วรรณกรรมนำใจ Lite Literature

เร้น ๓๔



Ren



ชลนิล


(ต่อจากฉบับที่แล้ว)



            การประชุม วางแผนป้องกันฝ่ายตรงข้ามเสร็จสิ้น

            ปฐวีได้รับโทรศัพท์จากพฤกษ์ บอกเล่าเรื่องทางกรุงเทพฯ

            “ตอนนี้ ‘สาย’ ทางนั้นเริ่มระแคะระคายงานของพวกเราแล้ว...มันน่าจะเป็นคนของ ‘โชติ’ แต่คงยังไม่รู้อะไรมาก ไม่งั้นมันเข้าหา ‘ผู้ใหญ่’ สั่งระงับงานเราแล้ว”

            “เออ...ทางนี้คุยกันเสร็จแล้วเหมือนกัน จะรีบไปช่วยคุยกับ ‘ท่าน’ ดักหน้าไว้ก่อน” ปฐวีบอกเพื่อน

            “โอเค”

            จากนั้นสองนายตำรวจเจ้านาย ลูกน้อง ปฐวีกับธงรบก็ขอตัวกลับกรุงเทพฯ ก่อน ตามด้วยสองผู้เฒ่า...เหลือแค่ธันวาอยู่กับคนป่วยซึ่งพยายามไล่เขาเต็มที่

            “นี่คุณหมอ ทำไมไม่ตามไปส่งคุณปู่ที่บ้าน” มีนาบอกเมื่อผู้เฒ่าออกจากห้อง

            “ท่านมีคนขับรถ คอยดูแลเป็นบอดี้การ์ดอยู่แล้ว” ธันวาตอบแค่นั้น

            “งั้นก็ไปดูแลส้มน้อยสิ” หญิงสาวไล่ต่อ

            “ส้มน้อยอยู่กับแม่ฉัน ไม่ต้องเป็นห่วง” คำตอบไม่ยืดยาว แต่บอกชัดว่าไม่ยอมไปไหน

            “อย่าบอกนะว่าแกจะนอนเฝ้าฉันอีกคืน” น้ำเสียงเริ่มเอาเรื่อง

            “อือ...” คำตอบสั้นตามเคย

            “ไม่ต้อง...” มีนาโวยวาย “เดี๋ยวเย็นนี้แม่ฉันก็มานอนที่นี่แล้ว”

            “แม่เภายังไม่ว่าอะไรสักคำ” ธันวาบอกหน้าตาเฉย

            “โตขนาดนี้แล้วยังต้องให้ผู้ใหญ่มาสั่งสอนอีกมั้ย...คุณหมอ” หญิงสาวหมั่นไส้

            ชายหนุ่มอมยิ้ม ไม่เถียง ไม่พูดอะไร นั่งกึ่งนอนเอกเขนกบนโซฟาคนเฝ้าไข้หยิบหนังสือมาอ่าน แสดงท่าไม่สนใจวาจาหญิงสาว

            “คุณหมอธันวาขา...” ลองลากเสียงยาวขนาดนี้แสดงว่าเจ้าตัวอยากลงจากเตียงมาจัดการคนเฝ้าไข้ด้วยตัวเองแล้ว “ฉันมีพ่อมีแม่นะคะ...ให้แม่ฉันมานอนเฝ้าดีกว่ามั้ย”

            ท้ายเสียงพยายามข่มไม่ให้แว้ดออกมาเพราะยังเจ็บชายโครงอยู่

            “อือ...ดี” พูดเหมือนคล้อยตาม “แต่คนเป็นแฟน...ก็มีหน้าที่ดูแลเหมือนกัน”

            ชายหนุ่มไม่เงยหน้าจากหนังสือที่อ่าน คนป่วยนิ่งอึ้งพูดอะไรไม่ออก หาวาจายอกย้อนไม่ทัน



- - - - - - - - - - - - 0 0 - - - - - - - - - - - -



            ใกล้พลบค่ำ

            ธันวาต้องกลับบ้าน เหตุเพราะโดนเภามณีไล่

            “กลับไปบ้านได้แล้ว แม่จะนอนเฝ้าหมวยมีนเอง” เภามณีบอกลูกชายเพื่อน เมื่อเห็นเจ้าตัวยังโอ้เอ้อยู่โรงพยาบาลจนเย็นย่ำ

            “ครับ” ชายหนุ่มตอบรับ สีหน้ามีรอยดื้อดึงเล็กน้อย ไม่สนใจใบหน้าล้อเลียน สะใจของหญิงสาวบนเตียง

            ออกจากห้องคนป่วยก็รู้ว่า ‘คุณนายเภา’ ไม่ได้มาเฝ้าลูกสาวแค่คนเดียว บริเวณหน้าห้องได้จัดลูกน้องมาคอยเปลี่ยนเวรเฝ้าดูแลเช่นกัน



            รถยนต์สีขาวแล่นเข้าเขตรั้วบ้าน ธันวาสังเกตเห็นการวางเวรยามตามจุดสำคัญต่าง ๆ สุนัขดุสี่ห้าตัวที่ปกติจะอยู่เฉพาะด้านหลังบ้าน ก็ถูกปล่อยให้เป็นเวรเฝ้าระวังผู้บุกรุกชั้นดี

            พอเห็นอย่างนี้ค่อยคลายใจ

            ส้มน้อยแสดงท่าทางยินดีอย่างเห็นได้ชัด เมื่อชายหนุ่มเข้าไปในบ้าน

            “คุณพ่อ!” ร้องเรียกพร้อมเข้ามากอดขาแน่น

            ธันวาก้มตัวลงโอบกอดเจ้าตัวเล็กอย่างอ่อนโยน

            “เป็นยังไงอยู่กับคุณย่าเหงามั้ย”

            “ไม่ค่ะ ส้มน้อยได้ช่วยคุณย่าทำกับข้าวตั้งหลายอย่างแน่ะ” เด็กหญิงยิ้มกว้างมีความสุข

            “หือ...” ธันวาเงยหน้ามองมารดาอย่างแปลกใจ

            ‘ห้องครัว’ เป็นเขตหวงห้ามของดวงสุดา ลูกชายจอมซนทั้งสองห้ามเข้าไปเล่น วุ่นวายเด็ดขาด คนที่จะเป็นแม่ครัวบ้านนี้ได้ฝีมือต้องไม่ธรรมดา ขนาดคนเข้าไปช่วยงานครัว ยังต้องผ่านการทดสอบก่อนด้วยซ้ำ

            การให้ส้มน้อยเข้าไปช่วยงานครัวแบบนี้ แสดงว่าดวงสุดาเอ็นดูแม่หนูน้อยอย่างยิ่ง

            “ส้มน้อยมีหัวทางด้านการทำอาหารนะ” คนเป็นแม่ยิ้มให้ลูกชาย

            “ครับ...ตอนอยู่คอนโดมีนา เจ้าตัวเล็กนี่ก็เป็นแม่ครัว...ฝีมือดีกว่าเจ้าของบ้านอีก” ธันวาช่วยเพิ่มคะแนน

            เด็กหญิงยิ้มแก้มปริ ธันวาสังเกตเห็นจี้เล็ก ๆ ห้อยคอแม่หนูน้อย

            “เอ๊...ใครให้จี้นี้กับหนูจ๊ะ” ธันวาไม่เคยเห็นส้มน้อยสวมเครื่องประดับ

            “คุณทวดค่ะ” ส้มน้อยตอบอาย ๆ

            “เป็นของกำนัล รับขวัญเหลนคนแรกน่ะ” ดวงสุดาอธิบาย “เดี๋ยวรอให้เรื่องเรียบร้อยก่อน ท่านทั้งสองจะทำพิธีรับขวัญเป็นเรื่องเป็นราวอีกที”

            ธันวาตื้นตัน ขนาดส้มน้อยไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของเขา ปู่เผด็จ ย่าร้อยกรองยังเมตตาเอ็นดูขนาดนี้

            “ขอบคุณมากครับ”

            “เดี๋ยวไปขอบคุณกันเองแล้วกัน คุณปู่คุณย่าท่านจะมากินอาหารเย็นด้วยกันนี่แหละ ถ้าท่านได้ชิมกับข้าวฝีมือเหลนคนแรก รับรองจะยิ่งหลงรักมากกว่านี้อีก”

            ดวงสุดาภูมิใจ อยากอวดฝีมือหลานย่าคนแรกเช่นกัน

            “ครับ” ธันวาตอบรับสั้น ๆ ขยับตัวจะลุกขึ้นยืน

            ส้มน้อยกระตุกแขนเสื้อเขาเบา ๆ

            “มีอะไรจ๊ะ” เขาถามอย่างใส่ใจ

            “แม่มีนเป็นยังไงบ้างคะ ส้มน้อยอยากไปเยี่ยมจังเลย” เด็กหญิงกังวลเป็นห่วง

            “ฟื้นแล้วจ้ะ อาการดีขึ้นเยอะเลย อีกเดี๋ยวหมอก็ให้กลับบ้านได้ ส้มน้อยยังไม่ต้องไปเยี่ยมหรอก” ธันวาอธิบายน้ำเสียงนุ่มนวล

            เด็กหญิงหน้าสลด ผิดหวัง ดวงสุดาเห็นอย่างนั้นก็กล่าวเสริม

            “วันนี้เขาบ่นหา ‘แม่มีน’ ทั้งวัน...ถ้าเย็นนี้ธันไม่กลับมา ส้มน้อยคงนอนไม่หลับแน่”

            ธันวาถอนใจเบา เข้าใจความเป็นห่วงเด็กหญิง...ตอนนี้ระหว่างมีนากับส้มน้อย คนน่าเป็นห่วงมากกว่าคือเจ้าตัวเล็กตรงหน้า...

            “แม่มีนเขาเป็นห่วงส้มน้อยเหมือนกัน เลยไล่ให้พ่อกลับมานี่ไง...อีกสองสามวันพอออกจากโรงพยาบาลก็จะได้เจอกันแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงนะจ๊ะ”

            คำพูดอ่อนโยน บอกด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ทำให้เด็กหญิงคลายความเป็นห่วง ยิ้มให้ชายหนุ่มอย่างไร้เดียงสา

            ดวงสุดามองภาพ ‘สองพ่อลูก’ ตรงหน้าด้วยความประทับใจ อบอุ่นขึ้นมาในอก

            แรกที่ธันวาบอกว่า...รับเด็กคนนี้เป็นลูก...ส่วนลึกในใจเธอคิดว่า เขาคงออกปากด้วยความเมตตา สงสาร อีกไม่นานเด็กคนนี้จะกลายเป็นภาระแก่เขา

            บัดนี้ภาพที่เห็นทำให้มั่นใจยิ่งขึ้น...ส้มน้อยไม่ใช่ ‘ภาระ’ แต่เป็นส่วนเติมเต็มในชีวิตเขา ช่วยให้ครอบครัวเธอสมบูรณ์กว่าเดิม

            ธันวาเปิดใจให้เด็กคนนี้ด้วยความรัก...และความรักนี้เป็นเสมือนสายโซ่ทองที่คล้องใจของเขากับมีนาเข้าไว้ด้วยเช่นกัน



- - - - - - - - - - - - 0 0 - - - - - - - - - - - -



            ดึกสงัด

            พวกเขาเป็นทีมแรกถูกส่งมาเป็นแนวหน้า วัตถุประสงค์ไม่ใช่บุกชิงตัว ‘เหยื่อ’ แต่เพื่อตรวจสอบความสามารถในการระวังป้องกันของฝ่ายตรงข้าม

            ทุกคนอยู่ในรถตู้ ดูภาพจาก ‘โดรน’ ที่ลอบบินถ่ายภาพพื้นที่ ‘บ้านเป้าหมาย’ เมื่อตอนกลางวันอีกครั้ง

            มองจากมุมสูงจะเห็นพื้นที่ด้านในค่อนข้างกว้าง เนื้อที่บ้านสองหลังรวมกันเกือบสิบไร่ ปลูกต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาหลายต้น

            ตัวบ้านใหญ่อยู่คนละด้าน ห่างกำแพงพอสมควร สองบ้านปลูกเรือนแถวเอาไว้ด้านข้างรั้ว ใช้เป็นที่พักคนงาน ลูกน้อง ส่วนด้านหลังปลูกบ้านหลังเล็กริมบ่อน้ำดูร่มรื่น

            ตรงประตูใหญ่ติดกล้องวงจรปิด กำแพงด้านข้างและด้านหลังสูงทึบ พื้นที่สองบ้านมีแค่รั้วโปร่งกั้นกลางทำให้พอมองเห็นกันและกันได้

            มองจากโดรนเวลานี้ไม่เห็นผู้คนมากนัก ตอบไม่ถูกว่าฝ่ายนั้นซุกซ่อน ‘กองกำลัง’ ไว้มากน้อยแค่ไหน ดูไปก็เหมือนบ้านหลังใหญ่สองหลังเงียบสงบปกติธรรมดา

            ภาพจากโดรนถ่ายบริเวณบ้านเป้าหมายไม่เกินสามนาทีก็ตกวูบ ดับหายอย่างรวดเร็ว เนื่องจากโดนใครบางคนในบ้าน ‘สอย’ ร่วงทันท่วงที

            ทุกคนทบทวนภาพสถานที่จนจดจำแม่นยำในหัว แผนการถูกวางเรียบร้อย พร้อมลงพื้นที่จริง

            ทันใดนั้น...ฮ่ง...ฮ่ง...บรู๊วววว...เสียงหมาหอนลากยาวดังโหยหวนขึ้นมาในเวลาไม่ทันตั้งตัว เล่นเอาบางคนสะดุ้งหน้าถอดสี

            หัวหน้าทีมกวาดตามองด้วยแววตาดุ เป็นการข่มขวัญลูกทีมก่อนเปิดประตูรถตู้ลงเป็นคนแรก

            ...วู้...วู้...ลมเย็นวูบพัดเข้ามาต้อนรับชวนขนลุก

            รถตู้จอดซุ่มอยู่ริมกำแพงบ้านข้าง ๆ มองเห็นรั้วบ้านเป้าหมายชัดเจน หัวหน้าทีมส่งสัญญาณให้ลูกน้องตามไปยังแนวกำแพงเป้าหมายตามแผนที่กำหนด

            ทุกคนเข้ามาประชิดกำแพงบ้านรวดเร็ว เร้นกายในเงามืด ตรงจุดที่เหมาะปีนเข้าบ้านมากที่สุด

            ฮ่ง...ฮ่ง...บรู๊วววว...เสียงหมาหอนดังอีกครั้งคล้ายตักเตือน คราวนี้ฟังชัดว่าอยู่หลังกำแพงนี้เอง

            อากาศรอบตัวหนาวเย็นลง กลิ่นเหม็นแปลก ๆ ลอยเอื่อย ๆ ชวนตะครั่นตะครอ ความหวาดกลัวเริ่มจับหัวใจ แต่ความ ‘เกรง’ ในคำสั่งเจ้านายมีมากกว่า ผลักดันให้ลุยต่อ

            คนแรกคุกเข่าลงเป็นฐานให้เพื่อนคนที่สองต่อตัว เปิดโอกาสให้คนที่สามไต่ปีนขึ้นกำแพงอย่างสะดวก

            คนที่สามใช้มือจับขอบกำแพงสำเร็จ เหนี่ยวร่างขึ้นไป...ทว่าพอใบหน้าพ้นสันกำแพงเท่านั้น ก็พบกับใบหน้าดำมะเมื่อมโผล่ออกมาปะทะทันที

            “เหวอ...” เผลออุทานด้วยความตกใจ หงายหลังร่วง...

            ...ผลุบ...ยังโชคดีที่หัวหน้าทีมรับทัน จึงไม่บาดเจ็บ

            “มีอะไรวะ” ถามเสียงดุ

            “ผะ...ผี...ครับ” ตอบตะกุกตะกักพูดแทบไม่ออก

            “ไอ้ห่า...ผีที่ไหนมีวะ...มึงตาฝาด” ท้ายเสียงเน้นหนักหวังกระตุ้นให้รู้สึกตัว

            ยังไม่ทันขาดคำ หมาหอนดังอีกครั้ง...บรู๊วววว...คนฟังขนลุกเกรียว

            สายลมประหลาดพัดอู้ ๆ ฝุ่นทรายใบไม้ปลิวว่อน พวกเขารวมตัวหลบในเงามืดข้างกำแพงทันที

            เวลานั้น สายตาทุกคู่ต้องเหลือกลาน เมื่อพบว่าเงามืดข้างกำแพงมีบางสิ่งน่ากลัวกว่า...

            เงานั้นเป็นรูปร่างของเด็กผู้ชายตัวโต ใบหน้าซีดเซียว ทั้งร่างเป็นสีเทาซีด ยืนมองพวกเขาด้วยดวงตาไร้แวว ปราศจากความรู้สึก...

            วู้...วู้...วู้...บรู๊วววว...เสียงลมพัดผสานกับหมาหอน คล้ายดนตรีจากโลกหลังความตาย ฟังแล้วหนาวยะเยือกไปทั้งตัว








บทที่ ๒๑



            บ้าน ‘เป้าหมาย’ มีสองหลัง บ้านเผด็จ บ้านคงคา

            สองบ้านมีที่ดินติดกัน ตรงกลางกั้นด้วยรั้วโปร่ง ปลูกต้นไม้คั่นเป็นแนวธรรมชาติ มีประตูเชื่อมระหว่างกัน

            ด้านข้างและด้านหลังก่อกำแพงสูงใหญ่โอบล้อมแข็งแรง แน่นหนา

            ‘ผู้บุกรุก’ แบ่งทีมเป็นสองชุดใหญ่ แยกไปสำรวจ หาที่ซ่อน ‘เหยื่อ’ จากสองบ้าน



            ชุดแรก สำรวจบ้านเผด็จ

            เมื่อตอนเช้า ‘สาย’ ซึ่งซุ่มด้านนอกแจ้งว่า เด็กอยู่ในบ้านเผด็จ มีดวงสุดา ‘นายหญิง’ บ้านนี้คอยดูแล

            เวลานี้ ‘เหยื่อ’ จึงมีโอกาสอยู่บ้านหลังนี้มากที่สุด

            ดูภาพจากโดรนเมื่อกลางวัน จะเห็นพื้นที่กว้างขวาง บ้านหลังใหญ่ตั้งอยู่ทางด้านหน้า ส่วนด้านหลังปลูกไม้ผลเป็นระยะ ริมกำแพงสร้างโรงเก็บของขนาดย่อม ถัดเข้าไปเป็นบ้านหลังกะทัดรัดตั้งริมบึงน้ำ

            ที่ซ่อนเด็ก ‘เหยื่อ’ อาจอยู่ได้ทั้งบ้านหลังใหญ่ และบ้านน้อยริมบึง

            ชุดที่สำรวจบ้านเผด็จแบ่งเป็นสองทีม...ทีมแรกเข้าทางกำแพงด้านข้างสำรวจบ้านหลังใหญ่ ทีมสองเข้าทางกำแพงด้านหลังสำรวจบ้านหลังเล็ก

            ทีมแรก...เริ่มปฏิบัติงาน...ผลที่ได้รับ...



            หนาวยะเยือก กลัวจนพูดอะไรไม่ออก ร่างเด็กชายตัวโตค่อย ๆ หันหน้ามา ปรากฏกายชั่วขณะก่อนเลือนหายต่อหน้าต่อตา

            ทั้งทีมยืนนิ่ง ไม่กล้าขยับ ไม่มีใครเอ่ยปาก หัวหน้าทีมตั้งสติเร็วกว่าใคร ตบบ่าคนอยู่ใกล้ ส่งสัญญาณให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

            ...ถึงกลัวแค่ไหน ‘หน้าที่’ ต้องมาก่อน...

            ลูกทีมนิ่งอั้น ขาสั่น ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ คราวนี้หัวหน้าทีมเป็นคนขึ้นกำแพงเอง

            อากาศเย็น ลมพัดหวีดหวิว บรรยากาศอึมครึมปกคลุมเช่นนี้ไม่อาจทำให้ทีมแรกถอยหลัง ร่างหัวหน้าทีมขึ้นไปพาดบนสันกำแพงเรียบร้อย ไม่ปรากฏผีตนใดหลอกหลอน มองเห็นบ้านหลังใหญ่ไม่ไกลนัก

            หัวหน้าทีมส่งสัญญาณให้ลูกน้องขึ้นมาบนกำแพงอีกสองราย เตรียมตัวลงไปสำรวจด้านล่าง แล้วต้องชะงักโบกมือห้าม เมื่อเห็นสุนัขดุสี่ห้าตัววิ่งเข้ามาบริเวณนี้ ท่าทางคล้ายได้กลิ่นแปลกปลอม จึงรีบเข้ามาสำรวจ ค้นหาตัวผู้บุกรุก

            หัวหน้าทีมหยิบชิ้นเนื้อผสมยาเบื่อจากกระเป๋า โยนไปทางพงหญ้าด้านหลังกลุ่มสุนัขดุ พวกมันได้ยินเสียง รีบกรูกันไปห้อมล้อม สูดกลิ่นเพียงเล็กน้อยแล้วสะบัดหน้าออกมา บอกให้ทราบว่าได้รับการฝึกฝนจนแยกแยะออกแล้ว

            เมื่อไม่สามารถจัดการสุนัขดุกลุ่มนี้อย่างเงียบเชียบ จึงไม่ควรลงไปเสี่ยงให้เกิดความวุ่นวาย ใช้สายตามองฝ่าความมืดสำรวจแทน

            สายตาปกติไม่สามารถแยกแยะสิ่งต่าง ๆ ในความมืด หัวหน้าทีมสวมแว่นอินฟาเรดซึ่งสามารถขยายภาพ มองไปทางบ้านเป้าหมาย สำรวจหาข้อมูลเบื้องต้นทันที

            รอบบ้านเป้าหมายมีคลื่นความร้อนผู้คนชุมนุมกันหนาแน่น แยกตามจุดสำคัญต่าง ๆ ภายในบ้านมีการเฝ้าระวังจุดละสองคน บนห้องชั้นบนเหมือนไข่แดง มีคลื่นความร้อนพอจะแยกรูปร่างออกว่ามีผู้คนอยู่ในห้องนั้น

            ฮื่อ...ฮื่อ...ฮื่อ...ฮ่ง...ฮ่ง...ฮ่ง เสียงขู่คำรามสลับเห่าเสียงขรม ดังมาจากกลุ่มสุนัขดุ ซึ่งรับรู้ว่ามีผู้บุกรุกสามรายอยู่บนกำแพง เหนือหัวพวกมัน

            หัวหน้าทีมสั่งลูกน้อง พร้อมลงจากกำแพงอย่างรวดเร็ว ถอยมายังรถตู้ก่อนทีมเฝ้าระวังด้านในจะออกมาตามเสียงของสุนัข

            สิ่งที่เห็นเมื่อครู่ เพียงพอเป็นข้อมูลรายงานเจ้านายแล้ว



- - - - - - - - - - - - 0 0 - - - - - - - - - - - -



            ทีมสอง...เข้าทางกำแพงด้านหลังบ้านเผด็จ

            ถึงเวลานัดหมาย...พอทีมแรกเข้าประชิดกำแพงบ้านด้านข้าง...ทีมสองได้ยินเสียงหนึ่งดังแว่วเข้ามาในรถ ฟังไม่ออกว่าเป็นเสียงอะไร ทุกคนนิ่งงัน ไม่เอ่ยปากซักถาม แสดงความสงสัย

            รอเวลาอีกเล็กน้อย...หัวหน้าทีมสองสั่งลูกน้องลงจากรถ เคลื่อนที่ไปริมกำแพง

            ...บรู๊วววว...พอใกล้กำแพงค่อยได้ยินเสียงหมาหอนแว่วมา น่าจะดังจากทางกำแพงด้านหน้า จึงไม่ได้สร้างความหวาดกลัวใด หนำซ้ำยังกระตุ้นให้ระวังตัวมากขึ้น

            ลูกทีมพร้อม หัวหน้าทีมให้สัญญาณต่อตัวปีนขึ้นกำแพงทันที

            สองคนแรกขึ้นไปหลบใต้เงามืดอยู่บนสันกำแพง กวาดตามองภายในไม่เห็นการระวังป้องกันใด ยังไม่กล้าผลีผลามบอกให้ผู้ร่วมทีมที่เหลือตามขึ้นมา สวมแว่นอินฟาเรดตรวจตราอีกครั้ง คราวนี้เห็นคลื่นความร้อนจากบุคคลที่ซุ่มตัวในเงามืดหลังต้นไม้ ตามจุดต่าง ๆ อีกนับสิบ

            พอมองไปทาง ‘บ้านต้องสงสัย’ ริมบึง คาดว่าเด็กอาจถูกซ่อนในนั้น ก็ไม่พบคลื่นความร้อนใด แสดงว่าจุดนั้นไม่ใช่เป้าหมายต้องบุกไปค้นหา

            เท่าที่ก็เพียงพอแล้วสำหรับข้อสรุปขั้นต้น ทั้งสองรีบลงจากสันกำแพง ส่งสัญญาณบอกหัวหน้าทีมให้กลับขึ้นรถตู้อย่างเงียบเชียบ เพื่อรายงานผลที่เห็น...จะได้วางแผนขั้นต่อไป

            นับว่าทีมสองทำงานราบรื่น ไม่พบอุปสรรค ไม่เจอเรื่องแปลกประหลาดใด



- - - - - - - - - - - - 0 0 - - - - - - - - - - - -



            ชุดสำรวจฝั่งบ้านคงคาไม่สะดวกราบรื่นอย่างนั้น

            รถตู้สองคันซึ่งจอดซุ่มใกล้กำแพงด้านข้าง และกำแพงหลังบ้านคงคา มีกลุ่มนักเลงดี มาเป็นแก๊งเคาะกระจกเรียก พอลงจากรถก็โดนฝ่ายตรงข้ามเข้าจู่โจมแบบไม่ถามไถ่ ไม่พูดพล่ามทำเพลง

            ผลคือเกิดการต่อสู้ชุลมุนยกใหญ่ ก่อนจะรีบขับรถตู้หนีกันอย่างทุลักทุเล



- - - - - - - - - - - - 0 0 - - - - - - - - - - - -



            บ้านปู่คงคา

            สองผู้เฒ่าพร้อมกับธันวา รับฟัง ‘ชาติ’ รายงานสถานการณ์ด้วยอาการสงบ

            “พวกมันมากันสี่ทาง ซุ่มอยู่บ้านละสองด้านกำแพง...ทางบ้านนี้ผมสั่งลูกน้องจัดการตั้งแต่ในรถตู้ จนพวกมันหนีกระเจิงไปหมดแล้ว ทำให้มันคิดว่ามีการระวังป้องกันเข้มงวดทั้งด้านนอกด้านใน”

            ผู้ฟังไม่มีคำถาม คนรายงานจึงเล่าต่อ

            “ส่วนทางบ้านโน้น ผมให้เด็กวางเวรยามตามจุดต่าง ๆ เฉพาะข้างใน แล้วสั่งปล่อยหมาที่เราฝึกไว้ออกลาดตระเวนรอบบ้าน จัดคนคุ้มกันในบ้านแน่นหนา ถ้าพวกมันตรวจสอบ จะพบว่าการเฝ้าระวังด้านในเข้มงวดก็จริง แต่ข้างนอกไม่ได้จัดคนไว้เลย”

            “แสดงว่า ลุงจะทำให้กองสอดแนมพวกมันสับสน ไม่แน่ใจว่าส้มน้อยซ่อนอยู่บ้านหลังไหนใช่มั้ย” ธันวาเข้าใจ

            “ครับ ต่อให้มันมีพวกมาก แต่ก็รู้ว่าเรามีกองกำลังป้องกันแน่นหนาเหมือนกัน คงไม่บุกสุ่มสี่สุ่มห้ามาทีเดียวสองหลังแน่ ต้องเลือกบ้านเป้าหมายชัดเจน แล้วจู่โจมเร็วที่สุด ไม่กล้าสู้ยืดเย้อ เพราะรู้ว่า มันจู่โจมเมื่อไหร่ ตำรวจต้องได้รับแจ้งเหตุทันที...พวกนี้ไม่อยากให้เกิดเรื่องเป็นข่าวครึกโครมแน่”

            “อย่างนี้ ปู่คิดว่าพวกมันจะเลือกบ้านหลังไหนเป็นเป้าหมายครับ” ธันวาถามปู่เผด็จ

            “บ้านเรานั่นแหละ” เผด็จตอบ

            “บ้านหลังนี้ พวกมันไม่มีโอกาสตรวจสอบ แต่บ้านนั้นไม่มีคนซุ่มดักข้างนอก น่าจะโผล่หัวมาดูได้” คงคาเห็นด้วยกับเพื่อน

            “อีกอย่าง” ชาติเสริม “เมื่อเช้า ‘สาย’ ของมันน่าจะเห็นหนูส้มน้อยเข้าไปในบ้านคุณธันวาแน่”

            “ตอนนี้หน่วยสอดแนมพวกมันเป็นยังไงบ้างครับลุง” ธันวาถาม

            “พวกซุ่มข้างกำแพงบ้านนี้ หนีกระเจิงไปเมื่อสิบห้านาทีที่แล้ว ส่วนทางบ้านโน้น เด็กที่ซุ่มข้างกำแพงเห็นเงาพวกมันโผล่ขึ้นมาเวลาไล่เลี่ยกัน โดนพวกหมาเห่าไล่ เลยรีบหนีไป แต่น่าจะได้อะไรไปไม่มากก็น้อย” ชาติสรุป

            “ถ้างั้นคืนนี้ไม่น่ามีปัญหาอะไร” ธันวาพึมพำ

            “ก็ไม่แน่หรอก” เผด็จเตือนหลานชาย

            “ชาติ...ตอนนี้เวลาเท่าไหร่” คงคาเอ่ยถาม

            “ห้าทุ่มกว่าครับ” คำตอบรวดเร็ว

            เผด็จยิ้มให้เพื่อนอย่างรู้กัน

            “จากนี่จนถึงเช้ายังมีเวลาเหลืออีกหลายชั่วโมง เราประมาทไม่ได้หรอก” ผู้เฒ่าบอกหลานชาย

            “พวกมันจะรีบบุกขนาดนั้นเลยหรือครับ” ธันวาไม่แน่ใจ “เท่าที่ผมได้ข่าวมา เครื่องบินส่วนตัวของ W. คอร์ป จะออกเดินทางคืนมะรืนนี้”

            หลังจากธันวาจุดประเด็นเรื่องการ ‘ขนส่ง’ ส้มน้อย ในที่ประชุมเมื่อตอนบ่าย ปฐวีก็ให้คนสืบหาข้อมูลการเดินทางออกนอกประเทศของคนทั้งสามองค์กรนั้นทันที ปรากฏว่า ประธาน W. คอร์ป มีกำหนดเดินทางไปเซ็นสัญญาการค้าที่ต่างประเทศในคืนมะรืนนี้

            “ถ้าเอาตัวส้มน้อยไปได้ตั้งแต่คืนนี้ พวกมันจะมีเวลาหา ‘วิธี’ พาตัวเด็กออกนอกประเทศได้มากขึ้น ไม่จำเป็นต้องไปกับเครื่องบินส่วนตัว W.คอร์ปอย่างเดียว” คงคาแสดงความเห็น

            “อย่าลืมว่ากำหนดการเดินทางของประธาน W. คอร์ปไม่ใช่ความลับสุดยอดอะไร พวกมันต้องรู้ว่าเราสืบได้ไม่ยากหรอก” เผด็จเสริมความเห็นนั้น

            ธันวานิ่งคิด ไตร่ตรองก่อนถอนใจยาว

            “จริงด้วย...พวกนั้นน่าจะคิดอย่างที่คุณปู่บอก...” หยุดคิดชั่วขณะก่อนพูดต่อ “แต่ผมคิดว่าเราคงตั้งรับอย่างนี้ไม่เกินสองคืนหรอกครับ ผมคุยกับพ่อเมื่อตอนหัวค่ำ เห็นบอกว่าจะเร่งขอหมายศาลเพื่อเข้าค้นมูลนิธิดาวันให้เร็วที่สุด”

            คำพูดธันวาแสดงชัด ฝ่ายตนไม่ได้มีแผนตั้งรับอย่างเดียว ยังวางแผนบุกถึงผู้นำองค์กรอีกฝ่ายด้วย

            “อือ...บอกพ่อเราอย่าประมาทล่ะ” เผด็จบอก

            “ครับ” ธันวาตอบรับ

            “ชาติ...บอกให้พวกเด็ก ๆ เตรียมตัวรับมือให้ดี...ทางเราก็ประมาทไม่ได้เหมือนกัน” คงคาสั่งลูกน้อง

            “ครับท่าน”

            ชาติออกจากห้องประชุม ธันวาเตรียมกลับไปดูแลแม่ และส้มน้อยที่บ้านเช่นกัน



(โปรดติดตามต่อฉบับหน้า)



แบ่งปันบทความนี้ให้เพื่อนๆ
Facebook! Twitter! Del.icio.us! Free and Open Source Software News Google! Live! Joomla Free PHP