วรรณกรรมนำใจ Lite Literature
เร้น ๓๑

ชลนิล
(ต่อจากฉบับที่แล้ว)
ความขัดแย้งดูเหมือนได้รับการตำหนิชี้แจงเรียบร้อย ผู้อาวุโสสุดจึงเปิดประเด็นใหม่
“ฉันได้ยินมาว่า มีคนที่ไม่ตกอยู่ใต้อำนาจชาสั่งจิต” เรื่องนี้คาใจดาวันอย่างยิ่ง “บอกได้มั้ยว่าเป็นใคร”
ภูริชได้รับรายงานแต่แรกจึงตอบไม่ยาก
“เด็ก...ที่เราต้องการตัว กับ ‘มีนา’ ผู้หญิงที่พาเธอหนี”
“เพราะอะไร?” ผู้ปรุงยาอยากรู้เหตุผล “เท่าที่เคยใช้งานมา ชาของฉันไม่เคยพลาดสักราย”
คำถามเช่นนี้บอกถึงความเย่อหยิ่งในฝีมือตน...ทำให้อยากรู้...ผู้หญิงและเด็กคู่นี้มีอะไรดี ถึงไม่ตกอยู่ใต้อำนาจ ‘ชา’ ของเธอ
ภูริชระบายลมหายใจแผ่ว ดวงตาไม่แสดงร่องรอยผิดปกติ
“ผมสืบประวัติ ‘มีนา’ อย่างละเอียดแล้ว...เธอเป็นหลานสาวของปู่ ‘คงคา’ ”
“คงคา?” ดาวันทวนคำ นึกไม่ออกเคยได้ยินชื่อนี้ที่ไหน
“คงคา...เผด็จ...สองผู้เฒ่าที่คนรุ่นก่อนรู้จักว่าเป็นจอมขมังเวทคู่กัน...ลูกศิษย์รุ่นแรกของ ‘ครูแกลง’ จอมเวทโด่งดังเมื่อราวเจ็ดสิบปีก่อน ซึ่งตอนหลังเป็นแพทย์แผนโบราณ ผู้เชี่ยวชาญทั้งสมุนไพรไทย-จีน”
ภูริชบอกข้อมูลออกมา
ชื่อ ‘ครูแกลง’ คุ้นหูดาวันตั้งแต่ยังสาว เธอไม่เคยมีโอกาสพบหน้า ศึกษาวิชาด้วย แต่ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์สมุนไพรระดับนี้มีไม่มากนัก ส่วนใหญ่ล้วนรู้จัก ได้ยินชื่อเสียงกันหมด
กิตติศัพท์ความเป็นอัจฉริยะ สุดยอดทั้งวิชาอาคม วิชาแพทย์แผนไทย-จีน และสมุนไพรทั้งหมดล้วนเป็นที่ร่ำลือ มีลูกศิษย์ลูกหากระจายทั่วประเทศ
หาก ‘คงคา’ เป็นศิษย์รุ่นแรกครูแกลงจริง ก็ไม่น่าแปลกใจที่หลานสาวจะสามารถต้านอำนาจชาสั่งจิตได้
“เพราะอย่างนั้น พวกนี้เลยมีวิธีต้านชาของฉันได้งั้นหรือ” ดาวันถาม
“ผมเชื่อว่าคนพวกนี้มีความพิเศษในตัวครับ ปู่ของมีนาเชี่ยวชาญด้านไสยศาสตร์ แถมมีอาจารย์เป็นผู้รอบรู้ด้านสมุนไพร พวกลูกหลานคงมี ‘ของดี’ ติดตัวกันบ้าง” ภูริชแสดงความเห็น
“แล้วครอบครัวนี้เป็นยังไง” ผู้อาวุโสถามต่อ
“ปู่มีนาเคยช่วยเหลือผู้คนมากมาย เป็นคนมีอิทธิพลกว้างขวาง ลูกชายเป็นนายตำรวจใหญ่ บารมีไม่น้อยเหมือนกัน” ชายหนุ่มให้ข้อมูลเพิ่ม
ดาวันยิ้มแปลก สายตาคมกริบกวาดมองด้วยแววตาประหลาด
“แสดงว่าตอนนี้เด็กคนนั้นมีผู้คุ้มครองที่เข้มแข็งมาก...พวกเธอมีวิธีชิงตัวมาได้มั้ย” ดาวันตั้งคำถามกับชายต่างวัยทั้งสอง
โชตินิ่งครุ่นคิดแผนการในหัวอย่างรวดเร็ว ภูริชอมยิ้มยังไม่พูดอะไร...แสดงท่าทาง ไม่ต้องการบอกแผนการข้ามหัวผู้ใหญ่อีก
ดาวันทอดสายตามองด้วยความเข้าใจ คล้ายรับรู้สิ่งที่สองชายคิดอยู่ในหัว จึงเอ่ยปากพูดประโยคสำคัญ
“เธอสองคนลองบอกแผนการชิงตัวเด็ก ก่อนถึงคืนมะรืนนี้ให้ฉันฟังหน่อยสิ”
นี่คือโจทย์ท้าทายความสามารถ ระหว่าง Killer กับ Wolf คนใหม่
ต่อให้สองตำแหน่งมีหน้าที่แตกต่าง...ทว่า...งานครั้งนี้มีผลคาบเกี่ยวกัน จำเป็นต้องหาวิธีทำให้บรรลุเป้าหมายโดยเร็ว
โจทย์ครั้งนี้เป็นการวัดความสามารถ ศักยภาพเขี้ยวเล็บของเสือเฒ่าว่าจะสู้สิงโตหนุ่มได้หรือไม่
บทที่ ๑๙
Killer Wolf กลับไปแล้ว เหลือเพียง Light นั่งคุยกับ Center คุณดาวัน
“เธอคิดว่าแผนการใครน่าจะสำเร็จ” ดาวันถาม
“ดิฉันคิดว่าคงสำเร็จทั้งคู่...ไม่เช่นนั้น...เอ่อ...เราจะไม่ได้ตัวเด็ก” เยาวลักษณ์พยายามตอบเป็นกลาง
“ฉันตั้งคำถามผิด” ผู้สูงวัยกว่าเผยรอยยิ้มมุมปาก “เธอคิดว่าแผนของใครเฉียบคม บอกถึงมันสมองมากกว่ากัน”
เยาวลักษณ์ถอนใจ เธอไม่อยากตัดสินผู้ชายสองคน ซึ่งแตกต่างทั้งวัยวุฒิ ประสบการณ์ ความรู้มุมมองโลกทัศน์
“แผนของภูริชเฉียบคมกว่า มีข้อมูลฝ่ายตรงข้ามแน่น สามารถปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ได้ตลอด ส่วนแผนของโชติไม่ซับซ้อน แต่ทำได้จริง โอกาสสำเร็จสูงกว่า เพราะมีทีมลูกน้องเก่ง ๆ ประสบการณ์สูงทั้งนั้น”
ดาวันรับฟังด้วยสีหน้าราบเรียบ แววตาชมเชย เธอเห็นอีกฝ่ายตั้งแต่ยังเป็นเด็กสิบกว่าขวบ จนกลายเป็นหญิงชราผมหงอกขาวแซม จึงรู้ว่าเยาวลักษณ์เป็นผู้หญิงมีมันสมอง อ่านผู้คนรอบข้างขาด ยิ่งล่วงเข้าวัยชรายิ่งทำให้ประสบการณ์สูงกว่าเดิม
ที่สำคัญ ต่อให้เยาวลักษณ์ฉลาด เก่งกว่านี้อีกกี่เท่า ก็ยังยินยอมอยู่ใต้อำนาจเธอ เพราะบุญคุณท่วมหัวที่ช่วยฉุดจากขุมนรก เลี้ยงดูฟูมฟัก มอบสิ่งดีที่สุดให้...
...คุณหมอคนนี้จึงยินยอมฝืนมโนธรรม ทำตาม ‘คำสั่ง’ โดยแทบไม่ขัด...
การเปิด ‘บ้านดาวัน’ แล้วได้คนอย่างนี้มาอยู่ด้วย ทำงานรับใช้หลายสิบปีเช่นนี้ นับว่าคุ้มค่ายิ่ง
- - - - - - - - - - - - 0 0 - - - - - - - - - - - -
ทำไมดาวันจึงเปิดบ้าน...รับดูแลเด็กกำพร้า เด็กที่มีปัญหาครอบครัว
ส่วนหนึ่งย่อมเกิดจากเมตตา...ทว่า...ก็ยังมีเหตุผลอื่นเร้นอยู่ในใจ!
‘วันดี’ น้องสาวอายุห่างกันปีเดียวได้แต่งงานกับผู้ชายหน้าตาดี ชาติตระกูลดี...และ...เป็นคนที่ดาวันหลงรักตั้งแต่แรกเห็น
‘กรกฏ’ ลูกชายคหบดี นามสกุลดัง อาชีพการงานดี ฐานะมั่นคง เขาสนใจสองสาวพี่น้องซึ่งมีความสวย ความรู้ กิริยามารยาทงดงาม ไล่เลี่ยชนิดกินกันไม่ลง
เขาเลือกแต่งงานกับวันดี เพราะดาวันเคยประสบอุบัติเหตุ รักษาตัวเป็นเดือน ถึงร่างกายปลอดภัย ไม่มีปัญหา แต่ไม่สามารถมีลูกได้
ตระกูลของเขาต้องการทายาทผู้สืบทอด ในเมื่อเขามีใจให้ผู้หญิงสองคนพอกัน จึงจำเป็นต้องเลือกคนที่ผู้ใหญ่พอใจด้วย
ดาวันเก็บความชอกช้ำในใจ แสดงความยินดีโดยไม่มีใครรู้ถึงรอยร้าวบาดลึกข้างใน
พ่อแม่เสียชีวิต วันดีแสดงความปรารถนาดีต่อพี่สาวโดยยกสมบัติส่วนใหญ่ให้เธอ เลือกเพียงทรัพย์สินที่มีค่าทางใจในบ้านเพียงครึ่งเดียวเก็บไว้เป็นที่ระลึก
หลังพ่อแม่เสียชีวิต ดาวันเคว้งคว้าง หาจุดหมายในชีวิตไม่เจอพักใหญ่ จนกระทั่งได้เจอเด็กหญิงเยาวลักษณ์
เด็กคนนี้อายุเพียงสิบกว่าปี พ่อเสียชีวิต แม่มีสามีใหม่ พอแม่ตาย เธอต้องอยู่กับพ่อเลี้ยง ซึ่งพยายามลวนลาม ล่วงละเมิดทางเพศเธอเป็นประจำ
ดาวันพบเยาวลักษณ์ในวันที่เด็กหญิงกระโดดหน้าต่างเพื่อหนีพ่อเลี้ยงจนขาหัก!
เรื่องราวชีวิตเด็กหญิงคนนี้ปลุกความเมตตาในใจ จึงอ้าแขนปกป้อง ช่วยเหลือรับเลี้ยงดูด้วยความสงสาร ทำให้เยาวลักษณ์มีชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเดิม ฉายแสงความเป็นเด็กฉลาดเฉลียว อนาคตไกลคนหนึ่ง
ดาวันปลื้มปีติ รู้สึกเหมือนตนเองมี ‘มือ’ แห่งการช่วยเหลือเยียวยา เปลี่ยนชีวิตผู้คน สร้างเส้นทางใหม่อันงดงามให้แก่เด็กด้อยโอกาสคนหนึ่ง
การที่เธอมีลูกไม่ได้ ทำให้พลาดรักจากชายที่หมายปอง แต่การไม่สามารถมีลูก สร้างทายาทไม่ได้ ใช่ว่าจะทำให้เธอไม่มีสิทธิเป็น ‘แม่’ หรือทำหน้าที่แม่ได้
ดาวันอยากแสดงให้เขารู้...เธอก็มีหัวใจความเป็น ‘แม่’ ไม่แพ้ใคร หนำซ้ำยังเป็นแม่ผู้ยิ่งใหญ่ ช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสจำนวนมาก
นั่นเองคือสาเหตุให้เกิด ‘บ้านดาวัน’
‘แม่’ ที่ไม่เคยมีใครเรียกว่า ‘แม่’ คนนี้อาจทำหน้าที่แม่ได้ดีกว่า ‘ผู้หญิง’ ที่เขาเลือกด้วยซ้ำ
สักวันเขาจะได้รู้ว่า ตนเองทำสิ่งผิดพลาดร้ายแรงอย่างไม่น่าให้อภัย
ดาวันเข้าไปพักผ่อนในห้อง เยาวลักษณ์จึงกลับโรงพยาบาลเพื่อดูแลงานของตน
ระหว่างทางขับรถจากบ้านคุณดาวันออกมา มองเห็นสิ่งปลูกสร้างสองข้างทางเป็นระยะ เกิดภาพซ้อนในความทรงจำขึ้นมา นึกถึงเรือกสวนไร่นาเดิมที่เคยเห็น อากาศสดชื่นสูดได้เต็มปอด แล้วบอกกับตัวเองว่า...เวลาครึ่งศตวรรษห้าสิบกว่าปีนี้ ที่นี่เปลี่ยนแปลงมากมายเหลือเกิน
เมื่อเยาวลักษณ์พ้นจากขุมนรกวัยเด็กพบคุณดาวัน รู้สึกที่นี่เหมือนสวรรค์ ผู้คนโอบอ้อมอารี มีน้ำใจเมตตา เจ้าของบ้านรักและจริงใจราวกับเธอเป็นลูกหลานคนหนึ่ง
นั่นทำให้เธอตั้งใจตอบแทนผู้มีพระคุณด้วยการกตัญญู ใช้โอกาสในชีวิตใหม่อย่างคุ้มค่า ตั้งใจเรียน ขยันช่วยงาน ไม่เคยทำตัวตีเสมอทั้งที่ทราบว่าท่านรักและเอ็นดูตนเองอย่างยิ่ง
เยาวลักษณ์เป็นจุดเริ่ม แรงบันดาลใจให้ดาวันอยากอุปถัมภ์ดูแลเด็กมีปัญหาคนอื่น ให้โอกาสเด็กอีกหลายคนได้มีอนาคต ชีวิตดีขึ้น เธอจึงเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงดูแล ‘น้องๆ’ คนอื่นที่ทยอยตามมา จนกลายเป็นสิบกว่าคนในรุ่นแรก
การเลี้ยงเด็กจำนวนนับสิบคนให้มีที่อยู่ที่กิน ช่วยงานบ้านงานสวน ไม่ลำบากเหนื่อยแรงเจ้าของบ้านมากนัก เพราะเรือกสวนไร่นา ทรัพย์สมบัติดาวันมีมากพอสมควร รวมกับเงินค่าเช่านาเช่าสวนก็พอเลี้ยงดูกันไม่ลำบาก
ทว่าเป้าหมายดาวันคือต้องการให้เด็กทุกคนในปกครองมีชีวิตใหม่ อนาคตที่ดี จึงต้องการให้พวกเขาได้รับการศึกษาจนถึงขั้นสูงสุดตามความสามารถตัวเอง
ตอนเยาวลักษณ์เรียนจบมัธยม น้องแต่ละคนยังอยู่ในวัยเรียน ค่าใช้จ่ายโดยรวมค่อนข้างสูง นอกจากรายได้ดาวันแล้ว ไม่มีเงินบริจาคทางอื่น บางเดือนเจ้าของบ้านต้องเริ่มขายสมบัติบางชิ้นออกไปเพื่อจุนเจือเลี้ยงดูทุกคน
เยาวลักษณ์สอบติดคณะแพทย์ศาสตร์แต่พลาดในการขอทุนการศึกษา เธอจึงตั้งใจสละสิทธิ์ออกมาทำงานหาเงินเพื่อลดภาระผู้มีพระคุณ
“ไม่ต้อง...ฝันของเธอก็คือความฝันของฉัน ไปทำฝันเธอให้เป็นจริง ฉันมีปัญญาส่งเสียพวกเธอทุกคนได้”
ดาวันบอกเด็กในปกครองอย่างหนักแน่น ดวงตาแน่วแน่บอกถึงการตัดสินในเรื่องสำคัญบางอย่าง
เยาวลักษณ์ยอมไปเรียนตามความประสงค์ แต่เมื่อรู้เบื้องหลัง ‘เงินทุน’ ที่ได้มาก็ทำให้อยากถอยหลัง ไม่ต้องการให้ผู้มีพระคุณต้องแปดเปื้อนด้วย ‘เงินบาป’ เหล่านั้น
“ฉันเลือกแล้ว...เธอทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุดเถอะ”
“หนูยอมเหนื่อยเป็นสองเท่า ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย หนูจะพยายามขอทุนเรียนให้ได้ คุณท่านอย่ารับเงินพวกนั้นเลยนะคะ หนูจะเป็นหมอที่คุณท่านภูมิใจให้ได้”
เป็นครั้งแรกที่เยาวลักษณ์เอ่ยปากคัดค้านการตัดสินใจผู้มีพระคุณ
“อย่าลืม...เธอยังมีน้อง ๆ อีกหลายคนที่จะก้าวตามมานะ”
วาจานี้ปิดปากเธอสนิท ถูกต้องยังมีเด็กบ้านดาวันอีกหลายคนที่หัวดี เรียนเก่งสามารถก้าวตามเธอได้ ต่อให้วันนี้คุณดาวันไม่รับเงินทุนเปื้อนบาป วันหลังก็จำเป็นต้องรับอยู่ดี...ใช่ว่าเด็กคนอื่นจะเข้มแข็งอย่างเธอ
เมื่อเยาวลักษณ์ไม่สามารถเปลี่ยนใจผู้มีพระคุณได้ เธอจึงทำหน้าที่การเรียนของตนอย่างดีที่สุดเป็นการชดเชย
ช่วงเวลาหลายปีที่เธอร่ำเรียนจนสำเร็จกลายเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญนั้น ‘บ้านดาวัน’ เปลี่ยนแปลงมากมาย
เด็กเพิ่มขึ้น มีเงินทุนบริจาคเข้ามา สามารถสร้างตึกที่พักดีกว่าเดิม เด็กบางคนได้รับโอกาสที่ดี มีผู้ใจบุญรับไปเลี้ยงดู เด็กหลายคนร่ำเรียนจบมีงานการมั่นคง แต่ยังมีเด็กอีกหลายคนที่ไม่ประสบความสำเร็จ ทำได้แค่ช่วยงานสวนงานไร่ อย่างร้ายสุดก็หนีหายไม่มีใครทราบข่าวอีกเลย
บัวมีสี่เหล่า...เด็กบ้านดาวันใช่ว่าจะหัวดี รักดี รู้จักคิดไปเสียทุกคน
ต้นไม้ใหญ่ย่อมมีผลไม้เน่าเสีย บางลูกอาจถูกหนอนเจาะ บางลูกก็บิดเบี้ยวมาตั้งแต่แรก แก้ไขไม่ได้แล้วก็มี...
บุคคลที่ดูไม่เปลี่ยนแปลงเลยคือ ‘คุณดาวัน’ เธอไม่แก่ลง เหมือนอายุหยุดแค่วัยสามสิบกลาง ๆ
สิ่งที่เปลี่ยนในตัวผู้มีพระคุณคือความเมตตา อบอุ่น จริงใจซึ่งแต่เดิมสัมผัสได้ว่ามาจากเนื้อแท้ข้างใน ระยะหลังมันกลายเป็นเพียงเปลือกฉาบภายนอก เป็นหน้ากากที่คนสนิทคุ้นเคยเนิ่นนานจึงดูออก
เยาวลักษณ์ดูออกว่าเกิดอะไรขึ้นกับผู้มีพระคุณ แต่ก็เหมือนน้ำท่วมปาก บุญคุณค้ำคอ พูดอะไรไม่ได้เลย
ป้ายโรงพยาบาลดาวันตั้งเด่นสง่า มองเห็นจากถนนใหญ่
มันเป็นโรงพยาบาลขนาดกลางทันสมัย มีอาคารหลัก ๆ สี่หลัง อาคารเล็กใช้เป็นหอพักแพทย์ พยาบาลอีกสองหลัง ด้านในมีเครื่องไม้เครื่องมือทางการแพทย์ครบครัน สิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม รับรักษาคนทั่วไปโดยคิดค่าใช้จ่ายไม่สูงนักถ้าเทียบกับโรงพยาบาลเอกชนอื่น ๆ
สิ่งที่แตกต่างไม่เหมือนใครก็คือ ที่นี่รับดูแลรักษาผู้ป่วยอนาถา ซึ่งเน้นคนไข้ไม่มีญาติพี่น้อง ไม่มีเงินรักษาจริง ๆ โดยจะใช้ทุนจากมูลนิธิดาวันเป็นหลักในค่าใช้จ่าย
เยาวลักษณ์จอดรถตรงช่องจอดของผู้อำนวยการ มองตึกสูงตรงหน้า อดคิดถึงบทสนทนาแรกก่อนจะเกิดโรงพยาบาลแห่งนี้ไม่ได้
“ดีใจด้วยนะที่เป็นหมอเฉพาะทางมีชื่อเสียงทั้งที่อายุน้อยอย่างนี้” ดาวันเอ่ยชม
“นี่เพราะคุณท่านให้โอกาสดิฉันมาตั้งแต่แรกค่ะ” เยาวลักษณ์พูดตามความรู้สึกจริง “ถ้าไม่มีคุณท่าน ดิฉันก็ไม่มีวันนี้”
“เรามาสร้างโรงพยาบาลด้วยกันมั้ย” คำถามนี้ทำให้ ‘คุณหมอ’ นิ่งอึ้ง...การสร้างโรงพยาบาลไม่ใช่เรื่องเล็ก ต้องมีทั้งเงินทุนจำนวนมาก และบุคลากรพร้อม
ตอนนั้น ‘บ้านดาวัน’ อยู่ตัวแล้วด้วยเงินบริจาคทั่วไป มีองค์กรการกุศลจากต่างประเทศสนับสนุน อีกทั้งการบริหารจัดการผลประโยชน์ในที่ดินคุณดาวันก็ทำเงินให้ไม่น้อย แต่ก็เหมือน ‘ขี่หลังเสือ’ แล้วไม่สามารถลงได้ การร่วมมือกับ ‘นายทุน’ โลกมืดยังดำเนินอย่างลับ ๆ ‘เงินบาป’ ไหลเข้ามาปริมาณมากเท่าใดเยาวลักษณ์ไม่อาจทราบได้
“ฉันได้เงินบาปมาเยอะ จะเลิกรับตอนนี้ก็ไม่ได้แล้ว...มันน่าจะเอามาสร้างประโยชน์กับคนทั่วไปได้นะ”
พอดาวันพูดเช่นนี้ เยาวลักษณ์ไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร ใจจริงอยากให้ผู้มีพระคุณถอนตัวจากโลกมืดนั้น แต่ก็รู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้
การนำเงินบาปมาช่วยเหลือผู้คนทั่วไป อาจช่วยไถ่ถอนความรู้สึกผิดในใจคุณดาวันได้บ้าง
เธอจึงยอมเสียสละตัวเองมาร่วมบุกเบิกสร้างโรงพยาบาลดาวันตั้งแต่แรก หวังว่าสถานที่นี้จะเป็นการสร้างบุญใหญ่ ช่วยให้ผู้มีคุณสามารถออกมาจากโลกมืดนั้นโดยเร็ว
...สุดท้ายเธอก็รู้...การทำบาปเพื่อสร้างบุญ...มันเป็นแค่ข้ออ้าง...โรงพยาบาลแห่งนี้ก็กลายเป็นแหล่งผลิตเงินบาปอีกแห่งของคุณดาวัน ซึ่งตรงข้ามกับเจตนารมณ์แรกชนิดคนละขั้ว!
คุณหมอเยาวลักษณ์เข้าไปในตัวตึก หมอ พยาบาล คนไข้ที่เห็นเธอล้วนแสดงความเคารพ ชื่นชมอย่างจริงใจ มันทำให้ส่วนลึก...ที่เร้นข้างในเกิดความละอายขึ้นมาวูบหนึ่ง
“สวัสดีครับ ผอ.” เสียงห้าว ๆ เอ่ยทัก
ผู้ทักทายเป็นชายวัยเกือบสี่สิบสวมเสื้อกาวน์สีขาว ใส่แว่นตากรอบบาง ใบหน้ามีรอยยิ้มคล้ายเปลือกบาง ๆ ดวงตาแฝงรอยละโมบที่ผู้คุ้นเคยสังเกตเห็นไม่ยาก
นี่คือหมอโกเมน อดีตเด็กบ้านดาวัน ปัจจุบันเป็นทั้งหมอโรงพยาบาลดาวัน และเจ้าของคลินิกงามพิศ
“ถ้ามีธุระอะไร เข้าไปคุยกันในห้องสิ” หมอเยาวลักษณ์บอกเรียบ ๆ
เรื่องที่อีกฝ่ายตั้งใจมาคุย คงไม่สามารถให้ผู้อื่นรับรู้ได้
ในห้องผู้อำนวยการโรงพยาบาลดาวัน เครื่องตกแต่งน้อยชิ้น เฟอร์นิเจอร์ใช้เท่าที่จำเป็น เจ้าของห้องนั่งบนเก้าอี้ตนรอให้ฝ่ายอาคันตุกะเริ่มสนทนาก่อน
“ตะกี้ทั้ง Killer Wolf บอกผมว่าภายในสองสามวันนี้ให้เตรียมแสตนบายตลอดเวลา เพราะจะมี ‘สินค้า’ มาให้ช่วย ‘แช่แข็ง’”
รอยแปลบเล็ก ๆ เสียดใจเยาวลักษณ์ สีหน้าไม่แสดงความรู้สึก น้ำเสียงจากปากราบเรียบ
“ตอนนี้ทั้งคู่รู้แล้วว่าเด็กอยู่ไหน กำลังวางแผนจับตัวมาก่อนคืนมะรืน ซึ่งเป็นกำหนดการเดินทาง พวกเขาไม่อยากเสียเวลา เลยบอกให้เธอเตรียมพร้อมไว้”
“ครับผม...พวกเขายังบอกอีกด้วยว่าต้อง ‘แช่แข็ง’ ในที่ลับ อาจไม่ใช่คลินิกผมอย่างเดิม”
“เธอมีปัญหาอะไรหรือ?” หมอเยาวลักษณ์ถาม
หมอโกเมนหัวเราะนัยน์ตาคมปลาบ
“พวกเขาคิดว่า การทำให้เด็กคนหนึ่งโคม่า เป็นเจ้าหญิงนิทรา โดยอวัยวะไม่บอบช้ำเสียหายสักนิดเป็นเรื่องง่าย ๆ มั้ง เลยสั่งอะไรแบบนี้”
“เธอคิดว่าทำไม่ได้หรือ” ผู้อาวุโสกว่าถามเนือย ๆ
“เปล่า” พูดพลางยิ้มแปลก ริมฝีปากยกขึ้นเหมือนหน้ากาก “แค่จะบอกว่า ถ้างานยากขึ้น ค่าตอบแทนก็สูงตามนะครับ”
หมอเยาวลักษณ์กลืนก้อนแข็ง ๆ แห่งโทสะลงลำคอ โดยอีกฝ่ายไม่เห็นรอยผิดปกติบนสีหน้า
“ได้สิ แล้วฉันจะจัดการให้”
“ขอบคุณครับ” พูดจบแล้วเหมือนนึกอะไรได้ “อ้อ...วันนี้จะมี ‘สินค้า’ จากที่นี่ส่งไปคลินิกผมอีกราย อย่าลืมลงบัญชีด้วยนะครับ”
ผู้อาวุโสกว่าฝืนใจพยักหน้ารับโดยไม่พูดอะไร จนกระทั่งอาคันตุกะออกจากห้องเรียบร้อย ใบหน้าค่อยเคร่งเครียด ขบกรามแน่นพยายามข่มอารมณ์ แววตาเจ็บปวด ทดท้อ เหนื่อยล้า เป็นอาการที่ไม่มีใครเคยเห็นแม้แต่คุณดาวัน!
เจตนารมณ์แรกในการสร้างโรงพยาบาลดาวันคือหวังช่วยเหลือผู้คน เป็นแสงสว่างแก่ผู้ยากไร้ คนแก่ คนด้อยโอกาสที่ถูกทอดทิ้ง ไร้คนเหลียวแล
สิ่งนั้นเป็นจริงในช่วงแรกของการดำเนินงาน จนเมื่อเกือบยี่สิบปีที่แล้ว ตอนที่องค์กรลับก่อตั้งสมบูรณ์ มี Center Light Wolf Killer ครบ โรงพยาบาลมีคนป่วยอนาถาคนหนึ่งนอนเป็นเจ้าชายนิทรา ไม่มีญาติพี่น้องมาดูแล
มาโนช Wolf คนก่อนเสนอในที่ประชุม
“อวัยวะคนป่วยประเภทนี้ สามารถขายในตลาดมืดได้ราคาสูงนะ”
เยาวลักษณ์เอ่ยปากค้านด้วยมโนธรรม จรรยาบรรณแพทย์ Killer อย่างโชติไม่แสดงความเห็น แค่รอรับคำสั่ง ผู้ตัดสินคือ Center คุณดาวัน
“ก็ดี...จะได้เอาเงินมาเป็นทุนให้โรงพยาบาลรักษาคนป่วยอนาถาอื่น ๆ”
เยาวลักษณ์สะอึก ในใจรู้ว่าวาจานั้นเป็นแค่เปลือกเพื่อให้ฟังดูดี แท้จริงนั้นผู้มีพระคุณมองเห็นเส้นทาง ‘เงินบาป’ อีกสายที่จะไหลเข้ามาอย่างเงียบงัน มากมาย
ตลอดเวลาหลายปี ไม่มีบุคคลภายนอกฉุกใจสงสัย สังเกตว่าคนไข้อนาถาโรงพยาบาลดาวันหลายรายมักเสียชีวิตอย่างสงบหลังจากเข้ารักษาไม่นาน และทางโรงพยาบาลจะรับหน้าที่ฌาปนกิจศพให้เรียบร้อยทุกราย
หมอเยาวลักษณ์ไม่สามารถคัดค้านคำสั่งผู้มีพระคุณ ทำได้เพียงปฏิเสธการลงมือ ‘ชำแหละ’ อวัยวะ
“ดีแล้ว...เธอเป็น Light แสงสว่างที่ไม่ควรมัวหมอง” ดาวันบอกอย่างนั้น
คำพูดเหมือนชมเชย ทำให้เยาวลักษณ์แสลงใจ เจ็บปวดยิ่งกว่าโดนอีกฝ่ายตบตีรุนแรง
...การเห็นเรื่องเลวร้าย ผิดทำนองคลองธรรมดำเนินอยู่ต่อหน้า แต่ต้องแกล้งหรี่ตามองไม่เห็น มันก็ทำให้แสงสว่างในใจกลายเป็นมืดมิดอยู่แล้ว...
คนรับหน้าที่แทนคือ ‘โกเมน’ เด็กบ้านดาวัน นักศึกษาแพทย์อัจฉริยะผู้ทำทุกอย่างเพื่อเงิน ประสบการณ์อัตคัดขัดสนในวัยเยาว์สร้างให้เขาเป็นปิศาจกระหายทรัพย์สิน เงินทอง ยอมทำทุกอย่างเพื่อเงิน เพื่อความมั่นคงมั่งคั่งของตน
ดาวันรู้ศักยภาพเด็กคนนี้ตั้งแต่เรียนชั้นมัธยม ความเป็นอัจฉริยะทางการแพทย์ฉายแววโดดเด่น จึงสนับสนุนเต็มที่ ต่อให้รู้ว่าผลไม้ลูกนี้บิดเบี้ยว เน่าใน แต่หากทำประโยชน์แก่เธอได้ ก็ยังดูแลส่งเสียจนถึงที่สุด
ผลงานโกเมนเฉียบคม ร้ายกาจ ก้าวข้ามมโนธรรม จรรยาบรรณแพทย์ทั้งหมด
ค่าตอบแทนของเขาสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตามความสามารถ จนได้รับคลินิกงามพิศเป็นของขวัญในปัจจุบัน
พอถึงเวลานั้น เยาวลักษณ์จึงขอให้นำ ‘เหยื่อ’ ออกไปชำแหละที่คลินิกแห่งนั้นแทน เพราะไม่อยากให้โรงพยาบาลที่ก่อตั้งมากับมือ แปดเปื้อนมากกว่านี้
(โปรดติดตามต่อฉบับหน้า)
| < Prev | Next > |
|---|








