สารส่องใจ Enlightenment

เข้าถึงพระไตรลักษณ์ (ตอนที่ ๒)



พระธรรมเทศนา โดย พระราชสังวรญาณ (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย)
วัดป่าสาลวัน อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา




เข้าถึงพระไตรลักษณ์ (ตอนที่ ๑) (คลิก)



จิตที่มีสมาธิที่ประกอบด้วยวิตกนั้นเป็นอย่างไร
ยกตัวอย่างเช่นท่านกำลังบริกรรมภาวนาพุทโธ พุทโธๆ อยู่
พอบริกรรมภาวนาไปแล้ว จิตของท่านบริกรรมภาวนาพุทโธ พุทโธๆ รั้งไม่อยู่
นั่นเรียกว่าจิตได้วิตก คือไม่ต้องตั้งใจจะบริกรรมภาวนา
แต่จิตก็ภาวนาพุทโธ พุทโธๆ เอง
และพร้อมๆ กันนั้นก็มีสติสัมปชัญญะรู้พร้อมอยู่
ในขณะจิตที่บริกรรมภาวนาพุทโธๆ
อันนี้จิตได้วิตก วิจารในขั้นต้น
ในบางครั้งเราอาจจะภาวนาพุทโธ พุทโธๆ
พอจิตหยุดบริกรรมภาวนาพุทโธ จิตไปนิ่งสว่างอยู่
อันนั้นจิตก็มีวิตก คือวิตกถึงความสว่างที่มีอยู่ในจิต
แล้วก็มีสติสัมปชัญญะรู้พร้อมอยู่ที่จิต
ในขณะที่จิตมีความสงบ นิ่ง สว่างอยู่นั้น
จิตกลายเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานขึ้นมา
พร้อมกันนั้นก็มีปีติ มีความสุข และมีความสงบ
ได้ชื่อว่าได้สมาธิในขั้นต้น



นักภาวนาทั้งหลายอย่าไปกลัวสมาธิ
ครูบาอาจารย์ของเราสอนให้ภาวนาพุทโธ พุทโธๆ
แต่ในบางครั้งเราลืมไป เราไม่เชื่อครูบาอาจารย์
บางทีเราก็ไปเชื่อบุคคลที่ภาวนาไม่เป็น
บางที่เขาจะกล่าวว่าภาวนาพุทโธ จิตมันจะไปนิ่ง
ติดความสงบ เป็นสมถะ ไม่ถึงวิปัสสนา อันนี้อย่าไปเชื่อ
ครูบาอาจารย์ของเราได้ทำมาแล้ว ภาวนาพุทโธเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
แม้ในปัจจุบันนี้ก็มีหลักฐานพยาน บางท่านภาวนาพุทโธ พุทโธๆ
แล้วจิตสงบนิ่ง สว่าง มีปีติ มีความสุข มีความสงบ
จนกระทั่งตัวหาย ไม่ปรากฏว่ามีตัวมีตนมีร่างกายปรากฏ
มีแต่จิตดวงเดียวสงบ สว่างไสว นิ่ง ลุกโพลงอยู่เหมือนกับไฟลุกอยู่ในใจ
บางที่ผู้ที่ไม่รู้เรื่องของสมาธิอย่างละเอียด
พอจิตสงบลงไปสว่างโพลงขึ้นแล้วก็เกิดตกใจว่า
“ทำไมจิตของคนเรามันจึงลุกเป็นไฟขึ้นมาได้” มันเป็นอย่างนั้นก็มี
ในเมื่อจิตมีความสงบนิ่งๆ สว่าง บ่อยๆ บ่อยเข้า
สมาธิคือความสงบจิตนั้นเป็นพื้นฐานให้เกิดปัญญา



ความสงบของจิตทำให้จิตมีพลังงาน ทำให้จิตมีสติสัมปชัญญะ
เมื่อจิตมีสติสัมปชัญญะ แม้มันจะอยู่ในความสงบลึกละเอียดสักปานใดก็ตาม
แต่เมื่อมันออกจากสมาธิ ออกจากความสงบมาแล้ว
มันจะมีความคิดเกิดขึ้น ความคิดที่เกิดขึ้นนั้นแหละคือปัญญา
ถ้าหากเรามีสติตามรู้ทันความคิดอยู่ทุกขณะจิตทุกลมหายใจ
เรียกว่าปัญญาเกิดจากสมาธิ
ถ้าหากขณะใดที่เรามีสติตามรู้ไม่ทัน จิตก็กลายเป็นความฟุ้งซ่าน


จริงอยู่ในขณะที่จิตสงบนิ่ง กายไม่ปรากฏ
ความรู้สึกนึกคิดอื่นๆ มันจะไม่มี มีแต่จิตสงบ นิ่ง สว่างอยู่เฉยๆ
แต่เมื่อจิตเลิกจากความสงบ นิ่ง สว่าง แล้วถอนออกมา
พอรู้ว่ามีกายเท่านั้นแล้วจิตมันก็จะเกิดความคิดผุดๆ ผุดขึ้นมา
นี่ปัญญาเกิดขึ้นแล้วนะเกิดขึ้นตอนนี้
ตอนที่จิตสงบนิ่ง เงียบ สว่างจนไม่มีตัว นั่นปัญญามันไม่เกิดจริง
แต่เราสามารถที่จะมีปัญญารู้ได้ เมื่อเราออกจากสมาธิมาว่านี่คือสมาธิ
และเราจะรู้ว่านี้เราภาวนาได้สมาธิ
นี่จิตของเราถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์แล้ว
นี่จิตของเราเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานแล้ว
นี่คุณธรรมที่ทำคนให้เป็นพระ พุทธะเกิดขึ้นในจิตในใจของเราแล้ว
นี่คือปัญญาที่จะเกิดจากสมาธิ
ถ้าหากว่าสมาธิไม่เกิดอย่างนี้เราก็ไม่รู้เช่นนั้น
เมื่อจิตถอนออกมาจากสมาธิเช่นนั้น จิตมีความคิดเกิดขึ้นเมื่อใด
สติสัมปชัญญะจะตามรู้ความคิดนั้นทันที
เพราะอาศัยพลังแห่งความสงบอันนั้นเป็นแนวทาง
ดังนั้นท่านผู้ภาวนาทั้งหลายอย่าไปกลัว กลัวว่าจิตมันจะสงบนิ่งอยู่เฉยๆ ไม่มีทาง
มันจะสงบนิ่งอยู่ก็เฉพาะในขณะที่นั่งหลับตาอยู่เท่านั้น
แต่เมื่อออกจากที่นั่งหลับตาแล้ว มันก็ไม่สงบ
เพราะเรามีภาระธุรกิจที่จะต้องทำ ยืน เดิน นั่ง นอน กิน ดื่ม ทำ พูด คิด
นั่นคือภารกิจอันเป็นเรื่องชีวิตประจำวัน
คนที่ไม่มีสมาธิมาก่อน ยืนก็ยืนด้วยความไม่มีสติ
เดินก็เดินด้วยความไม่มีสติ นั่งก็นั่งด้วยความไม่มีสติ
กิน ดื่ม ทำ พูด คิด ก็ด้วยความไม่มีสติ
แต่ผู้มีจิตผ่านสมาธิมาแล้วบ่อยๆ ยืนก็มีสติรู้อยู่
เดินก็มีสติรู้อยู่ นั่งก็มีสติรู้อยู่ นอนก็มีสติรู้อยู่
กิน ดื่ม ทำ พูด คิด ก็มีสติรู้อยู่
เมื่อมีสติรู้อยู่ สติตัวนี้มีพลังแก่กล้าขึ้น จะกลายเป็นปัญญา
มองสิ่งใดที่ผ่านเข้ามาทางตา หู ลิ้น กาย และใจด้วยความมีสติ



จิตที่มีสติรับรู้อะไรแล้ว เขาจะมีการพิจารณาโดยความเป็นอัตโนมัติ
เช่น เมื่อตาเห็นรูป พอเกิดความยินดีขึ้นพั่บ!
จะมีสติพิจารณา บางทีก็พิจารณาว่ารูปนี้มันเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
บางทีก็พิจารณาว่ารูปที่สุดสวยงดงาม ในที่สุดมันก็ไม่สดไม่สวยไม่งดไม่งาม
เพราะมันเป็นของปฏิกูลน่าเกลียดโสโครก
มีหู หูได้ยินเสียงอะไรเข้ามา พอเกิดความยินดียินร้าย
ผู้มีสติจะเกิดปัญญาพิจารณาทันที
อะไรผ่านเข้ามา ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย จะมีสติพิจารณาทันที
แม้สิ่งนั้นจะเป็นสิ่งภายนอกจะเป็นสิ่งภายในก็ตาม
ในเมื่อเกิดขึ้นมาแล้วเพราะอาศัยความมีสติ
เขาจะมีความรู้พร้อมและการเตรียมพร้อม
มีตาก็เป็นตามีศีลมีธรรม ไม่ใช่ตาหาเรื่อง
ถ้าตาหาเรื่องแล้ว ก็มองดูใครทำอะไรไม่ถูกอกถูกใจ
ก็หาเรื่อง พาลทะเลาะกัน นั่นเรียกว่าไม่มีสติ ขาดสติ
จึงปล่อยให้ตาไปหาเรื่องกับเหตุการณ์ภายนอก
รูปที่ผ่านเข้ามาภายในทางสายตา ตามันเป็นสิ่งที่มีไว้สำหรับดู
ในเมื่อเราลืมตาดู มันก็เห็นหมดทุกสิ่งทุกอย่างนั่นแหละ
เห็นทั้งสิ่งที่ดี เห็นทั้งสิ่งที่ร้าย เห็นทั้งสิ่งที่สวย เห็นทั้งสิ่งที่งาม
เห็นทั้งสิ่งที่ขี้ริ้วขี้เหร่ เห็นทั้งสิ่งที่น่าชอบใจ เห็นทั้งสิ่งที่ไม่ชอบใจ
ในเมื่อจิตมีสติสัมปชัญญะรู้พร้อม
จิตของเราจะให้ความยุติธรรมแก่สิ่งที่เห็น
เห็นอะไรที่แสดงออกมา แม้ว่าจะเป็นสิ่งที่เราชอบใจไม่ชอบใจก็ตาม
จิตที่มีสติจะเป็นกลางโดยเที่ยงธรรม เห็นอกเขาอกเรา
ใครแสดงอะไรออกมา นั่นเป็นอุปนิสัยของเขาอย่างนั้น
เสียงที่เราได้ยินใครพูดออกมา ดีก็ตาม ไม่ดีก็ตาม
จิตที่มีสติจะพิจารณาว่า ใครเปล่งเสียงออกมาอย่างไร ดีชั่วก็ตาม
เป็นอุปนิสัยของเขาผู้นั้น
กลิ่นที่ผ่านเข้ามาทางจมูก เหม็น หอม เป็นเรื่องของกลิ่น
จิตเป็นกลางแล้วย่อมไม่ยินดียินร้าย สิ่งที่ผ่านเข้ามาทางลิ้น สัมผัสทางรส
รสอร่อยเปรี้ยวหวานมันเค็ม จิตที่เป็นกลางแล้วจะไม่ติ ไม่ชมกับรสนั้นๆ
แม้จิตที่มีสัมผัสในทางกายที่อยู่ที่หลับที่นอนจะอ่อนจะแข็งอย่างไรก็ตาม
ในเมื่อจิตมีสติสัมปชัญญะก็มีแต่ความเป็นกลาง


เช่นอย่างญาติโยมมาวัด จะมีเสื่อปูให้นั่งก็ตาม ไม่มีก็ตาม
จิตที่เป็นกลาง มีสติสัมปชัญญะ ย่อมไม่ติไม่ชม
เห็นอะไรก็นึกว่าเป็นเรื่องของธรรมดา
เห็นอะไรก็ปลงปัญญาทำจิตเป็นกลางว่าเป็นเรื่องของธรรม
พิจารณาเข้าไปสู่หลักของพระไตรลักษณ์
ทุกสิ่งทุกอย่างมันแสดงความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตาของมัน
ทุกสิ่งทุกอย่างซึ่งเป็นเรื่องภายนอกนั้นมี
หรือที่มันจะเป็นไปโดยถูกตาถูกใจของเราหมดทุกสิ่งทุกอย่าง
แม้แต่ลิ้นกับฟันอยู่ในปากมันก็ยังกระทบกัน
บางทีเดี๋ยวอาหารก็ไปเผลอกัดปากตัวเองเข้าให้
แม้แต่สิ่งที่อยู่ในร่างกายของเรา เรายังควบคุมไม่ได้ตลอดไปหมดทุกสิ่งทุกอย่าง
เรื่องอะไรเราจะไปควบคุมบุคคลอื่นและสถานการณ์
และสิ่งแวดล้อมให้มันเป็นไปตามใจของเรา



(โปรดติดตามเนื้อหาต่อในฉบับหน้า)


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -



จาก พระธรรมเทศนา ใน "ฐานิยปูชา ครบ ๖ รอบ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย"
พิมพ์ที่โรงพิมพ์ชวนพิมพ์ กรุงเทพฯ พิมพ์ครั้งที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๓๖
.



แบ่งปันบทความนี้ให้เพื่อนๆ
Facebook! Twitter! Del.icio.us! Free and Open Source Software News Google! Live! Joomla Free PHP