ดังตฤณวิสัชนา Dungtrin's Answer
ศีลสำคัญอย่างไรต่อการปฏิบัติธรรม
ถาม - ศีลสำคัญอย่างไรต่อการภาวนาคะ
ความสะอาดความเบามีความสัมพันธ์กันอย่างไรกับความสงบ
พระพุทธเจ้าตรัสว่าถ้าหากว่ามีความเบาใจ ไม่เดือดเนื้อร้อนใจ
เพราะศีลสะอาดแล้ว ย่อมเข้าสู่ความสงบได้ง่าย
ที่ตรงนี้เวลารู้สึกออกมาจากกลางอกกลางใจ รู้สึกถึงอากาศที่เปิดรอบ
บางทีมันมีเรื่องของความหอมสะอาด
ที่รู้สึกตัวเองได้ผ่านมาตรฐานของศีล
เวลาที่ศีลของคนคนหนึ่ง อาจจะไม่ได้สะอาด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะ
เพราะว่าฆราวาสบางทีมันยาก ทำอาชีพโน้นอาชีพนี้
แต่ถ้าใกล้เคียงความสะอาด ใกล้เคียงความผ่องแผ้วของศีลที่บริสุทธิ์
มันจะเหมือนมีความหอมหวน
หรืออย่างน้อยให้ความรู้สึกสะอาดแห้งสบาย ออกมาจากกลางอกกลางใจ
นี่มีความสัมพันธ์กันอย่างยิ่งนะ
บางคนก็เกิดความรู้สึกว่าเปรียบเทียบกับช่วงต้นๆ ที่ปฏิบัติธรรมม
ตอนนั้นยังไม่ได้รักษาศีล ไม่ได้มีความคิดว่าจะปฏิบัติธรรมเอาจริงเอาจังอะไร
ไม่ได้มีความที่จะลงใจประพฤติธรรม
สำรวจดูสังเกตดูเปรียบเทียบนะกับตอนนี้
จะเห็นว่าตอนที่เริ่มๆ ปฏิบัติธรรมยังไม่ได้ลงใจแน่นอน
แล้วก็ปล่อยให้ศีลขาดๆ วิ่นๆ หรือเว้าๆ แหว่งๆ
ตอนนั้นจิตใจมันจะพร่ามัว ในหัวมันจะมืดๆ รู้สึกแคบๆ
รู้สึกเหมือนอะไรๆ มันมาเล่นๆ แป๊บหนึ่ง เป็นเรื่องตลกเป็นเรื่องขำๆ
ลองทบทวนดูนะ ตอนที่ศีลยังไม่สะอาด
เวลามันคิดอะไร มันคอยคิดอคติ คอยคิดไม่ดี
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับเรื่องศีล เรื่องปฏิบัติธรรม เรื่องผู้ทรงศีล
หรือว่าเรื่องพระพุทธเจ้า เรื่องพระ
มันคอยจะมีอะไรที่รบกวนจิตใจให้เกิดความรู้สึกหม่นมัว
ให้เกิดความรู้สึกว่าพูดง่ายๆ นะเหมือนกับมีแรงผลักให้ถอยออกไป
แต่พอปฏิบัติธรรมไป หลายๆ คนในที่นี่ก็ไม่ได้ตั้งใจรักษาศีล
แต่ว่าผลลัพธ์ของการปฏิบัติ จิตที่มันเป็นเอาต์พุต (output) ออกมา
ยิ่งวันยิ่งเคลียร์ยิ่งแจ่มใส บางทีแม้มันไปเกี่ยวโยงกันโดยตรง
มันเกิดความรู้สึกไม่อยากที่จะเอาความสะใจ
หรือว่าเอาได้อย่างใจนิดๆ หน่อยๆ มาแลกกับความสะอาดของศีล
คือมันรู้สึกขึ้นมาได้เอง นี่คือความเชื่อมโยงของธรรมชาติ
ใครไม่เห็นค่าของศีล ทบทวนดูนะ
มันจะเกิดจิตสำนึกขึ้นมาแบบหนึ่ง
เวลาที่จิตของคุณใส ใจของคุณเบาจริงๆ
เวลาปฏิบัติธรรม มันบอกเลย มันฟ้องเลย
คนที่ไม่ค่อยมีศีล มันจะไม่ค่อยอยากไปต่อ มันจะอยากหยุด
ไม่ใช่เพราะว่าหมดแรง ไม่ใช่เพราะว่าทำสมาธิไม่ได้
แต่ว่าใจมันไม่อยากที่จะไปต่อ
เพราะมันค้านกันกับความรู้สึกมืดๆ มัวๆ ในจิตใจ
ทีนี้ถ้าเราเข้าใจความสัมพันธ์ตรงนี้จริงๆ ว่าการทุศีลมันเป็นแรงห้าม
มันเป็นแรงผลักให้ออกจากทางจงกรม ให้ออกจากที่นั่งสมาธิ
แล้วมีความเข้าใจชัดขึ้นๆ ผ่านประสบการณ์ของตัวเอง
ไม่ใช่ฟังคำบอกเล่าของใครมา
ยิ่งวันยิ่งมีความรู้สึกตั้งใจอยากรักษาศีล
พอสำรวจดูนะ มันควบคู่กัน มันตีคู่กันกับจิตที่ใสใจที่เบา
เพราะฉะนั้นอันนี้ก็จะเกิดความเห็นขึ้นมา
จิตที่เป็นกุศล จิตที่อยู่ในเขตกุศลธรรม
จะมีความรู้สึกขึ้นมาเองว่าอันไหนได้ อันไหนไม่ได้
อันไหนมันเกือบๆ ล้ำเส้น อันไหนมันอยู่ตรงเส้นพอดี เทาๆ ไม่ดำไม่ขาว
ตรงไหนดำแบบยอมรับไม่ได้ จิตนี่รับไม่ได้ บอกว่ายอมตายดีกว่า
กับอีกอันหนึ่งคือรู้สึกสบายใจ เขตของความสบายใจ
เขตของความรู้สึกว่าถ้าอยู่เป็นปกติ มีชีวิตแบบที่อยู่ในกรอบของศีลธรรมแล้ว
มันมาต่อยอดเป็นการปฏิบัติธรรมได้
ความรับรู้จากประสบการณ์ตรง มันจะก่อให้เกิดสัญชาตญาณ
มีความเข้าใจเรื่องเกี่ยวกับศีลธรรม
เราจะอยากสมาทานศีลด้วยใจ ไม่ใช่ด้วยความคิด
ประเภทที่ไปพูดตามพระตอนทำสังฆทาน บอกขอสมาทานศีล
เราพิจารณาทบทวนไปนะ เจตนาอันเป็นศีล มันไม่มีนะ เจตนาที่จะรักษาศีล
ถ้าพูดตามพระ ไม่รู้ด้วยว่าคำแปลแปลว่าอะไร หลายๆ คน
รู้แต่ว่าอันนี้เขาเรียกสมาทานศีล แต่ไม่รู้ว่าพูดอะไรออกไปตามพระ
เพราะว่าใจมันไม่ได้อยู่ตรงนั้น
อย่างตอนนี้นะสำรวจสังเกตเข้ามา แล้วศีลของเรา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งของคนที่ไม่จำเป็นที่จะต้องไปทำอะไรที่มันมีมลทิน
สำรวจเข้ามาบอกว่าเอาง่ายๆ เลยคำเดียว เราเป็นคนมีศีลหรือเปล่า
ถ้าหากว่ารู้สึกถึงความเป็นผู้มีศีลมีธรรม ไม่ไปเบียดเบียนใครเขา
ไม่ไปทำให้ใครเขาเดือดเนื้อร้อนใจด้วยกรรมอันเป็นบาปทั้งห้า
อันนี้ก็จะเกิดรู้สึกขึ้นมา มันเข้ากันได้กับจิตที่มีความเป็นสมาธิ
จิตที่มีความสามารถรู้กายใจโดยความเป็นขันธ์ห้า
ที่พูดมาก็เพื่อให้เห็นบทบาทความสำคัญของศีล
อันนี้ก็นานๆ พูดที แต่ว่านานๆ พูดทีไม่ได้หมายความว่าไม่สำคัญ
เป็นอะไรที่สำคัญมาก
แล้วแวดวงภาวนานะมันมีเรื่องน่าปวดหัวอยู่ตรงนี้
บางคนปฏิบัติได้ดี ปฏิบัติใช้ได้เลย ต้นทุนนี่ดูรู้เลย
คนนี้ทำสมาธิเก่ง เดินจงกรมตัวเบาใจเบา
แต่ว่าทำๆ ไปแล้วทำไมมันมีอุปสรรคติดขัด ทำไมมันเหมือนมีแรงห้าม
ทำไมมันเหมือนกับไม่อยากทำ หรือมีความคิดอะไรไม่ดีขึ้นมาผุดขึ้นเต็มหัวเลย
สำรวจไปสำรวจมามันเกี่ยวข้องนะ
ถ้ารักษาศีลได้สะอาด มันจะปราศจากอกุศลธรรมมาขวาง
แต่ถ้ารักษาศีลแบบกระพร่องกระแพร่งหรือว่าขาดทะลุเป็นประจำ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมุสา เอาตรงๆ เลยนะ ข้อมุสา
ถ้าใครโกหกเป็นไฟ โกหกไฟแลบ แล้วมาปฏิบัติธรรม
ต่อให้ดูดีแค่ไหน ต่อให้ดูเหมือนจะทำได้ ทำสมาธิตั้งมั่นอะไรได้
เดี๋ยวมันจะมีเครื่องรบกวนจิตใจ ที่ทำให้เกิดความรู้สึกว่าไปต่อไม่ได้
พอมันมีตัวตั้ง อันนี้เหมือนกับชี้ให้ดูว่าถ้ารู้สึกถึงความมีศีล
แล้วใจเราจะมีความสะอาดในแบบที่ตัวเองรู้สึกได้ ณ บัดนี้
| < Prev | Next > |
|---|








