วรรณกรรมนำใจ Lite Literature

เร้น ๓๗



Ren



ชลนิล


(ต่อจากฉบับที่แล้ว)



            สภาพร่างกายคนป่วยแข็งแรงขึ้น ด้วยการดูแลเอาใจใส่จากมารดา และกำลังใจจากชายหนุ่มที่มาหาในเวลาใกล้เที่ยง

            “ส้มน้อยเป็นยังไงบ้าง” มีนาเอ่ยถามทันทีที่เห็นหน้าธันวา

            ถ้าเป็นผู้ชายอื่นคงรำคาญ คำถามเดิมซ้ำๆ อาจแกล้งตอบเฉไฉ ทำเป็นงอนที่ผู้หญิงไม่ใส่ใจการมาเยี่ยมของตนเอง

            “ก็ดี...วันนี้ให้ไปเล่นที่บ้านเธอ” ธันวาตอบตรงตามคำถามเป๊ะ จากนั้นหันไปทำความเคารพเภามณี “สวัสดีครับแม่เภา”

            “เป็นยังไงบ้างล่ะเรา” มารดามีนาถามอย่างคนพอจะทราบ...เมื่อคืนเกิดเหตุการณ์ใด

            “ยังไหวครับ” ธันวาตอบ “แล้วทางนี้เรียบร้อยมั้ย”

            “ถ้าแม่นี่ไม่ร้องอยากกลับบ้านทุกห้านาที...ก็เรียกว่าเรียบร้อยนั่นแหละ” เภามณีบ่นลูกสาว

            “ก็หนูเบื่อโรงพยาบาลนี่” หญิงสาวบ่นพลางมองหน้ามารดาสลับกับชายหนุ่ม แล้วเหมือนรู้ว่าทั้งสองมีเรื่องปิดบังตนเอง

            “แกมีอะไรจะบอกฉันมั้ย” มีนาหันไปคาดคั้นผู้มาเยี่ยมเยียน

            ธันวาไม่ตอบ เสไปหยิบชาร์ตผู้ป่วยตรงปลายเตียงหญิงสาวขึ้นมาอ่าน แล้วเงยหน้าพูดอีกเรื่อง

            “ผลชาร์ตออกมาดีนะ ถ้าเธอเชื่อฟังหมอ ทำตัวดี ๆ อีกสองสามวันก็กลับบ้านได้แล้ว”

            หญิงสาวมองชายหนุ่ม รู้ว่าเขาจงใจเปลี่ยนประเด็น

            “เมื่อคืนเกิดเรื่องอะไรที่บ้านหรือเปล่า” คราวนี้เจาะจงถามชัด ๆ

            “เรื่องอะไร?” ธันวาย้อนถามสีหน้าเรียบเฉย

            “เรื่อง...” หญิงสาวเริ่มฉุนเสียงดังขึ้น

            “ธัน...” เภามณีจงใจพูดแทรกขึ้นก่อน “หมอเขาให้แม่ไปเอายาตัวนี้ไปเปลี่ยนที่ห้องยา...พาแม่ไปหน่อยสิ”

            “ได้ครับแม่เภา” ชายหนุ่มตอบรับพร้อมเดินไปเปิดประตูหน้าตาเฉย

            มีนาเข่นเขี้ยว มองมารดากับชายหนุ่มเดินออกจากห้องโดยแสดงท่าทางชัด...ไม่ต้องการให้เธอรับรู้เรื่องภายนอกทั้งสิ้น...อดถอนใจเฮือกใหญ่ไม่ได้

            สุดท้ายก็อมยิ้ม เข้าใจเจตนาดีของสองคน เพราะต่อให้เธอรู้ก็ช่วยอะไรไม่ได้ นอกจากกังวลใจโดยเปล่าประโยชน์

            เมื่อคืนพวกชิงตัวส้มน้อยน่าจะบุกบ้านธันวา...การที่ชายหนุ่มแวะมาหาเวลานี้ด้วยท่าทางปกติ ได้พักผ่อนเต็มที่ แสดงว่าฝ่ายตรงข้ามทำงานไม่สำเร็จ

            มีนาอ่านเหตุการณ์ออกจากการสังเกตบุคคลรอบกาย

            ถ้ามีสิ่งใดที่พอช่วยเหลือพวกเขาได้ ก็คือพยายามรักษาตัวโดยเร็ว...ไม่เป็นภาระแก่ใคร



- - - - - - - - - - - - 0 0 - - - - - - - - - - - -



            เภามณีไม่มีธุระต้องไปเปลี่ยนยาใด ๆ เธอพาชายหนุ่มออกมานอกห้องเพราะอยากรู้สภาพการณ์ทางบ้านเขา จะได้เตรียมรับมือถูก

            ธันวาเล่าเหตุการณ์เมื่อคืนอย่างละเอียดจนจบแล้วย้อนถามกลับ

            “เมื่อคืนทางนี้มีอะไรผิดปกติมั้ยครับ”

            “ไม่มี...แม่ให้ลูกน้องลุงชาติคอยตรวจตรา สังเกตรอบ ๆ บริเวณนี้ทั้งคืน”

            ความสงสัยฉายในดวงตาชายหนุ่ม เอ่ยปากอย่างกังวล

            “ไม่น่าเป็นไปได้ ผมมั่นใจว่าทางนั้นต้องมาก่อกวนที่นี่เพื่อให้เราสับสนแน่”

            “นั่นสิ...แม่ก็คิดอย่างธัน...ยังแปลกใจเลยว่าทำไมเมื่อคืนเงียบจนผิดปกติ”

            “มันจะมาไม้ไหนกันแน่นะ” ธันวาพึมพำ

            ฝ่ายหนึ่งตั้งรับ ฝ่ายหนึ่งลอบจู่โจม ความลำบากย่อมเกิดกับฝ่ายแรกมากกว่า

            “ผมว่าคืนนี้มันต้องลงมือทางนี้แน่ เพราะน่าจะเป็นคืนสุดท้ายที่จะมีโอกาสชิงตัวส้มน้อย”

            เภามณีถอนใจยาว

            “ถ้างั้นแม่จะขอคนเพิ่ม ตรวจตราเข้มงวดกว่าเดิม ให้คอยสังเกตคนแปลกหน้า หรือคนที่มีท่าทางแปลก ๆ ตั้งแต่กลางวันนี้เลย แล้วจะให้พวกมือดีเข้าไปอยู่ในห้องด้วย”

            พอฟังมาตรการ ‘คุณนายเภา’ อย่างนี้ค่อยวางใจเปลาะหนึ่ง คนเป็นสะใภ้นักเลงเก่า เมียนายตำรวจใหญ่ย่อมไม่ธรรมดาอยู่แล้ว

            “ครับ...เอาตามที่แม่เภาว่าเลย” ธันวาพูดด้วยสีหน้ากังวล “ใจจริงผมอยากอยู่ที่นี่ด้วยซ้ำ แต่มีนามันต้องไล่ผมให้กลับไปดูส้มน้อยแน่...อีกอย่างวันนี้รู้สึกแปลก ๆ ยังไงพิกลด้วย”

            เภามณียิ้มให้ ตบไหล่ลูกชายเพื่อนเบา ๆ

            “ใจเย็นลูก...ทำในสิ่งที่เราทำได้ก่อน แล้วผลเป็นยังไงค่อยว่ากันอีกที”

            ชายหนุ่มพยักหน้า...หวังว่าจะผ่านเหตุการณ์คืนนี้อย่างเรียบร้อยเช่นเดียวกัน



- - - - - - - - - - - - 0 0 - - - - - - - - - - - -



            เวลาสองทุ่มตรง

            ตัวเมืองจังหวัดแห่งนี้เกิดเหตุบางอย่างซึ่งสร้างความแตกตื่นแก่ผู้คน

            พรึ่บ! ไฟดับทั้งเมือง

            กริ๊งงงง...กริ๊งงงง...กริ๊งงงง...กริ่งสัญญาณเพลิงไหม้ดังขึ้นที่ห้างสรรพสินค้าใหญ่ โรงแรมดัง โรงพยาบาลประจำจังหวัด ไฟตามริมถนนดับสนิท ทั้งเมืองตกอยู่ในความมืด

            เสาสัญญาณโทรศัพท์ล่ม ทุกค่าย ทุกเครือข่ายไม่อาจติดต่อผ่านโทรศัพท์มือถือ กระทั่งสัญญาณอินเตอร์เน็ตจากทุกค่ายก็ไม่อาจใช้งานได้เช่นกัน

            โรงพยาบาล โรงแรม ห้างสรรพสินค้า สถานที่สำคัญบางแห่งใช้ไฟฟ้าฉุกเฉินพออาศัยชั่วคราว

            ทั้งเมืองโกลาหล พยายามหาสาเหตุ แก้ไขกันจ้าละหวั่น รถดับเพลิงออกทำงาน เจ้าหน้าที่ไฟฟ้า โทรศัพท์วิ่งวุ่น ความวุ่นวายนั้นลามถึงบ้านใหญ่สองหลัง ซึ่งตั้งอยู่กลางเมืองด้วยเช่นกัน



- - - - - - - - - - - - 0 0 - - - - - - - - - - - -



            บ้านเผด็จ คงคามืดสนิท เนื่องจากไม่มีไฟฟ้าฉุกเฉินสำรอง แต่ละคนจึงอาศัยไฟฉาย ไฟจากโทรศัพท์มือถือ เพื่อหาเทียนไขมาจุดส่องสว่าง

            สองผู้เฒ่าอยู่ในห้องเดียวกันบ้านปู่คงคา เกิดสังหรณ์ไม่ดีตั้งแต่ตอนเย็น บอกไม่ถูกว่าจะเกิดเหตุร้ายใด ทำได้แค่สั่งกำชับลูกน้องทุกคนให้ระวังตัว เตรียมพร้อมเต็มที่

            ก่อนไฟดับเล็กน้อย ทั้งคู่กำลังสนทนากันเงียบ ๆ สังหรณ์ในใจกระตุ้นถี่ เหมือนระเบิดเวลากำลังทำงาน พอไฟดับพรึ่บ สติเกิด...จิตเข้าสู่ความตั้งมั่น รวมเป็นสมาธิโดยอัตโนมัติ

            ญาณหยั่งรู้แผ่ออกครอบคลุมทั่วอาณาบริเวณสองบ้าน เห็นกลุ่มคนแปลกหน้าสวมชุดดำ คลุมหน้ากระจายตัวรอบกำแพง ทีมลูกน้องเจ้าของบ้านที่ส่งลาดตระเวนรอบกำแพงด้านนอกถูกจัดการจนสลบเหมือดไม่เหลือ

            ทันใดนั้น อำนาจการหยั่งรู้ของผู้ทรงเวททั้งสองก็ถูกปิดด้วยม่านอาคม มนตราบางอย่างที่ไม่เคยพบมาก่อน มันเสมือนผ้าม่านสีดำหนาทึบ แผ่ล้อมโอบคลุมทุกทิศทาง

            จิตสองผู้เฒ่าถอยกลับจากการ ‘ออกนอก’ ย้อนมาตั้งมั่นยังกายใจ คล้ายสะสมกำลังชั่วขณะหนึ่ง ก่อนตีฝ่าทำลายม่านกำแพงมืดออกไป

            ช่วงเวลานั้น...วิ้ว...วิ้ว...วิ้ว...วี้ด...วี้ด...วี้ด...เสียงหวีดหวิวฟังแปลก ดังระงมมาจากรอบกำแพง

            เสียงนั้นกระทบหูสองจอมเวท รบกวนสมาธิ พยายามโยกคลอนฐานความสงบให้คลอนแคลน

            เหล่าสุนัขดุที่ลาดตระเวนล้วนโก่งคอหอนเสียงโหยหวน คล้ายเสียงประหลาดส่งอิทธิพลทำร้ายพวกมันเช่นกัน

            ด้วยความที่ฝึกฝนจิตใจด้านสมาธิมาเกือบทั้งชีวิต เผด็จ คงคาสามารถตัดความรบกวนจากเสียงประหลาด เสียงหมาหอนเสียดประสาทออกไปอย่างรวดเร็ว

            จิตไม่สะเทือนหวั่นไหวต่อคลื่นรบกวน สะสมกำลังตั้งมั่นในใจชั่วขณะ แล้วส่งออกตีฝ่าม่านมืดที่ปกคลุม ปิดบังจนมันฉีกกระจายหายสาบสูญในพริบตา

            ภาพเหตุการณ์ในบ้านปรากฏอีกครั้ง



- - - - - - - - - - - - 0 0 - - - - - - - - - - - -



            ก่อนไฟดับ ธันวา ดวงสุดา ส้มน้อยอยู่ห้องนั่งเล่นบ้านปู่เผด็จ โดยมีพวก ‘มือดี’ วางกำลังเป็นชั้น ๆ หมา แมว หนูสักตัวยังผ่านเข้ามาไม่ได้

            สองย่าหลานดูละครก่อนข่าวอย่างเพลิดเพลิน ธันวากวาดตามองการระวังป้องกันอย่างเข้มงวดเช่นนี้ก็คลายใจลง

            แรกที่เห็นภูริชมาสำรวจบ้าน ก็บังเกิดความคิด...ควรพาส้มน้อยไปซ่อนตัวที่อื่น...หาที่ซ่อนใหม่ วางกำลังซับซ้อน หลอกล่อ สร้างที่ซ่อนจริง และที่ซ่อนเท็จ เพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามสับสน

            พอดีฉุกคิดได้...การที่ภูริชเปิดเผยเจตนาชัดเจนขนาดนั้น อาจเป็นแผนกระตุ้นให้เขาย้ายที่ซ่อนส้มน้อย เพื่อดักชิงตัวระหว่างทาง!

            ไม่ว่าจะเป็นขบวนจริง หรือขบวนหลอก ภูริชน่าจะสามารถวางกำลังปล้นชิงได้ทุกทาง...อย่าลืมว่าระหว่างการเดินทาง ย่อมมีช่องว่าง จุดโหว่ให้ช่วงชิงได้หลายวิธี

            อย่างนั้น...เท่ากับยื่นส้มน้อยให้อีกฝ่ายง่าย ๆ

            ธันวานำความคิด ข้อสมมุติฐานของตนไปปรึกษาสองผู้เฒ่า ซึ่งพวกท่านมีความเห็นตรงกัน...ไม่ควรย้ายส้มน้อยไปไหน แต่ให้วางระบบป้องกันเข้มงวดกว่าเดิม

            ต่อให้ฝ่ายตรงข้ามใช้โดรน หรือส่งคนลอบสำรวจอย่างไร ก็ไม่มีทางล่วงรู้ทุกซอกทุกมุมภายในบ้านเหมือนเจ้าของเป็นแน่

            หลังจากวางแผนระวังป้องกันใหม่เรียบร้อย ธันวาถอนใจยาว พูดกึ่งบ่นกับผู้อาวุโส

            “การตั้งรับนี่มันลำบากจังนะครับปู่...เราควรเป็นฝ่ายบุกเล่นงานพวกนั้นบ้าง”

            “บุกยังไง ส่งคนไปลุยกันเลยมั้ย” เผด็จถามยิ้ม ๆ

            ธันวานิ่ง ในใจอดคิดไม่ได้ว่าปู่ทั้งสองมีวิชาอาคมแกร่งกล้าขนาดนี้ น่าจะมีวิธีจัดการดี ๆ ที่คนธรรมดาอย่างเขาทำไม่ได้บ้าง

            เผด็จ คงคามองหน้าหลานชาย คล้ายอ่านความคิดออกจึงหัวเราะเบา ๆ หันไปพูดกันสองคน

            “เฮ้ยไอ้เล้ง มึงเคยเสกหนังควายเข้าท้องใครบ้างมั้ย” เผด็จถามเพื่อนกึ่งหยอก

            “เออแล้วมึงล่ะ เคยปล่อยควายธนูไปกี่ตัวแล้ว” คงคาย้อนเพื่อน

            ชายหนุ่มมองหน้าสองผู้เฒ่า รู้ว่าพวกท่านกำลังหยอกล้อตน

            “ผมก็...ไม่ได้คิดจะให้ปู่ทำอะไรแบบนั้น...” พูดอ้อมแอ้ม

            เผด็จมองหลานชายอย่างเมตตา

            “วิชาที่พวกปู่เรียน มีไว้เพื่อปกป้องคนดี กำราบคนชั่ว วิญญาณร้าย... ‘อาคม’ ควรใช้กับคนชั่วที่มีอาคม ไม่ใช่คนธรรมดาที่ทำชั่ว ไม่งั้นมันเหมือนผู้ใหญ่รังแกเด็ก”

            คงคากล่าวเสริม

            “อาคมที่ปู่ใช้ตอนนี้ ทำได้แค่ปกป้อง คุ้มครองในขอบเขตที่สมควร ถ้าใช้อาคมไปทำร้ายคนเลวพวกนั้น เราก็ ‘เลว’ ไม่ต่างจากมันหรอก”

            ธันวาสูดลมหายใจยาวลึก...เข้าใจชัด...คนดี ทำดีง่าย ทำชั่วยาก ส่วนคนชั่ว ทำชั่วง่าย ทำดียาก...เช่นกัน



            ก่อนสองทุ่มเล็กน้อย ทุกคนในห้องนั่งเล่นยังไม่รู้สึกถึงเหตุการณ์พลิกผัน

            ธันวาเพิ่งเกิดอาการวูบวาบ เหมือนสังหรณ์ร้ายกระตุ้นเตือน ไฟฟ้าก็ดับพรึบลง

            “เฮ้ย อะไรวะ” เสียงอุทานแปลกใจดังจากพวกบอดี้การ์ดรอบบ้าน

            ชายหนุ่มรีบหยิบโทรศัพท์มือถือเปิดไฟฉายเพื่อให้เกิดแสงสว่างทันที

            “แม่...พาส้มน้อยไปหลบก่อน” พูดพลางยัดไฟฉายมือถือให้มารดา

            “ได้จ้ะ” ดวงสุดาตั้งสติเร็ว มือหนึ่งคว้ามือเด็กหญิง อีกมือรับไฟฉายจากลูกชาย

            ที่หลบภัยคืนนี้ไม่ใช่ห้องนอนชั้นบน แต่เป็น ‘ห้องลับ’ ภายในบ้าน ซึ่งเผด็จสร้างไว้เพื่อใช้ฝึกวิชาอาคม ทำพิธีกรรมส่วนตัว ปกติไม่ให้ลูกหลานคนทั่วไปเข้าไปวุ่นวาย ยกเว้น ‘พิจิก’ หลานรักและศิษย์เอกคนเดียว

            วิ้ว...วิ้ว...วิ้ว...วี้ด...วี้ด...วี้ด...เสียงแปลกประหลาดคล้ายเสียงสายลม บางครั้งฟังเหมือนเสียงกรีดปีกแมลงราตรีดังระงมรอบกำแพง ตามด้วยเสียงหอนโหยหวนของสุนัขดุในบ้านดังประสานสับสน

            “ส้มน้อย...ไปไหนลูก...เดี๋ยวก่อน...” ดวงสุดาร้องเรียกเสียงหลงเมื่อจู่ ๆ เด็กหญิงสะบัดมือหนี

            ธันวาหันขวับมองเห็นร่างเล็ก ๆ วิ่งออกจากบ้านอย่างปราดเปรียวราวกับมีแรงดึงดูดประหลาดพาออกไป

            “คนข้างนอกจับส้มน้อยไว้ด้วย อย่าให้วิ่งออกไป” ธันวาตะโกนลั่น

            แสงไฟฉายวูบวาบสับสน ดูไม่ออกใครเป็นใคร เงาร่างส้มน้อยวิ่งหลบหลีกว่องไวเหมือนเสียงประหลาดคอยชักนำ ความมืดเป็นฉากอำพรางทำให้สังเกตยาก มองไม่เห็น

            ธันวาเขม้นมองวิ่งตามหลังเด็กหญิง กลับเผชิญหน้าไอ้โม่งชุดดำมาขัดขวาง

            ตุบ...ตับ...พลั่ก...เกิดการต่อสู้ชุลมุน มองแทบไม่ออกใครเป็นใคร ฝ่ายบุกรุกสวมชุดดำปิดบังหน้าตา ทีมเจ้าของบ้านโดนสกัดกั้น ไม่สามารถตามเด็กหญิงทัน

            วิ้ว...วี้ด...บรู๊ววว...เสียงประหลาดผสานหมาเห่าหอนดังก้องไปทั่ว เหล่าสุนัขดุไม่อาจช่วยขับไล่ผู้บุกรุก เพราะมันกำลังดิ้นพล่านสลับโก่งคอหอน ด้วยเสียงประหลาดนั้นรบกวนประสาทมันอย่างยิ่ง

            การต่อสู้เกิดกะทันหัน และสิ้นสุดรวดเร็ว พร้อมกับเสียงหวีดหวิวทิ้งคลื่นจาง ๆ ล่องลอยในอากาศ

            ส้มน้อยหายไปอย่างไร้ร่องรอย หายพร้อมกับกลุ่มคนชุดดำที่มาเร็วไปเร็วราวกับปิศาจ

            ธันวารีบกลับเข้าบ้าน เตรียมจัดทีมไล่ล่า ติดตามเด็กหญิง เชื่อว่าฝ่ายตรงข้ามยังไปไม่ไกล

            ลุงชาติเข้ามาในบ้าน บอกข้อมูลสำคัญจากผู้เฒ่า

            “ท่านฝากมาบอกว่า...หนูส้มน้อยถูกพาตัวออกทางกำแพงข้างบ้าน แล้วขึ้นมอเตอร์ไซค์ไปแล้ว”

            “อ้าว...แล้วชุดเฝ้าระวังที่เราวางไว้รอบกำแพงล่ะลุง” ธันวาสงสัย การป้องกันคืนนี้หนาแน่นกว่าเมื่อคืนมาก

            “ท่านบอกว่าโดนพวกมันจัดการตั้งแต่ก่อนไฟดับแล้วครับ” ลุงชาติพูดอย่างละอายใจ ลูกน้องโดนเล่นงานโดยไม่รู้แบบนี้ แกคงเสียหน้าไม่น้อย

            ธันวาถอนใจเฮือกใหญ่แล้วนึกได้

            “ปู่บอกมั้ยว่าพวกมันไปทางไหน” เขาเชื่อความสามารถด้านนี้ของผู้เฒ่า

            “บอกครับ...พวกมันจะไปที่โรงเรียน...อยู่นอกเมืองนี่เอง”

            ชายหนุ่มสงสัย...พวกมันพาส้มน้อยไปที่โรงเรียนนั้นทำไม ทั้งที่น่าจะมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ มากกว่า

            “งั้นออกไปตามกันเลย น่าจะทัน” ธันวาตัดสินใจเร็ว

            ไฟดับทั้งเมือง สัญญาณเพลิงไหม้ดังทั่วโรงพยาบาล โรงแรม ห้างสรรพสินค้า รถดับเพลิงวิ่งวุ่น ถนนย่อมคลาคล่ำสับสน ธันวาและขบวนมอเตอร์ไซค์ติดตามกระชั้นชิด



- - - - - - - - - - - - 0 0 - - - - - - - - - - - -



            ม่านมืดจางหาย ภาพเหตุการณ์ในบ้านปรากฏ

            หลังจัดการทีมเฝ้าระวังรอบกำแพงเรียบร้อย กลุ่มคนชุดดำก็ข้ามกำแพงเข้ามาพร้อมกับเสียงประหลาดหวีดหวิว

            กลุ่มสุนัขดุชะงักงัน โก่งคอหอนรับดิ้นพล่านพยายามขับไล่เสียงนั้นออกจากโสตประสาท ทำให้ไม่สามารถต่อต้านผู้บุกรุก หรือกระทั่งเตือนภัยเจ้าของบ้านได้

            ผู้เฒ่าเห็นดวงสุดากับส้มน้อยรีบออกจากห้องนั่งเล่นตรงไปยังห้องลับหลบภัย ทันใดนั้นเด็กหญิงคล้ายถูกมนตร์สะกดแห่งเสียง สลัดมือจากการเกาะกุม แล้ววิ่งออกจากบ้านอย่างรวดเร็ว

            ท่ามกลางความมืดนั้น ผู้เฒ่าเห็นดวงวิญญาณเด็กชายคนหนึ่งพยายามทุกวิถีทางที่จะตะโกน กระตุ้นแม่หนูน้อยให้รู้สึกตัว แต่มันไร้ประโยชน์ เสียงนั้นควบคุม นำทาง และชักนำให้ส้มน้อยลัดเลาะ หลบหลีกทีมบอดี้การ์ดด้านนอกจนวิ่งออกมาจนเกือบถึงกำแพงแล้ว

            ระหว่างธันวากับลูกทีมปะทะฝ่ายตรงข้าม ผู้เฒ่าเห็นส้มน้อยถูกชายชุดดำอุ้มขึ้นแล้วส่งเป็นทอด ๆ เพื่อนำข้ามกำแพง

            วิญญาณเด็กชายผู้นั้นพยายามเต็มที่จะปรากฏตัวหลอกหลอน ต่อสู้กับฝ่ายตรงข้าม สองจอมเวทเห็นอย่างนั้นจึงถ่ายทอดอำนาจจิตให้แก่ดวงวิญญาณชั่วคราว จนเขาปรากฏตัวขึ้นราง ๆ ทว่ากลุ่มชายชุดดำได้รับเครื่องรางบางอย่างติดตัวช่วยให้กำลังใจเข้มแข็ง ไม่หวั่นต่อผู้ต่างภพ

            ...เมื่อใจปราศจากความกลัว...เชื่อมั่นในเครื่องรางตน ภูตผีธรรมดาเช่นเด็กชายคนนั้นก็ไม่อาจทำอะไรได้...

            เมื่อ ‘ผี’ ขัดขวางคนใจร้ายไม่ได้ ส้มน้อยจึงถูกพาข้ามกำแพง ขึ้นไปนั่งตรงกลางมอเตอร์ไซค์ซึ่งมีผู้ขับขี่รออยู่

            เด็กหญิงสลบไสลเมื่อใดไม่ทราบ ชายชุดดำร่างเล็กอีกคนจึงต้องนั่งประกบไม่ให้เด็กหล่น รถวิ่งออกไปข้างหน้าท่ามกลางถนนมืด มุ่งสู่จุดหมายบางแห่ง

            ท่านผู้เฒ่า ‘เพ่ง’ เข้าไปในหัวผู้ขับรถ มองเห็นภาพโรงเรียนแห่งหนึ่งซึ่งอยู่นอกเมืองเป็นจุดหมายในการเดินทาง

            เผด็จถอนจิตออกจากสมาธิ ลุกขึ้นยืนอย่างเหนื่อยล้า หยิบไม้เท้ามาค้ำแล้วฝืนก้าวขาออกจากห้องไปบอก ‘เรื่องสำคัญ’ กับลูกน้องตน ขณะที่คงคายังอยู่ในสมาธิ ติดตามดูความเคลื่อนไหวฝ่ายตรงข้าม

            ...เพียงแต่...ไม่ได้ตามมอเตอร์ไซค์คันนั้น...

            ผู้เฒ่ากำลังส่งจิตออกไปรู้เหตุการณ์ที่โรงพยาบาล เพื่อหาทางช่วยหลานสาวตน



- - - - - - - - - - - - 0 0 - - - - - - - - - - - -



            ถนนในเมืองวุ่นวายแออัด รถราติดหนึบอย่างไม่เกิดบ่อยนักในเมืองต่างจังหวัดเช่นนี้

            ธันวาขับมอเตอร์ไซค์ลัดเลาะซอกซอน มุ่งหน้าออกนอกเมืองด้วยใจกระวนกระวาย มีลูกน้องลุงชาติตามมาด้วยสี่ห้าคัน

            บนถนนสว่างด้วยแสงไฟหน้ารถแต่ละคัน การขับขี่ลำบาก หนำซ้ำระหว่างทางยังมีฝ่ายตรงข้ามขับมอเตอร์ไซค์เข้าประกบขัดขวาง ทำให้การเดินทางช้าไปอีก

            ธันวาอาศัยความเชี่ยวชาญตอนวัยรุ่นขับรถหลบหลีก ป้องกันตนเองจากการสกัดกั้น อาศัยความคุ้นเคยกับพื้นที่จึงลัดเลาะเข้าตามซอกซอยเล็ก ๆ จนกระทั่งพ้นการจราจรอันวิกฤตสู่ถนนนอกเมืองได้

            ถนนสายยาวมืดสนิท แสงไฟหน้ารถกราดยาวเป็นลำ ข้างหน้าไกลลิบมองเห็นไฟท้ายมอเตอร์ไซค์ ความที่พวกมันไม่คุ้นเส้นทางเท่าเขาจึงทำให้เสียเวลาพอสมควร

            ธันวาบิดคันเร่งสุด ไล่กวดตามคันหน้าสุดกำลัง ด้านหลังมีรถฝ่ายตรงข้ามไล่ตามเพื่อสกัดกั้น โดยมีทีมมอเตอร์ไซค์ฝ่ายตนตามมาช่วยอย่างกระชั้นชิด

            จุดหมายอยู่ข้างหน้าลิบ ๆ โรงเรียนอยู่ติดถนนใหญ่ โดยรอบเป็นทุ่งนาไม่มีบ้านคน มอเตอร์ไซค์คันหน้ากำลังเลี้ยวเข้าประตูโรงเรียนไปแล้ว

            ธันวาเกิดสังหรณ์ร้ายขึ้นวูบหนึ่ง มือคลายจากคันเร่งโดยไม่รู้ตัว สัมผัสพิเศษบอกว่ามีอันตรายซุ่มรออยู่ข้างทาง

            บรื้น...บรื้น...เสียงเร่งเครื่องดังจากข้างทาง ก่อนมอเตอร์ไซค์ที่ซุ่มซ่อนจะพุ่งออกมาโดยไม่เปิดไฟหน้า หวังชนรถเขาให้กระเด็น

            ธันวาเสี่ยงยกล้อรถหน้าขึ้นเพื่อหลบการปะทะ ปล่อยให้มอเตอร์ไซค์คันนั้นพุ่งผ่านเฉียดฉิว แล้วกลับทรงตัวใหม่ บิดคันเร่งสุดพุ่งตัวอย่างรวดเร็ว แว่วเสียงมอเตอร์ไซค์คันนั้นตกถนนล้มโครมครามจากเบื้องหลัง

            เลี้ยวรถเข้าโรงเรียนทันเห็นไฟท้ายมอเตอร์ไซค์คันหน้าจอดอยู่ตรงกลางสนามฟุตบอล ทว่า...ที่นั่นไม่ได้มีแค่มอเตอร์ไซค์คันเดียวเท่านั้น

            พั่บ...พั่บ...พั่บ...ใบพัดเฮลิคอปเตอร์หมุนพร้อมกับเริ่มยกตัวขึ้นเมื่อเด็กถูกส่งขึ้นไปเรียบร้อย

            ธันวาเร่งเครื่องมอเตอร์ไซค์ตนมุ่งสู่กลางสนามฟุตบอลเพื่อชิงตัวส้มน้อยลงจากฮ.ลำนั้นให้ทัน

            พั่บ...พั่บ...พั่บ...ฮ.ยกตัวขึ้นสูง มอเตอร์ไซค์ที่นำเด็กมาส่งเร่งเครื่องหายไปในความมืด ธันวาบิดรถจนเกือบถึงเฮลิคอปเตอร์ จึงรีบทิ้งรถกระโจนตัวไล่ตาม หวังกระโดดเกาะเครื่องให้ทัน

            เฮลิคอปเตอร์ยกตัวสูงเกินกว่าเขาจะกระโดดถึง ชายหนุ่มยืนนิ่ง ทำอะไรไม่ถูกครู่หนึ่ง เบิกตามองฮ.ลำนั้นบินขึ้นไปด้วยใจคับแค้นจนอย่างตะโกนลั่น

            แผนการภูริชสำเร็จแล้ว!

            พอตั้งสติได้รีบกลับไปคว้ามอเตอร์ไซค์ขึ้นมา รู้ว่าต้องไปตามส้มน้อยที่กรุงเทพฯ...บ้านดาวันหรือไม่ก็ที่โรงพยาบาล คลินิกในเครือ

            มอเตอร์ไซค์ลูกน้องลุงชาติวิ่งมาจอดขวางหน้า พร้อมส่งข้อความชวนใจหาย

            “คุณธันวาครับ ‘น้าชาติ’ วิทยุมาบอกว่าทางโรงพยาบาลเกิดเรื่อง!”

            ขณะนี้ระบบมือถือ อินเตอร์เน็ตล่มหมด ติดต่อสื่อสารไม่ได้ ยังดีที่ลุงชาติเตรียมเครือข่ายวิทยุคลื่นสั้นสำรองเอาไว้ติดต่อ สั่งงาน ต่อให้ไฟดับทั้งเมือง ระบบสื่อสารอื่นล่มหมด แบตเตอรี่วิทยุคลื่นสั้นยังพอมีไฟใช้ส่งข่าว ส่งข้อความในระยะไม่ไกลมากนักได้

            ...ทางโรงพยาบาลเกิดเรื่อง...ย่อมไม่เกี่ยวกับสัญญาณเพลิงไหม้แน่นอน...



(โปรดติดตามต่อฉบับหน้า)



แบ่งปันบทความนี้ให้เพื่อนๆ
Facebook! Twitter! Del.icio.us! Free and Open Source Software News Google! Live! Joomla Free PHP