สารส่องใจ Enlightenment
ขออภัย-คำที่มีคุณค่า (ตอนที่ ๑)
พระธรรมเทศนาโดย พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน)
เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี
เมื่อวันที่ ๒ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๓๗
ความดีไปไหนกว้างนะ ความชั่วไปไหนคับแคบๆ ตีบตัน
ความชั่วคนชั่วไปไหนคับแคบตีบตัน
ความดีคนดีไปไหนกว้างขวางยิ้มแย้มแจ่มใส
ที่โลกได้รับความทุกข์มากเข้าโดยลำดับก็เพราะโลกฝืนธรรม
ฝืนมากเข้าความทุกข์มากเข้า ฝืนมากความทุกข์มากเข้า
เพราะเหมือนเราก้าวออกจากทางที่ถูกไปก้าวหนึ่งก็เริ่มผิดหนึ่งก้าวแล้ว
ไปก้าวที่สองที่สามก็เริ่มผิดไปสองสามก้าว
สุดท้ายไกลลิบมองไม่เห็นจุดหมายปลายทางเลย
นี่ความทุกข์ที่ใกล้ชิดติดพันเข้ามาเพราะเราห่างเหินศีลธรรม
ถ้าศีลธรรมใกล้ชิดติดตัวเราความสุขก็ติดกับตัวของเรา
ความทุกข์เป็นสิ่งที่เกิดจากความชั่ว ถ้าใครทำแล้วก็ใกล้ชิดติดพันกับคนนั้น
โลกที่ได้รับความเดือดร้อนมากเข้าทุกวันๆ เพราะโลกฝืนธรรม
เช่น ศีลธรรมท่านสอนว่าไม่ให้ฆ่าไม่ให้ทำลาย
โลกก็ฆ่าโลกก็ทำลาย เพราะฉะนั้นโลกจึงเดือดร้อน
ตามศีลธรรมท่านไม่ให้ฉกให้ลัก
โลกก็ทั้งฉกทั้งลักทั้งปล้นทั้งจี้ ได้แบบไหนเอาแบบนั้น
เพราะฉะนั้นถึงได้ร้อน ก่อความเดือดร้อนแก่กัน
ทั้งผู้ที่ก่อด้วย ทั้งผู้ได้รับความกระทบกระเทือนจากการก่อความชั่วของคนนั้นด้วย
ก็เดือดร้อนไปตาม ๆ กัน
กาเมสุ มิจฉาจาร ศีลธรรมท่านห้ามเด็ดขาดไม่มีข้อแม้
นอกจากสามีภรรยาของเจ้าของเท่านั้น
นอกนั้นงดเว้นเด็ดขาดหมด แต่เราก็ทำลายกันแหลกๆ
เพราะฉะนั้นโลกจึงได้รับความเดือดร้อน
ดูซิฟังซิอันไหนที่ข้ามศีลข้ามธรรมไปเป็นความเสียหายเดือดร้อนทั้งนั้น
ที่กล่าวมาเพียง ๓ ข้อนี้ก็เห็นชัดเจนแล้ว เดือดร้อนวุ่นวาย...โลก
ศีลข้อที่สามดังที่กล่าวแล้วนี้เหมือนกัน
ไม่มีผัวใครเมียใคร สวมได้สวมใส่ยุ่งไปหมด
ทั้งๆ ที่ไม่มีใครลงใจให้แหละ โลกไม่ยอมรับ
ศีลธรรมยิ่งไม่ยอมรับอย่างเด็ดขาดเลย
แต่ความชั่วมันก็ฝืนมันก็ทำของมัน
เพราะฉะนั้นความเดือดร้อนจึงมีทั่วหน้ากัน
มุสา ก็เหมือนกัน เชื่อกันไม่ได้อยู่กันได้ยังไงมนุษย์เรา
พูดต้องเชื่อถือกันได้ถึงจะอยู่ร่วมกันได้
พูดมีแต่ความโกหกตลบตะแลงหลอกลวงแล้ว
โลกนี้อยู่กันไม่ได้เลยนะ ไว้ใจกันไม่ได้
นี่ฟังซิ การฝืนศีลธรรมก็คือความตลบตะแลงหลอกลวงต้มตุ๋น
ก่อความเดือดร้อนให้แก่ตัวเองและผู้อื่น
ทั้งๆ ที่ตัวเองก็พอใจทำในสิ่งนั้นแต่ความทุกข์ไม่พอใจรับ
เพราะฉะนั้นถึงได้ทุกข์มากเป็นสองชั้น ความทุกข์แล้วยังไม่แล้ว
ความไม่พอใจรับทุกข์ก็เป็นทุกข์อีกประเภทหนึ่ง ก็เป็นสองชั้นๆ
นี่พิจารณาซิเพียงกล่าวเพียงสามสี่ข้อนี้
ข้อ ๕ ท่านก็ห้ามสุรายาเมาเป็นของมึนเมา
กินแล้วทำความเสียหายแก่ตัวไม่มีชิ้นดีเลย แต่โลกก็ฝืนโลกก็ทำ
เพราะฉะนั้นโลกถึงได้รับความเดือดร้อนฉิบหายเพราะสิ่งเหล่านี้
อันใดที่ขัดต่อศีลต่อธรรมแล้ว เป็นอันว่าขัดต่อความสุขความเจริญหาไม่เจอ
จะเจอแต่ความทุกข์ความทรมานโดยถ่ายเดียว
คนนั้นก็ก่อคนนี้ก็ก่อ ก่อความชั่วช้าลามกต่าง ๆ มากน้อยตามส่วน
โลกจึงต้องเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า
เพราะความทุกข์ความผิดนี้กระจายกันไป ความทุกข์ก็ต้องกระจายกันไป
มนุษย์เราเป็นสัตว์หมู่สัตว์พวก กระจายกันไปหมดทั่วดินแดน
อย่างว่าสุรานี่ กินเหล้าเพียงคนเดียวเท่านั้นแหละ
ก่อความเสียหายให้คนได้มากมาย
เช่นอย่างคนขับรถกินเหล้าเมาสุราเสียอย่างเดียว
รถคว่ำลงคันหนึ่งคนมีเท่าไรในนั้นเรียบวุธ
ฉิบหายขนาดไหน สมบัติเงินทองข้าวของเรียบไปตามๆ กัน
ญาติมิตรเพื่อนฝูงของคนที่เสียหายหรือคนตายในรถนั้น
ก็บอบช้ำจนสลบไสลไปตามๆ กันจำนวนมาก
นี่เพียงคำว่าสุราคำเดียวเท่านี้
มันกินความอย่างกว้างขวาง เรื่องความเสียหายไม่มีประมาณ
การฝืนศีลฝืนธรรมของพระพุทธเจ้า
จึงเท่ากับตัดและปฏิเสธความสุขไม่ให้มีในตัวเองนั่นแล
ถึงเราไม่ปฏิเสธก็ตาม
กิริยาแห่งการทำเป็นความปฏิเสธความสุขความสงบเย็นใจอยู่แล้ว
ศีลธรรมจึงเป็นของจำเป็นมาก
ถ้าเราฝืนเท่าไรก็เป็นไปอย่างนั้น
ถึงจะนิยมชมชอบกันก็ตามซึ่งความชั่วช้าลามก
จะนิยมอะไรก็ตาม มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับความนิยมของคน
แต่เวลาความทุกข์เกิดขึ้นมานั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับความนิยมไม่นิยม
มันเป็นความทุกข์จริงๆ เป็นฟืนเป็นไฟจริงๆ
เพราะฉะนั้นศีลธรรมท่านถึงห้าม
ไม่มีใครที่จะเฉลียวฉลาดแหลมคมยิ่งกว่าพระพุทธเจ้า
ที่เป็นองค์ศาสดาสอนโลกมานาน ได้รู้เห็นทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว
จึงคัดจึงเลือกนำสิ่งที่ดีมาสอนสัตว์โลกให้บำเพ็ญ
และบอกสิ่งที่ชั่วช้าลามกไม่ให้ทำกัน
แต่โลกก็ดื้อด้านหาญทำอยู่ตลอด
เพราะฉะนั้นความทุกข์จึงเหยียบย่ำทำลายไปอยู่ทุกแห่งทุกหนตำบลหมู่บ้าน
ไม่เลือกว่าในบ้านในเมือง บ้านนอกคอกนาในป่าในเขาเต็มไปหมด
เพราะความทุกข์นี้เกิดขึ้นจากการทำชั่ว
ความชั่วทำได้ทุกแห่ง ไม่นิยมว่าในบ้านในเมือง
นอกบ้านนอกเมืองในป่าในภูเขาก็ทำได้
คนอยู่ที่ไหนสัตว์อยู่ที่ไหนทำได้ทั้งนั้น
ความทุกข์ก็เกิดได้ด้วยกัน จึงให้พากันระมัดระวัง
ให้ถือศีลธรรมพระพุทธเจ้าเป็นที่ตั้ง
เป็นหลักเกณฑ์แห่งการดำเนินชีวิตการประพฤติตัวทุกอย่าง
ถ้าไม่เอาศีลเอาธรรมเป็นแบบแล้วจะไม่มีขอบเขต
ความทุกข์จะทุกข์ไปเรื่อยๆ
ทุกข์เพียงขนาดนี้เราก็ทนกันมาแทบเป็นแทบตาย ทั้งบ่นทั้งทน
แล้วยังจะทุกข์ไปข้างหน้าอีกมากน้อยเพียงไร
เราจะเอาความบ่นความทนมาจากไหน
มันก็ต้องฉิบหายไปได้ด้วยกันคนเราเมื่อมากต่อมาก
เหมือนไฟนี่จี้ไม่หยุดจี้ไม่ถอย จี้ไปจี้มามันก็ตาย จี้ทีแรกก็ร้อนไม่มาก
ที่สองซ้ำเข้าไป ที่สามซ้ำเข้าไป สุดท้ายไหม้หมดทั้งตัว
นี่ความทุกข์ก็เหมือนกัน จี้ทางโน้นจี้ทางนี้
สุดท้ายก็ฉิบหายไปได้ทั้งคนนั่นแหละ
จึงพากันระมัดระวัง ศีลธรรมเป็นของจำเป็นมาก
โลกเรานี่เป็นโลกแห่งชาวพุทธ
โลกมนุษย์เราในเมืองไทยเป็นชาวพุทธเสียอย่างน้อย ๘๐% เต็ม
แต่อย่าให้มีแต่คำว่าชาวพุทธในฝีปากลมปากเท่านั้น
ให้มีในความประพฤติอัธยาศัยใจคอ
จิตใจเป็นสำคัญที่จะยอมรับพุทธและยอมปฏิบัติตามพุทธ
แล้วความสุขความเจริญจะเป็นสมบัติของเราด้วยกันทุกคนนั่นแหละ
(โปรดติดตามเนื้อหาต่อในฉบับหน้า)
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ที่มา https://bit.ly/3L3Owfw
| < Prev | Next > |
|---|








