สารส่องใจ Enlightenment
สายทางเดินของวิปัสสนา
พระธรรมเทศนา โดย พระราชสังวรญาณ (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย)
วัดป่าสาลวัน อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา
ในเมื่อจิตของเรามีความคิด คิดไปๆ คิดไปๆ เรารู้ไปๆ เรารู้ไปๆ
ในบางช่วงมันจะแยกเป็น ๓ มิติ
มิติหนึ่งคิดอยู่ไม่หยุด อีกมิติหนึ่งจ้องดูอยู่
ถ้ากายยังปรากฏอยู่ มิติหนึ่งเฉยอยู่ในท่ามกลางของร่างกาย
ตัวคิดไม่หยุดคือจิตเหนือสำนึก ตัวเฝ้าดูคือสติผู้รู้
ตัวนิ่งเฉยอยู่ในท่ามกลางของร่างกาย
เป็นจิตใต้สำนึกตัวคอยเก็บผลงาน
ในเมื่อมันละเอียดไปๆ จนกระทั่งกายหายไป
จิตจะหยุด นิ่ง สว่างไสว รู้ ตื่นเบิกบาน
สภาวะที่เป็นความคิดที่เราผ่านไปแล้วนี่
จะเป็นเสมือนหนึ่งเมฆหมอกหรืออะไรไปวนอยู่รอบจิต
แต่จิตไม่ได้หวั่นไหวต่อเหตุการณ์นั้นๆ
อันนี้แหละที่หลวงปู่มั่นท่านเรียกว่า “ฐิติภูตัง”
สายการเดินของวิปัสสนามันจะต้องไปอย่างนี้
ทีแรกเราตั้งใจคิดว่า อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
พอจิตสงบเป็นสมาธิแล้วนี่ มันวางอารมณ์ลง
มีแต่ความคิดที่เกิดขึ้น-ดับไป เกิดขึ้น-ดับไป อยู่แค่นั้น
ความคิดที่เกิดขึ้น-ดับไปนี่เป็นอะไรก็ได้
แล้วแต่จิตใต้สำนึกมันจะปรุงขึ้นมา
อย่างนี้ไม่ใช่ความฟุ้งซ่าน ถ้ามันฟุ้งเราก็ไม่กลัว
ถ้ามันคิดไป คิดแล้วสักแต่ว่าคิด คิดแล้วทิ้งไป คิดแล้วทิ้งไป อันนี้มันไม่ฟุ้ง
แต่ว่าคิดแล้วมันดีใจไป เสียใจไป ร้องไห้ไป
หัวเราะไป ทุกข์ไป สุขไป อันนี้มันฟุ้ง
แต่ไม่เป็นไร ถ้ามีลักษณะที่มันฟุ้งนี่แหละดีที่สุด
สติของเราก็จ้องดูอยู่นั่นแหละ
จิตคิดเราก็รู้ คิดแล้วดีใจ เราก็รู้ เสียใจ เราก็รู้ สุข เราก็รู้ ทุกข์ เราก็รู้
ธรรมชาติของจิต เมื่อมีสิ่งรู้ สติมีสิ่งระลึก
หนักๆ เข้ามันเพิ่มพลังงานมากขึ้น
สมาธิมั่นคง สติเป็นมหาสติ
ทีนี้เขาจะกำหนดหมายอารมณ์สิ่งรู้ที่ปรากฏขึ้น
พอไปถึงจุดหนึ่งมันจะหยุดนิ่งปั๊บ พอไหวตัวปั๊บ
ถ้ามันไปกำหนดหมายทุกข์
มันก็จะบอกว่า นี่คือทุกขอริยสัจที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้
เมื่อมันเข้มแข็งขึ้น มันก็จะมองดูสุขทุกข์เกิดขึ้นสลับกันไป
แล้วมันจะได้ความรู้ว่า “นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรเกิด
นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรดับ ทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้น ทุกข์เท่านั้นดับไป”
มันก็จะเหลือแค่ ยงกิญจิ สมุทยธมฺม์ สพพนต์ นิโรธธมฺมนติ
สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นดับไปเป็นธรรมดา
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
จาก ฐานิยปูชา ๒๕๕๒ พระราชสังวรญาณ (พุธ ฐานิโย)
เรียบเรียงโดย ดร.ดาราวรรณ เด่นอุดม
| < Prev | Next > |
|---|








