ดังตฤณวิสัชนา Dungtrin's Answer

การสวดมนต์มีขึ้นในสมัยใด



ถาม – ในสมัยที่พระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์ชีพอยู่ เริ่มมีการสวดมนต์แล้วหรือยังคะ


คือที่แน่ๆ มีการสวดปาฏิโมกข์
แล้วสมัยก่อนในเวลาที่เขาถ่ายทอดธรรมะหรือว่าถ่ายทอดคำพูดของพระพุทธเจ้า
เขาไม่ใช้อักษรแบบเรานะ เขาใช้สิ่งที่เรียกว่า มุขปาฐะ
คือพูดแบบปากต่อปาก แล้วในสมัยพุทธกาลนี่แม่นเป๊ะเลย
คือไม่สามารถที่จะพูดผิดจากที่พระพุทธเจ้าตรัสได้ เนื่องจากมีการสอบทานกัน
แต่การสวดมนต์มาบอก อิติปิ โส ภควา อะไรนี่ อาจจะไม่มีก็ได้
อย่างบทสวดอิติปิโส จริงๆ แล้วแยกกันอยู่นะ
คือพระพุทธเจ้าตรัสไว้คนละที่นะ
บอกว่าพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ มีคุณสมบัติอย่างไร
มีความบริสุทธิ์ มีความตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง
เหมาะที่จะสอนทั้งมนุษย์และเทวดา อินทร์ พรหม ยม ยักษ์
รวมทั้งสัตว์ทั้งหลายที่อยู่ในอนันตจักรวาล



อันนี้คือไม่ใช่ว่าพระองค์ตรัสถึงพระองค์เองแค่องค์เดียว
แต่ว่าพระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์
และอย่างที่ตรัสถึงธรรมะว่าบริสุทธิ์หรือว่ามีความน่าที่จะน้อมเข้ามารู้เฉพาะตน
พระองค์ก็ตรัสไว้อีกทีหนึ่ง แต่ว่าพอมารวมกันเป็นบทสวดอิติปิโส
กลายเป็นความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งใหญ่ขึ้นมา
เพราะว่าอะไร เพราะว่าบทสวดนี้จาระไนถึงความจริง
เกี่ยวกับพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ และเป็นไปในทางสดุดีสรรเสริญ
ซึ่งทำให้คนที่ท่องหรือว่าสวดอยู่หรือว่าจาระไนความจริงนี้อยู่
เป็นผู้กล่าวคำอันศักดิ์สิทธิ์ เป็นผู้กล่าวความจริงที่เป็นมงคล
เป็นผู้ที่ได้ชื่อว่าสรรเสริญบุคคลผู้ควรสรรเสริญ



แล้วตอนที่เรากล่าวชมเชยผู้อื่นอยู่ เอาแค่คนธรรมดาทั่วไปที่มีความดี
มีคุณงามความดี เป็นที่ประจักษ์แก่สังคม
แค่นี้เราก็เกิดความรู้สึกแล้วว่าการชมคนมันเกิดความรู้สึกที่ดี
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่สังคมยอมรับกันทั่วไป ว่าทำความแช่มชื่นให้แก่ผู้รับรู้จริงๆ
อย่างคนที่ได้มีใจเป็นทาน เสียสละยิ่งใหญ่
พวกที่พาคนไปในทาง อย่างพวกวิ่งการกุศล อะไรพวกนี้
หรืออย่างพวกที่เสียสละทรัพย์สินส่วนตัว
ไปเพื่อสร้างศาสนสถาน โรงเรียน หรือว่าสถานพยาบาล อะไรแบบนี้
เวลาที่เรากล่าวชมออกมาจากความรู้สึกจริงๆ ว่าเขาเป็นคนที่มีใจที่จะอุทิศตัว
หรือว่าอุทิศชีวิตเพื่อที่จะช่วยให้คนอื่นได้ดิบได้ดีมากขึ้นจริงๆ
เป็นชีวิตที่เกิดมาเพื่อยกระดับชีวิตอื่น อะไรแบบนี้
แล้วเกิดความรู้สึกว่าตอนที่เราเอ่ยชมไป
จิตมันเป็นกุศล ใจมันเบิกบาน ใจมันรู้สึกดี
แล้วพอทำให้คนอื่นเกิดความรู้สึกเห็นดีเห็นงามตามเราไปได้ด้วย
มันยิ่งได้ความรู้สึกที่เป็นกุศลขยายออกไปอีก ยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีก
นี่เป็นระดับของคนธรรมดา



แต่ในระดับของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
ไม่ได้แค่ช่วยยกระดับให้ใครคนใดคนหนึ่งมีชีวิตดีขึ้น
แต่สามารถทำให้บุคคลธรรมดาพ้นจากภัยในสังสารวัฏ
พ้นจากการที่จะต้องมาเกิดตายแบบไม่รู้อีโหน่อีเหน่
ซึ่งถ้าเราสวดอย่างเข้าใจจริงๆ คือท่องบ่นอย่างเข้าใจจริงๆ
ว่าพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ มีคุณวิเศษอย่างไร
มีคุณอนันต์ มีพลัง มีอานุภาพของความเบิกบานในธรรมะระดับนิพพานได้เพียงใด
ใจเรานี่สว่างไสวก่อนคนอื่น
แต่ถ้าหากผู้อื่นได้ฟัง อิติปิ โส ภควา อรหํ สมฺมา
ถึงไม่รู้คำแปล แต่ก็รู้สึกสัมผัสถึงอารมณ์ที่เป็นกุศล มหากุศล
ยิ่งถ้าหากว่าใครสวดด้วยใจที่เป็นกุศล มีความหนักแน่น
ก็จะรู้สึกราวกับว่านี่ตัวแทนของพระพุทธเจ้า
เป็นประทีปที่ส่องให้เกิดความรู้สึกถึงพระพุทธเจ้าขึ้นมาได้
พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์



อันนี้ก็เป็นประเด็นนะครับ
ว่าถึงแม้ในสมัยพุทธกาลจะไม่มีการสวดมนต์แบบที่เรากำลังสวดๆ กันอยู่
แต่เขาก็จะมีการพูดถึงพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์
แบบที่เราสวดอิติปิโสกันนี่แหละ
พูดถึงพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าเป็นใคร พระพุทธเจ้าสอนอะไร
พระพุทธเจ้ามีความเหมาะสมที่จะเป็นพระศาสดาของพุทธศาสนาได้อย่างไร
แล้วก็ธรรมะของพระพุทธเจ้ามีเนื้อหาอย่างไร
พระสงฆ์ที่เป็นอริยสาวก มีลักษณะ มีท่าทาง มีสมณสารูปอันงามเพียงใด
อย่างนี้เขาก็พูดๆ กันอยู่ แต่ไม่ใช่พูดแบบท่องบ่น ไม่ได้พูดแบบสวด
พูดกันในลักษณะสรรเสริญ พูดกันในลักษณะแนะนำบอกต่อ



และถ้าเรากล่าวเกี่ยวกับเรื่องของการสวดมนต์
จริงๆ แล้วนะมีมาก่อนพุทธศาสนาอยู่แล้ว
แล้วในพุทธศาสนายุคพุทธกาล เขาจะมีบทสวดอะไรกันบ้าง
เราก็อาจจะไม่สามารถบอกได้หมด
แต่มีอยู่นะที่พระพุทธเจ้าบอกให้ภิกษุสวดบางบทที่เทวดามาบอก
อย่างอันนี้เป็นเรื่องเล่าที่ว่าในป่าที่ภิกษุไปจำพรรษากันอยู่นี่ ผีดุ
แล้วก็มีเจอประเภทที่เป็นเหมือนกับครึ่งยักษ์ครึ่งเทวดามาทำให้เกิดความเกรงกลัว
เทวดาที่เป็นหัวหน้าเทวดาทั้งหลายในย่านนั้น
ก็มากล่าวบอกว่าบริวารของข้าพระพุทธองค์ก็ไม่ใช่จะคุมได้ทั้งหมด
แต่ถ้าหากเอามนต์ที่ข้าพระพุทธเจ้าจะให้ไว้นี้ ได้ไปเป็นใบเบิกทาง
ก็จะช่วยให้บริวารของข้าพระพุทธเจ้าเกิดความมีไมตรี
หรือว่าจะไม่มีลักษณะมาคุกคามก้าวร้าว อะไรแบบนี้
มันก็มีเป็นเรื่องเล่าที่เป็นหลักฐาน
ว่าสมัยพุทธกาลก็มีการท่องมนต์กันเหมือนกัน
แล้วก็อาจจะมีลักษณะที่แตกต่างจากที่เรากำลังท่องๆ กันอยู่นะครับ



แบ่งปันบทความนี้ให้เพื่อนๆ
Facebook! Twitter! Del.icio.us! Free and Open Source Software News Google! Live! Joomla Free PHP