย เธอรู้จักชายคนนี้ตั้งแต่เขาหนีไปอยู่อเมริกา ได้รับคำสั่งให้คอยสนับสนุนช่วยเหลือ สอดส่องพฤติกรรมมารายงานคุณดาวันเป็นประจำ
เธอรู้ว่าภูริชเป็น CEO บริษัทไอทียักษ์ใหญ่ที่นั่น การได้ตำแหน่ง Wolf ของมาโนช เท่ากับเขาได้ผนวก W.คอร์ปไว้ในกำมือ รายได้รวมกันมันมหาศาลพอจะสร้างประเทศเล็ก ๆ ได้ประเทศหนึ่งเลยทีเดียว
สิ่งที่เย้ายวนใจเยาวลักษณ์คือ ภูริชให้คำรับรองว่า เมื่อเขาได้ตำแหน่ง Wolf จะหาทางช่วยเหลือส้มน้อย ไม่ให้ถูกขายอวัยวะแลกผลประโยชน์เด็ดขาด
เยาวลักษณ์รับรู้ตั้งแต่แรกว่า...มาโนชเป็นคนเสนอ เกลี้ยกล่อม ตัวตั้งตัวตีโน้มน้าวใจให้ดาวันยอมเอาตัว ‘เด็ก’ ไปแลกผลประโยชน์ สิทธิพิเศษในประเทศนั้น
หากไม่มีมาโนชสักคน...คุณดาวันอาจเปลี่ยนใจ พิจารณาเรื่องส้มน้อยอีกครั้ง
เมื่อตกลงร่วมมือกัน ภูริชก็มีเรื่องอันยากเย็นขอให้เธอช่วยเหลือ
“ผมรู้ว่าคุณย่าใช้ ‘ตัวยา’ บางอย่างควบคุมโชติ กับมาโนช ถ้าผมขึ้นตำแหน่ง Wolf อาจได้รับยาแบบนั้น ซึ่งอาจทำให้ผมช่วยคุณหมอได้ไม่เต็มที่...คุณหมอพอจะมีวิธีป้องกัน ช่วยเหลือไม่ให้ผมต้องตกอยู่ใต้อำนาจยาพวกนั้นมั้ยครับ”
เยาวลักษณ์ถอนใจเฮือกใหญ่ สับสน ตัดสินใจไม่ถูก คิดกลับไปกลับมาหลายตลบ
นี่เป็นความลับสำคัญ...ดาวันไม่ใช้ ‘ยา’ ควบคุมเธอ เพราะไว้ใจ ให้เกียรติ เห็นเป็นคนเก่าคนแก่ แล้วเธอจะเปิดเผยความลับกับผู้ชายคนนี้ได้อย่างไร
ทว่า...ภูริชเป็นหลานแท้ ๆ คุณดาวัน สายเลือดใกล้ชิดมากกว่าเธอที่เป็นเด็กในอุปการะ ถึงอย่างไรสุดท้ายสมบัติ ‘คุณท่าน’ ก็ต้องเป็นของเขาอยู่ดี
ถ้าการเปิดเผยความลับนี้สามารถเปลี่ยนใจคุณดาวัน ช่วยชีวิตส้มน้อยได้ เธอก็อยากลองเสี่ยงสักครั้ง
“คุณท่านจดบันทึกตำรายา ตำราพิษทั้งหมดเอาไว้...ถ้าเรานำมาศึกษาละเอียดจะสามารถป้องกันตัวได้” เยาวลักษณ์เคยอ่านวิธีแก้พิษต่าง ๆ มาแล้ว แต่ไม่สามารถจดจำได้
“ขอผมดูตำราสองเล่มนั้นได้มั้ยครับ” ภูริชเอ่ยปาก
สตรีสูงวัยคิดหาวิธีครู่ใหญ่ ก่อนถอนใจเหน็ดเหนื่อย...มันเป็นเรื่องแสนยากเย็นจริง ๆ
“ฉันพาเธอไปดูตำรายานั้นได้ แต่ห้ามนำออกจากห้องเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นเกิดเรื่องใหญ่แน่”
“ผมทราบครับ” ภูริชเข้าใจดี หากของสำคัญขนาดนี้หายไป รับรองทุกคนในอาณาจักรดาวันเดือดร้อนแน่
เยาวลักษณ์วางแผนพาเขาเข้ามาในห้องใต้ดิน พาไปดูสมุดบันทึกเล่มสำคัญสำเร็จ
ภูริชรับสมุดสองเล่มนั้นมา เปิดกางทีละหน้า แล้วถ่ายบันทึกตำรายา ตำราพิษอย่างประณีตไม่มีตกหล่น ก่อนเก็บคืนอย่างเดิม แทบไม่เห็นร่องรอย
หลังจากนั้นภูริชทำตามรับปาก มาโนชถูกคว่ำง่ายดายเกินคาด แล้วเขาก็เข้าชิงชัยวางแผนแย่งตัวส้มน้อยกับโชติ และเมื่อได้รับชัยชนะ เขาก็นำเด็กหญิงมาส่งให้เธอที่บ้านดาวัน พร้อมบอกแผนการขั้นต่อไปอย่างละเอียด
“เราจะบอกคุณย่าว่า ไม่จำเป็นต้องทำให้เด็กโคม่า แค่ให้ยาสลบอ่อน ๆ ก็พอ สะดวกต่อการเดินทาง ไม่มีปัญหาเรื่องการตรวจสอบ แล้วจากนั้นเราจะพาเด็กไปที่สนามบินตามเวลานัดหมาย...
คุณหมอจัดคนที่ไว้ใจได้มารับเด็กไป ส่วนผมจะเดินทางตามกำหนดการเดิม แล้วเสนอผลประโยชน์อื่นที่น่าสนใจกว่าให้พวกเขา...ซึ่งถ้ามันเวิร์ค ทางนั้นยอมรับก็ดีไป แต่ถ้าไม่ยอมจริง ๆ ไม่มีการเซ็นสัญญา ผมจะกลับมาสารภาพกับคุณย่าเอง...
ผมจะบอกท่านว่า เด็กโดนพวกของธันวาชิงตัวที่สนามบิน ผมเห็นเวลากระชั้นแล้วจึงไม่กล้ารายงาน กลัวความผิด รีบเดินทางก่อน แล้วพยายามยื่นข้อเสนออื่นที่ดีกว่าให้เขา แต่ทางนั้นไม่ยอม...เลยต้องกลับมาขอรับโทษ
ตอนนั้น ถึงท่านจะใช้ยาอะไรมาลงโทษ...ผมก็น่าจะเตรียมตัวป้องกันไว้อยู่แล้ว...คงไม่ถึงตายหรอกครับ”
ภูริชปิดท้ายด้วยรอยยิ้มจริงใจ เยาวลักษณ์ถอนใจเฮือกใหญ่ รู้สึกสังหรณ์ใจกับกิริยาหลานชาย ‘คุณท่าน’ ขึ้นมา คล้ายวาจานั้น ไม่ใช่ทั้งหมดในแผนการของเขา
“ได้...เราตกลงกันตามนั้น” เยาวลักษณ์ไม่มีทางเลือกอื่น
แผนการภูริชดำเนินมาเกินครึ่งทาง คาดไม่ถึงกลับสะดุด ผิดพลาดเพราะคุณดาวันสังเกตเห็นว่าสมุดบันทึกมีรอยเลื่อนหยิบออกไป
นั่นทำให้คนช่างระแวงอย่างดาวันเกิดความสงสัย อ่านแผนการพวกเธอออก จึงตลบหลังด้วยการบังคับเธอ ต้องจัดการทำให้ส้มน้อยโคม่าด้วยตนเองเป็นการทดสอบ และลงโทษ
เยาวลักษณ์หน้าซีด มือเท้าเย็น ไม่รู้ควรทำอย่างไร...
บทที่ ๒๕
ตั้งแต่เกิดนิมิต สัมผัสพิเศษกระตุ้นเตือนให้รู้ ‘ผู้อยู่ใต้อำนาจจะคิดทรยศ’ ดาวันก็ใส่ใจสังเกตรอบตัวมากกว่าปกติ อีกทั้งสั่งเมวดีเป็นหัวหน้าทีม รายงานความเคลื่อนไหวผู้อยู่ในตำแหน่งสำคัญทั้งสามอย่างละเอียด
เพียงเห็นบันทึกวิชาที่ตนไม่ได้หยิบจับนานปี เกิดรอยเลื่อนผิดปกติแค่นิดเดียว ดาวันก็รู้ว่าเป็นฝีมือใคร
‘เยาวลักษณ์’ บุคคลที่เธอไว้ใจที่สุด...แต่...เยาวลักษณ์ไม่น่าคิดทรยศ คนคนนี้ซื่อสัตย์ เสมอต้นเสมอปลายมาตลอดห้าสิบปี อีกทั้งเคารพรักเธออย่างยิ่ง
...เยาวลักษณ์น่าจะเป็นแค่เครื่องมือให้บางคนหลอกใช้งาน...
‘ภูริช’ หลานชายสายเลือดเดียวกัน ฉลาดเจ้าเล่ห์เหมือนหมาจิ้งจอก ทั้งยังดุร้าย เลี้ยงไม่เชื่องไม่ผิดกับหมาป่าหิวโหย ลึกซึ้ง เลือดเย็น...คือคนคิดทรยศตัวจริง
ภูริชต้องรู้ว่าเธอใช้ ‘ยา’ ควบคุมโชติ มาโนช เขาจึงเตรียมตัวรับมือ ป้องกันเต็มที่ การเลือกใช้เยาวลักษณ์ช่วงเวลานี้เหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะมี ‘เด็กส้มน้อย’ เป็นข้อต่อรอง
ดาวันอ่านเบื้องหลังออก จึงเลือกใช้วิธีกดดันคนสนิทตน
“มีคนแอบหยิบสมุดบันทึกของฉันออกมา...เธอยังบอกว่าไม่รู้อีกหรือ?”
“ค่ะ...ดิฉันไม่ทราบ” เยาวลักษณ์ยืนยันคำเดิม
ผู้คุมเกมยิ้มเยือกเย็น
“เธอไม่ทราบเรื่องอะไร...เรื่องที่ภูริชอาจรู้ความลับตำรายาฉัน หรือไม่ทราบว่า...ใครขโมยอ่านบันทึกของฉัน”
ผู้ถูกไล่ต้อนมอง ‘คุณท่าน’ ด้วยแววตาสงบลง คำพูดต่อมาเกินคาดหมายดาวัน
“ดิฉันไม่ทราบว่า ทำไมคุณท่านถึงสงสัย...ความกตัญญู...ของดิฉัน”
ดาวันยิ้มให้กับวาจานั้น หยิบสมุดบันทึกเสียบในชั้นตามเดิม
“ถ้าไม่อยากให้ฉันสงสัยความกตัญญู จงรักภักดี...เธอก็ควรแสดง ‘มัน’ ออกมาให้ฉันเห็นสิ”
พูดจบหันกลับมองเยาวลักษณ์ด้วยดวงตาวาวโรจน์ ก่อนแลเลยมายังร่างเล็ก ๆ ที่ยืนด้านข้าง...
ส้มน้อยขาสั่น ตัวเย็นวูบ คุณย่าดาวันไม่พูดถึงเธอสักคำ แต่สายตานั้นมันน่าสะพรึงกลัว ชวนหนาวยะเยือก ยิ่งกว่าคำสั่งประหารชีวิต
เยาวลักษณ์อึกอัก ทำอะไรไม่ถูก ในหัวกลับขาวโล่ง คิดอะไรไม่ออก ร่างกายไม่อยู่ในคำสั่ง พลังควบคุมภายนอกบางอย่าง ‘สั่ง’ ให้เธอเตรียมตัว หันไปทางอุปกรณ์ เครื่องมือ หยิบยาที่จะใช้มาวางบนถาดให้พร้อม ขยับจะหันมาอุ้มส้มน้อยขึ้นเตียง
สัญญาณไฟแดงวะวาบกะพริบตรงข้างประตู ดาวันมองอย่างแปลกใจก่อนเดินไปกดรับ ปรากฏภาพใบหน้าเมวดี...มือสังหารคนเดียวที่ยังเหลือ ขึ้นบนจอเล็ก ๆ ด้านข้าง
“มีเรื่องอะไร” หากไม่ใช่เรื่องสำคัญยิ่ง เมวดีจะไม่รบกวนเวลาดาวันอยู่ที่พัก
“จับผู้บุกรุกได้ที่เรือนเพาะชำกระจกค่ะ”
“ใคร?”
“เขาบอกว่าชื่อธันวา มาหาเด็กส้มน้อย” คำตอบชัดเจน
‘ธันวา’ ชื่อนี้สะดุดหูดาวัน เหมือนเคยได้ยินมาก่อน
“เธอรู้จักเขามั้ย” ดาวันถาม
“ดิฉันเคยเห็นเขาอยู่ที่โรงพยาบาลกับผู้หญิงที่ช่วยส้มน้อย”
“ตอนนี้เขาเป็นยังไง”
“เขาโดนควัน ‘ชาสั่งจิต’ ควบคุมอยู่...รอให้คุณท่านสั่งการว่าจะทำยังไงต่อไป” เมวดีบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ดาวันเบนสายตามาทางเยาวลักษณ์ ส้มน้อย เสียงสนทนาเมื่อครู่ย่อมเข้าหูผู้ฟังทั้งสอง ปฏิกิริยาที่มีดูแตกต่างกัน
พอส้มน้อยรู้ว่า ‘คุณพ่อ’ มาช่วยก็ตื่นเต้นยินดี ดวงตาแจ่มจรัส หัวใจเต้นแรงอย่างมีความหวัง แต่ไม่กล้าแสดงความรู้สึกชัดเจนเกินไป เพราะไม่แน่ใจคุณย่าดาวันจะจัดการพ่อเธออย่างไร
ดวงตาเยาวลักษณ์ฉายแววหดหู่ พลังควบคุมจากภายนอกหายไปชั่วขณะ มือชะงักงานที่ทำ สติกลับเป็นตัวเอง เธอคาดเดาชะตากรรมชายหนุ่มที่มาช่วยส้มน้อยไม่ยาก คนที่อยู่ใต้อำนาจชาสั่งจิตเช่นนั้น สามารถเสียชีวิตอย่างเป็น ‘ธรรมชาติ’ หลากหลายวิธี โดยไม่มีใครสืบทราบสาเหตุ
...ผู้ชายคนนั้น คงไม่รอดชีวิตแล้ว...
“ให้ฉันดูหน้าเขาหน่อยสิ” คำพูดนี้เกินคาดหมายทุกคน
เมวดีขยับตัว ดึงชายที่ยืนใกล้ให้ปรากฏหน้ากล้อง
พอเห็นใบหน้าผู้บุกรุกชัดเจน ดาวันขมวดคิ้ว ทบทวนความจำครู่หนึ่งก่อนคลี่ยิ้ม
“อืม...คิดว่าใคร” เสียงดาวันสะท้อนในความเงียบงัน “ไม่เจอกันสิบกว่าปี วันนี้บุกมาถึงเรือนกระจกโดยไม่มีใครรู้ แสดงว่าฝีมือไม่ธรรมดาเลยนะ...”
จากนั้นนิ่งอีกครู่หนึ่ง นึกถึงข้อมูลที่ภูริชเคยให้ไว้เกี่ยวกับกลุ่มคนที่ช่วยเหลือส้มน้อย พอเชื่อมโยงได้ก็พึมพำขึ้นมา
“ถ้ามาถึงนี่ได้...คงจะเป็นทายาทสองจอมเวท...เผด็จ...คงคา...จริงอย่างที่ภูริชเคยบอก”
น้ำเสียงดาวันแสดงความสนใจ รอยยิ้มผุดบนใบหน้า
“พาเขามาที่ห้องใต้ดิน” คำสั่งมาในที่สุด
“ค่ะ” เมวดีรับคำ ภาพบนจอดับลง
จากนั้นดาวันหันมาทางเยาวลักษณ์และส้มน้อย มองดูคุณหมอ ผอ.ที่หยุดเตรียมอุปกรณ์ ยาชั่วคราว
“อ้าว...ทำไมเธอยังไม่เอาเด็กขึ้นเตียง เตรียมฉีดยาตามกระบวนการอีกล่ะ” ถามด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ หยอกเอิน
“เอ่อ...ดิฉัน...” เยาวลักษณ์หาคำอธิบายไม่ได้
หึ...หึ...ดาวันหัวเราะทั้งที่ไม่มีเรื่องใดน่าขัน ดวงตาเบิกกว้างกว่าปกติ กระแสคลื่นบางอย่างแผ่ออกมาควบคุมคนทั้งสอง
เยาวลักษณ์ ส้มน้อยชะงักงันราวโดนไฟฟ้าดูด
ดาวันเอ่ยวาจาแผ่วเบา นัยน์ตาลึกเร้นน่ากลัว
“เยาวลักษณ์...เธอยังรู้จัก ‘วิชา’ ของฉันไม่หมดหรอก...รู้มั้ย...ต่อให้ภูริชท่องตำรายาทั้งสองเล่มจนขึ้นใจ ก็ไม่มีทางป้องกันอะไรได้...คุณยายบุปผายังมี ‘วิชา’ ที่สอนฉันด้วยวิธีให้จดจำ ห้ามบันทึกอีกสองสามบท...เธอคิดว่าที่ฉันมีอำนาจเหนือผู้ชายตัวโต ๆ เสือร้ายมากบารมี หมาจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ ชั้นเชิงสูงพวกนั้นได้เพียงแค่ ‘ยาสั่ง’ สมุนไพรหายากเท่านั้นหรือ...?”
มุมปากดาวันขยับรอยยิ้มอหังการ พลังอำนาจรุนแรงพุ่งตรงออกมา
“ฉันจะแสดงให้ดูว่า...ต่อให้ไม่มี ‘ยา’ หรือ ‘เครื่องมือ’ อะไรเลย...ฉันก็ยังอยู่เหนือทุกคนได้”
เยาวลักษณ์มองเห็นห้องใต้ดินขยายตัวออกกว้างขวาง ไร้ขอบเขต ร่างกายไม่อาจขยับเคลื่อนไหว ส้มน้อยกลายเป็นตุ๊กตาไร้วิญญาณยืนเคียงข้าง บรรยากาศรอบตัวแปรเปลี่ยน เห็นตนเองกับเด็กหญิงกำลังยืนบนหน้าผาสูง เบื้องหน้าเป็นท้องทะเลกว้างสุดสายตา ลมแรงกรรโชกไม่ขาดระยะ
ตัวเธอรับรู้บรรยากาศแปลกเปลี่ยนรอบกาย ส้มน้อยกลับกลายเป็นหุ่นนิ่ง เสมือนโดนสะกดลึกลงไปอีกชั้นหนึ่ง
...นี่คืออะไร...หรือว่ามันเป็น ‘วิชา’ แท้จริงของคุณดาวัน...
- - - - - - - - - - - - 0 0 - - - - - - - - - - - -
ตอนดาวันช่วยภูริชขึ้นเรือไปต่างประเทศ ยังไตร่ตรองว่าควรจัดการอย่างไรกับเด็กหนุ่มเพื่อนสนิทของเขา ทีแรกคิดจะ ‘เก็บกวาด’ หรือไม่ก็ใช้ ‘ยา’ ทำให้ลืมเลือนเหตุการณ์ที่เกิด
พอให้ลูกน้องสืบประวัติเด็กหนุ่มคร่าว ๆ จึงรู้ว่าเป็นลูกชายนายตำรวจใหญ่ หลานชาย ‘เผด็จ’ จอมเวทผู้มีอิทธิพล ซึ่งเป็นศิษย์เอก ‘ครูแกลง’ ปรมาจารย์แห่งยุค
ดาวันไม่อยากก่อเรื่องราวใหญ่โต เพาะศัตรูเข้มแข็ง เห็นเด็กหนุ่มคนนี้นิสัยตรงไปตรงมา มีหัวใจลูกผู้ชาย จึงใช้วิธีขอคำสัญญาให้ปิดปาก โดยอ้างถึงความปลอดภัยภูริช และครอบครัวเขาเอง
เด็กหนุ่มตอบรับคำสัญญาด้วยแววตามั่นคง เชื่อใจได้ จนดาวันนึกนับถือน้ำใจ
เวลาผ่านไปสิบกว่าปี เธอลืมเลือนเด็กหนุ่มคนนั้นไปแล้ว แม้ภูริชจะบอกว่าคนช่วยเหลือคุ้มครองส้มน้อยคือ ‘มีนา’ หลานสาวคงคา ซึ่งเป็นศิษย์เอกครูแกลง เธอก็ยังไม่คิดโยงมาถึงตัวธันวา หลานชายเผด็จศิษย์เอกอีกคน
กระทั่งเมื่อครู่ ชื่อ ‘ธันวา’ กระทบหู ประหลาดใจกับความสามารถในการเร้นกายมาถึงเรือนกระจก พอเห็นใบหน้าก็กระตุ้นความทรงจำ
เด็กหนุ่มหัวเกรียนผอมสูง กลายเป็นชายหนุ่มใบหน้าคมคายหล่อเหลา คงเค้าเดิมหลายส่วน ยิ่งพอเชื่อมโยงกับรายละเอียดต่าง ๆ ดาวันจึงเข้าใจที่มาที่ไปเกือบทั้งหมด
ส้มน้อยได้รับการช่วยเหลือจากหลานชาย หลานสาวจอมเวทแห่งยุค...มิน่า จึงสามารถรับมือทีมไล่ล่า ต่อต้าน ‘ยา’ ที่เธอภูมิใจได้ขนาดนี้
หนำซ้ำยังติดตามมาถึงเรือนกระจก สถานที่หวงห้าม การควบคุมแน่นหนา โดยเวรยามทุกคนไม่ล่วงรู้ แสดงว่าคงรับการถ่ายทอดฝีมือมาพอตัว
- - - - - - - - - - - - 0 0 - - - - - - - - - - - -
ผู้ชายตรงหน้าดาวันสูงกว่าเดิม รูปร่างเพรียวสมส่วนอย่างชายหนุ่มเต็มตัว ใบหน้าคมคายทิ้งคราบวัยรุ่นเมื่อสิบกว่าปีก่อนจนสิ้น ลักษณะท่าทาง ราศีที่แสดงออกมาบอกเลยว่า...ไม่ธรรมดา
“ธัน...วา” ดาวันเอ่ยช้า ๆ “เราได้เจอกันอีกแล้ว”
ธันวายืนนิ่ง ไม่ตอบวาจา ดวงตาแลตรงไม่แสดงความรู้สึกใด
“เขายังอยู่ใต้อำนาจชาสั่งจิตค่ะ” เมวดีรายงาน
ดาวันยิ้มเยือกเย็น ดวงตาทอประกายวับ หันบอกกับมือสังหารตน
“เธอออกไปก่อน”
“ค่ะ”
ภายในห้องขณะนี้เหลือแค่ธันวา ดาวัน เยาวลักษณ์ ส้มน้อยสี่คน ทั้งสี่มีลักษณะแตกต่างกันชัดเจน
เยาวลักษณ์ ส้มน้อยนั่งบนเก้าอี้ นิ่งงันคล้ายหุ่นยนต์ ดวงตาว่างเปล่า เลื่อนลอย ไม่รับรู้ทุกสิ่งรอบกาย ธันวามีลักษณะใกล้เคียงกัน เพียงแต่ยืนตรง ดวงตาไม่แสดงความรู้สึก สีหน้าเรียบนิ่ง
ดาวันอมยิ้มมองหน้าชายหนุ่มอย่างรู้เท่าทัน
“ฉันไม่เชื่อหรอกนะ ว่าหลานชายศิษย์เอกจอมเวทแห่งยุคจะเสียท่าให้กับชาสั่งจิตง่าย ๆ เพราะหลานสาวของศิษย์เอกอีกคนยังไม่ถูกมันครอบงำเลย”
ธันวาขยับตัว มองตอบด้วยดวงตาปราศจากความรู้สึกเช่นเดิม
“ไม่เจอกันนาน สบายดีมั้ยครับ” ชายหนุ่มเอ่ยทัก น้ำเสียงไม่แสดงความยินดียินร้าย
คำพูดนี้เป็นการยืนยัน ‘ชาสั่งจิต’ ทำอะไรเขาไม่ได้เช่นกัน
“ดีใจนะ...ที่เธอจำฉันได้” ดาวันหัวเราะเบา ๆ ไม่แสดงอาการแปลกใจ
“เพราะคุณ...ไม่เปลี่ยนจากเมื่อสิบห้าปีก่อนเลย” ธันวาบอกเรียบ ๆ
“ฉันถือว่าเป็นคำชมนะ” สีหน้าดาวันยังคงสดใส “แต่เธอไม่สงสัยบ้างหรือว่าทำไมฉันถึงไม่แก่ลง”
คำถามเหมือนลองภูมิ
ธันวาเลิกคิ้วนิด ๆ
“ถ้าเทคโนโลยีศัลยกรรมสมัยนี้ ทำให้คนอายุแปดสิบ ดูเหมือนอายุสิบแปดได้...ผมก็ไม่แปลกใจหรอกครับ” คำตอบจงใจเลี่ยง พร้อมกับจี้ใจดำผู้สูงวัย
ดาวันหัวเราะอย่างเห็นเป็นเรื่องน่าขัน
“พูดอย่างนี้แสดงว่าเธอรู้แล้วว่าฉันเป็นใคร...และก็มั่นใจว่าเธอต้องรู้...ฉันไม่เคยทำศัลยกรรมทุกชนิด” ดวงตาฉายรอยเร้นลึก “อีกอย่าง...คงรู้เหตุผล...ทำไมฉันถึงไม่แก่ลงเลย”
วาจานี้เท่ากับเป็นการประเมินชายหนุ่มไว้สูงยิ่ง
ธันวาเลือกที่จะไม่ตอบวาจานั้น ใช้อาการสงบเยือกเย็นเป็นเกราะป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายอ่านใจออก
ตั้งแต่เดินเข้ามา สายตาเหลือบมองส้มน้อยแต่แรก สัมผัสพิเศษที่มีบอกว่าแม่หนูน้อยโดน ‘สะกด’ แต่ไม่แน่ใจว่าจะคลายอำนาจการสะกดนั้นอย่างไร จึงพยายามใจเย็นเอ่ยปากสนทนากับเจ้าของบ้านโดยไม่เพลี่ยงพล้ำเสียเปรียบ
พอชายหนุ่มนิ่ง ไม่ต่อวาจา เจ้าของบ้านจึงเปลี่ยนคำถามใหม่
“มาที่นี่ต้องการอะไรล่ะ” ถามทั้งที่รู้อยู่แล้ว
“ผมมาช่วยส้มน้อย” ธันวาไม่ปิดบัง
“แค่นั้นหรือ?” ดาวันถามต่อ
“คุณคิดว่าผมมีจุดประสงค์อะไรอีก?” ธันวาย้อนถามสีหน้าเฉยเมย
“ก็...ที่เข้าไปเรือนกระจกนั่น...ไม่ได้ต้องการดอกหญ้าแปดกลีบไปช่วย...อืมม์...ใครนะ...มีนา...ไม่ใช่หรือ?”
ดาวันแกล้งนึกชื่อหลานสาวจอมเวทที่โดน ‘ฝุ่นสีเงิน’ กระตุ้นพิษไม่ออก
ธันวาสบตานิ่ง ไม่แสดงการตอบรับหรือปฏิเสธ
“ท่าทางอย่างนี้ แสดงว่าหาเจอแล้วสิ” วาจาแทงใจ
ชายหนุ่มเฉย ยืนนิ่ง ดูปฏิกิริยา เพื่อเตรียมรับมือฝ่ายตรงข้าม
“ถ้าเธอหาเจอแล้วก็เอาไปเถอะ...ฉันยกให้...” ดาวันใจดีเกินคาดหมาย “ที่จริงคนวางแผนขอให้ฉันใช้ ‘ฝุ่นสีเงิน’ กระตุ้นพิษ ก็ไม่ต้องการให้ผู้หญิงคนนั้นตายหรอก แค่อยากวางหมาก ถ่วงพวกเธอไว้เท่านั้นเอง”
คราวนี้ดวงตาธันวาฉายรอยโทสะชั่วแวบ...แค่วางหมากหรอกหรือ?
ถ้าพิจิก เมษากลับมายืดเวลา ชะลอพิษไม่ทัน ต่อให้เขาได้ดอกหญ้าแปดกลีบกลับไปก็ช่วยชีวิตเธอไม่ได้อยู่ดี...
ดาวันรู้...จึงไม่หวงสมุนไพรชนิดนี้กับเขา
“รู้ใช่มั้ยว่าคนวางแผนนี้คือภูริช...เพื่อนรักของเธอ” พอเห็นรอยโทสะในดวงตาคู่นั้น ดาวันจึงจงใจสุมเชื้อไฟเข้าไปอีก
ทั้งที่รู้ ธันวายังอดจุกแน่นในอกไม่ได้
“ครับ...ผม...ทราบ...” เขาตอบช้า ๆ เพื่อระบายความอึดอัดในใจตน
“ถ้าอย่างนั้น คงรู้แล้วนะว่า...นอกจากดอกหญ้าแปดกลีบ ฉันคงให้ ‘อย่างอื่น’ กับเธอไม่ได้”
คำพูดยืนยัน ไม่มีทางปล่อยส้มน้อย
“ผมไม่จำเป็นต้อง ‘ขอ’ ส้มน้อยจากคุณ” ธันวาแสดงจุดยืนชัดเจน
“ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน เธอจะทำได้อย่างที่พูดหรือเปล่า” วาจามีรอยเย้ยหยัน
สิ้นประโยคนั้น ดวงไฟตรงประตูกะพริบวะวาบอีกครั้ง ดาวันเดินไปกดรับโดยไม่ใส่ใจอาคันตุกะจะทำอย่างไร
ธันวาจงใจเดินเข้าไปหา ดูอาการส้มน้อยโดยไม่เกรงเจ้าของสถานที่จะคัดค้านขัดขวาง
ดาวันเหลือบมองแล้วยิ้มเยาะ ก่อนหันกลับมามองจอข้างประตู
ใบหน้าเมวดีปรากฏบนจอ
“มีอะไร” ดาวันถาม
“เขามาแล้วค่ะ”
“มาช้ากว่าที่คิดนะ” ดาวันพูดกึ่งบ่น “ให้เข้ามาที่ห้องใต้ดินได้เลย”
“ค่ะ”
สั่งความจบก็หันมาทางธันวา มองเห็นเขายืนข้างส้มน้อย ใช้มือสัมผัสใบหน้า เปิดเปลือกตาดูอาการ
“รู้มั้ยล่ะ...ฉันใช้ ‘ยา’ อะไรกับสองคนนั่น” ดาวันลองภูมิ
ธันวาละมือจากเด็กหญิง ยืดตัวเต็มร่าง เอ่ยปากตอบเนือย ๆ
“ผมไม่ใช่แพทย์แผนโบราณ จะตอบได้ยังไง”
“ถ้าไม่รู้ว่าฉันใช้ ‘ยา’ อะไรควบคุมพวกเขา ต่อให้พาออกไปได้ก็ไม่มีทาง ‘ปลุก’ ได้หรอก หรือต่อให้ปู่เธอเก่งขนาดหาทางแก้ไขได้ เธอก็ไม่มีทางเข้าไปในเรือนกระจก ขโมยสมุนไพรฉันได้เป็นครั้งที่สองแน่ ๆ”
คำพูดดาวันเป็นการบอกโดยนัย ต่อให้พวกเขาหาวิธีแก้ไข รักษาได้ ก็ต้องมาหาตัวยาสมุนไพรที่นี่แห่งเดียว ซึ่งเธอไม่มีวันเปิดโอกาสให้ลอบเข้าไปเรือนเพาะชำกระจกได้อีกแล้ว
ธันวาเฉย เลือกที่จะไม่ตอบอะไร...สัมผัสในใจ ‘รู้’ ดาวันกำลังเล่น ‘เกมโกหก’ ป่วนประสาท...เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสใบหน้าเด็กหญิง สิ่งที่ ‘เร้น’ ภายในใจก็บอกว่า แม่หนูน้อยโดน ‘อาคม’ สะกดไม่ใช่ ‘ยาสั่ง’ การแก้ไขจึงไม่จำเป็นต้องใช้ตัวยาสมุนไพรใด ๆ
(โปรดติดตามต่อฉบับหน้า)
| < Prev | Next > |
|---|








